แม่ ‘สยาม ธีรวุฒิ’ หลั่งน้ำตา ตามหาลูกหน้าทำเนียบ ถาม ‘โควิดหาย ช่วยหาได้ไหม’ จี้คลอด พ.ร.บ.อุ้มหาย

แม่ ‘สยาม ธีรวุฒิ’ หลั่งน้ำตา ตามหาลูกหน้าทำเนียบ ถาม ‘โควิดหาย ช่วยหาได้ไหม’ จี้คลอด พ.ร.บ.อุ้มหาย

เนื่องในวาระ ครบรอบ 2 ปีที่ นายสยาม ธีรวุฒิ (สหายข้าวเหนียวมะม่วง) นายกฤษณะ ทัพไทย (สหายยังบลัด) และ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ (ลุงสนามหลวง) 3 ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศเวียดนาม มายังประเทศไทย แต่ยังคงหายสาบสูญไม่ทราบชะตากรรมนั้น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่บริเวณประตู 3 หน้าทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ นางกันญา ธีรวุฒิ มารดาของนายสยาม ธีรวุฒิ พร้อมด้วยบิดา และญาติ เดินทางมาพร้อมกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, น.ส.พัชณีย์ คำหนัก นักเคลื่อนไหวสิทธิแรงงาน กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน ผู้ร่วมอดอาหารทวงสิทธิประกันตัวของผู้ถูกกล่าวหา หน้าศาลอาญา, ตัวแทนกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย และประชาชนกว่า 10 คน เพื่อยื่นจดหมายทวงถามความยุติธรรมกับรัฐบาล พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน

เวลา 10.35 น. พ.ต.อ.จตุพร พลภักดี ผกก.สน.ดุสิต กล่าวถึงข้อกำหนดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยการทำกิจกรรมขอให้เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นอาจมีความผิดได้

ต่อมา 10.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บิดาและมารดานายสยาม ธีรวุฒิ รวมถึงญาติผู้สูญหายรายอื่น ยืนถือภาพนายสยาม ระบุข้อความ “ถูกบังคับสูญหาย Missing” บางส่วนถือป้าย “ติดตามและเปิดเผยความจริงผู้สูญหาย”

จากนั้นนายณัฐพงษ์ ภูแก้ว หรือ ‘แก้วใส’ นักร้อง และมือกีต้าร์วงสามัญชน สวมเสื้อสกรีนข้อความ “ผนงรจตกม” พร้อมสะพายกีต้าร์ มาร่วมยืนด้วย ด้านนักศึกษา กลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย และประชาชนอีก 2 คน ถือภาพนายสยาม ระบุข้อความ “2 ปีที่สูญหาย สยาม ธีรวุฒิ ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ รามคําแหง”

ทั้งนี้ มีการยืนเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ทุกราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ยืนเรียงแถวบริเวณแผงเหล็ก ริมรั้วทำเนียบรัฐบาล ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ เดินบันทึกภาพขณะทำกิจกรรม

นายณัฐพงษ์ หรือแก้วใส กล่าวว่า เรามารอเพื่อนกลับบ้าน เราขอให้เพื่อนรักปลอดภัย เหตุการณ์อุ้มหายเป็นการกระทำอาชญากรรมโดยรัฐ ขอให้ทุกคนที่มีความคิดต่างทางการเมือง ได้กลับบ้านสู่อ้อมอกพ่อแม่

จากนั้น บรรเลงเพลง “ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ” ของวงสามัญชน

นางกันญา ธีรวุฒิ มารดาของนายสยาม กล่าวว่า อยากให้สยามมาเจอพวกเราไวๆ 2 ปีแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าสยาม ไม่ได้ยินข่าว ไม่ทราบว่าคนที่มีอำนาจจะช่วยเราหรือไม่ เราหาลูกชายสยาม ธีรวุฒิ ให้ได้กลับมาพบกัน อยู่กันพ่อ แม่ ลูก พร้อมหน้า

“ขอให้ท่านที่มีอำนาจโปรดช่วยเราด้วย ช่วยหาลูกสยามของเราด้วย ขอร้องเถอะ เพราะว่า 2 ปีแล้วที่ข่าวคราวเงียบหาย ข่าวไทยก็ไม่มี ข่าวประเทศไหนก็ไม่มี เสิร์ชข่าวหาลูก 2 ปีแล้ว ขอร้องช่วยกันหน่อย เป็นมนุษย์ด้วยกัน เพราะเราไม่เจอ เราจึงมาขอร้อง

“อยากให้ทางการช่วยหา แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเราเข้าไม่ถึง ต้องเว้นระยะห่างช่วงโควิด เราเลยฝันไปเฉยๆ หากโควิดหาย ทางการไทยคงจะช่วยตามหาสยาม ธีรวุฒิ ให้เราได้” นางกันญากล่าว

นางกันญากล่าวต่อว่า มายื่นหนังสือเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เริ่มหายก็ตามสยามทั้งไปที่ ประชาชาติ UN สหภาพยุโรป EU ไปที่กงสุลเวียดนาม ไปทุกที่ที่เข้าถึงได้ แต่ก็ยังเงียบ บางทีตอบรับว่าไม่มี

“เราจะไปหาที่ไหนกันดี ยังหายสาบสูญอยู่ โควิดหาย ช่วยหาได้หรือไม่ เราอยากรู้คำตอบ ยังมีความหวังว่าลูกชายยังอยู่ แต่เอาไปเก็บไว้ที่ไหน เรารักมาก เพราะเป็นลูกของเรา เขาบอกว่า โดนจับพาสปอร์ตปลอมที่ประเทศเวียดนาม จะส่งมาไทยวันที่ 8 พฤษภาคม แต่แม่ก็ตามไม่ได้ เขาปฏิเสธทุกที่ที่ยื่นหนังสือไป บอกว่าสยามไม่ได้กลับมาไทยแน่นอน แต่ไปไหน ตอบอย่างเดียวว่าโดนจับพาสปอร์ตปลอมที่เวียดนาม ลำบากใจ ใครมีลูก ความคิดจะเหมือนแม่ ที่อยากจะเจอลูก ต้องการสยามธีรวุฒิคืน ให้รู้ที่มาที่ไปว่าหายไปเงียบไปไหน” นางกันญากล่าว พร้อมหลั่งน้ำตา

ด้านบิดากล่าวว่า อยากให้เล่นในกติกา ถ้าเล่นนอกกติกาก็สู้ไม่ไหว พร้อมระบุว่า จะยื่นจดหมายจนกว่าจะเจอลูก

เวลาประมาณ 10.50 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้นำหนังสือบรรจุซองจดหมาย ยื่นส่งผ่านทางไปรษณีย์ ตู้ ปณ.1111 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามมาตรการ ศบค.ในการเว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19

สำหรับหนังสือดังกล่าว ความว่า เรื่อง ติดตามผู้สูญหาย และการผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน เรียน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ครบรอบ 2 ปี การอุ้มหายตัวไปของสยาม ธีรวุฒิ กฤษณะ ทัพไทย และชูชีพ ชีวสุทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยการเมือง อันเนื่องมาจากการรัฐประหารโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอซา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ต่อมาในวันที่ 13 ธันวาคม 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกฯ เข้าพบประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ณ ทำเนียบ นครหลวงเวียงจันทน์ ในวันดังกล่าวผู้ลี้ภัยการเมืองชาวไทย 3 คน หายตัวไปจากนครเวียงจันทร์ ส่วนอีก 3 คน คือ วุฒิ กฤษณะ ทัพไทย และชูชีพ ชีสุทธิ์ ได้เดินทางหลบภัยจากกลุ่มคนที่ไล่ล่าไปยังเวียดนามและถูกจับ

วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยว่า ทั้งสามกลับมายังประเทศไทยโดยไม่ทราบชะตากรรม ครอบครัวของสยาม ธีรวุฒิ ได้ร้องเรียนต่อทางการรัฐบาลไทยหลายครั้ง ในการติดตามการหายตัวไปของสยาม ธีรวุฒิ แต่ไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด

ภายใต้การบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผู้ลี้ภัยการเมืองสูญหายไปเป็นจำนวน 8 คนจากประเทศลาวและกัมพูชา โดยล่าสุด นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ถูกอุ้มหายไปเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 ปรากฏภาพถ่ายกล้องวงจรปิดอย่างชัดเจน โดยที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อการติดตามให้ทราบความจริง จึงทำให้เข้าใจกันได้ว่ารัฐบาลไทยอาจรู้เห็น หรือมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการสูญหายของผู้ลี้ภัยการเมืองทั้งหมด โดยเป็นปฏิบัติการและใช้งบประมาณลับ

ในโอกาสครบรอบ 2 ปี การสูญหายผู้ลี้ภัยการเมืองทั้ง 8 คน จึงขอให้ 1.รัฐบาลได้ติดตามผู้สูญหาย และเปิดเผยความเป็นจริงการอุ้มหาย เพื่อให้ครอบครัวของพวกเขาพ้นไปจากความทุกข์กังวลใจและประกอบพิธีศพทางศาสนาต่อไปรวมทั้งขจัดข้อสงสัยในประเด็นที่รัฐบาลอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายผู้ลี้ภัยการเมืองทั้งหมด

2.ขอให้รัฐบาลได้มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน เพื่อป้องกันการอุ้มหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ และขอให้แจ้งผลการดำเนินการให้รับทราบด้วย
ขอแสดงความนับถือ

กัญญา ธีรวุฒิ
(นางกัญญา ธีรวุฒิ แม่สยาม ธีรวุฒิ)

นายสมยศกล่าวว่า ตั้งแต่ที่รัฐบาลประยุทธ์บริหารมา มีคนถูกอุ้มหายถึง 8 วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นรายที่ 9 และรัฐบาลนี้ก็เพิกเฉยมาตลอด จึงมองว่าเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายอย่างปฏิเสธไม่ได้

“เราเชื่อว่ากรณีวันเฉลิมถูกอุ้มมาที่ฝั่งไทย แต่ไม่รู้ไปไหน เช่นเดียวกับสยาม ธีรวุฒิ ซึ่งถูกทางการเรียกตัว และทางการไทยไปรับตัวมา ก็หายตัวไป ฉะนั้น เราจึงตั้งข้อสงสัยว่า ประยุทธ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายคนเหล่านี้ ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง ปรารถนาให้รัฐบาลติดตามต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลหน้า แต่ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย แสดงว่ารัฐบาลนั้นเกี่ยวข้อง จึงเรียกว่าเป็นรัฐอาชญากร ที่กระทำต่อประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกับรัฐบาล

“ประการที่ 2 ที่เราปรารถนาคือการออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการบังคับสูญหาย ซึ่งยกร่างโดยองค์กรประชาชนเพื่อให้สิทธิของผู้ที่หายตัว หรือสาบสูญ ให้รัฐบาลมีความรับผิดชอบในการติดตามสอบสวน ข้อมูลข้อเท็จจริงของรัฐ ซึ่งปกติมักไม่เปิดเผย เพราะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐหลายหน่วย เช่น หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, หน่วยข่าวกรอง, สันติบาล, กอ.รมน. ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเราจะเห็นการใช้งบประมาณ หากมีกฎหมายออกมาแล้ว จะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลการอุ้มหายได้มากขึ้น โดยเฉพาะกับอุ้มหายที่เป็นข้อพิพาทกับรัฐบาล” นายสมยศกล่าว

ด้าน น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ผู้สูญหายในประเทศกัมพูชา กล่าวว่า วันที่ 4 มิถุนายนนี้ จะครบรอบ 1 ปี ต้าร์ วันเฉลิม จากที่ DSI ได้ขอข้อมูลจากเราไป ยังไม่มีความคืบหน้าแต้อย่างใด วันที่ 4 มิถุนายนจะมาคุยกันอีกทีว่าเราจะทำอะไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทีเอ็มบีธนชาต เปิดตัวโลโก้ใหม่ ย้ำเป็นธนาคารที่เข้าถึงลูกค้าได้ทุกคน
บทความถัดไป“เอพี” จับมือ “ซีพีเอ็น” ส่งถุงน้ำใจสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์สู้วิกฤตโควิด