INDEX: แล้ว ‘ประชามติ โมเดล’ ก็เริ่มชัด ขยับไปยังกฎหมาย ‘การเลือกตั้ง’

2.09.16 | 09:20 น.

รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ (สปท.) ที่เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

สะท้อน “นัยยะ” อะไรในทาง “การเมือง”

ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นอีกบาทก้าว 1 ในทางการเมือง ยืนยันบาท ก้าวแห่งการขยายผลและต่อยอด

ต่อยอดจาก “ประชามติ โมเดล”

ดำเนินไปเหมือนที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประกาศจัดตั้ง “พรรคประชาชนปฏิรูป”

Advertisement

หนุน “นายกรัฐมนตรี” คนนอก

ดำเนินไปเหมือนที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ชูประเด็นการเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นขึ้นมาสูงเด่น

เน้นหาเสียง “ประหยัด” แบบ “กะทัดรัด”

ไม่มีการปราศรัย ไม่มีขบวนแห่ใหญ่โต จำกัดให้ผู้สมัครมีรถเพียงคนละ 1 คันเท่านั้น

เป้าหมายเพื่อขจัด “ทุนสามานย์” ออกไป

แรกที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาเสนอ หลายคนอาจรู้สึกแปลก และแปร่ง

บางคนบอก “เป็นไปไม่ได้”

บางคนบอก “เลอะเทอะ”

แต่พลันที่รายงานจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง สปท. ปรากฏขึ้น

หลายคนต้อง นะ “จังงัง”

เพราะยืนยันว่า คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยังต้อง “รับผิดชอบ”

เท่ากับต่อยอดจาก “ประชามติ โมเดล”

ถามว่ากำลังสำคัญในคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง ของ สปท.เป็นใคร

คำตอบทำให้ถึง “บางอ้อ”

เพราะ นายเสรี สุวรรณภานนท์ คือ ประธาน เพราะ นายวันชัย สอนศิริ คือกรรมาธิการตัวเด่น

เสียงของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน จึงเริ่มมีความหมาย

แท้จริงแล้ว การออกโรงของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณ

สัญญาณแห่งการขยายผลทางการเมือง

ขยายผลจากความสำเร็จแห่ง “ประชามติ โมเดล”โดยมีฐานกว่า 16 ล้านเสียง

“ประชามติ โมเดล” จึงเท่ากับ “กระดานหก”

กระดานหกไปสู่การจัดตั้ง “พรรคประชาชนปฏิรูป” ตามคำขวัญ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”

กระดานหกไปสู่ “ชัยชนะ” ของ “การเลือกตั้ง”

บทบาทของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน จึงเท่ากับเป็น “การร้อง”

บทบาทของ นายเสรี สุวรรณภานนท์ จึงเท่ากับเป็น”การรำ”