สุดารัตน์ ซัดรัฐบาล บอกไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ทิ้ง ‘ผู้ประกันตน’ ตกหล่นเยียวยา ซ้ำเก็บประกันสังคมเต็มอัตรา

สุดารัตน์ ซัดรัฐบาล บอกจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ทิ้ง ‘ผู้ประกันตน’ ตกหล่นการเยียวยา ซ้ำจ่อเก็บประกันสังคมเต็มอัตรา

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ระบุถึงกรณีผู้ประกันตนกว่า 2 ล้านคนที่ตกหล่น กำลังถูกทอดทิ้งจากมาตรการเยียวยาของรัฐ ว่า รัฐบาลประยุทธ์เคาะมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจอีกรอบ หลังจากเจอวิกฤตโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ โควิด-19 นอกจากจะเป็นภัยคุกคามชีวิตในด้านสุขภาพแล้ว ยังเป็นภัยคุกคามในด้านเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสไปพร้อมกันด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่เป็นกำลังแรงงานสำคัญ ในฐานะฟันเฟืองของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น หลายคนต้องถูกเลิกจ้าง ต้องตกงานกะทันหัน ถูกปรับลดเงินเดือน ขาดรายได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ต้องดูแลตัวเอง แต่ยังมีปากท้องของครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิตด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า หนึ่งในมาตรการเยียวยาที่ออกมารอบใหม่คือการขยายเพิ่มวงเงินช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประกันตนในโครงการ “ม33เรารักกัน” มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 9.27 ล้านคน กรอบวงเงิน 18,500 ล้านบาท โดยจะเพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีระยะเวลาใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2564

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มารอบหนึ่งแล้วในการระบาดระลอกที่สอง เป็นจำนวนเงินคนละ 4,000 บาท มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 9 ล้านคนเช่นเดียวกัน

“แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มีตัวเลขในระบบจริงอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านคน นั่นหมายความว่ามีคนอีกเกือบ 2 ล้านคน ที่ตกหล่นจากมาตรการเยียวยาดังกล่าว ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ส่งเงินเข้าระบบเช่นเดียวกัน มีข้ออ้างว่าที่ตกหล่นเพราะระบบสแกนหน้าไม่ตรง หรือระบบไม่ลิงก์กับบัตรประชาชนบ้าง แต่ชัดเจนแล้วว่าเป็นเพราะระบบบริหารจัดการที่ล้มเหลวมากกว่า ทำให้มีการตกหล่นของคนที่เดือดร้อน
รอบเก่ายังไม่ได้รับการดูแล รอบใหม่ที่กำลังจะมาก็ยังไม่ครอบคลุม

“ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิของตัวเอง อย่างกลุ่มขอคืน ไม่ใช่ขอทาน ที่ต้องการนำเอาเงินชราภาพ ที่พวกเขาส่งไปแล้วคืน เพื่อมาประทังชีวิตในยามลำบาก ถ้านับทั้งระบบจะมีผู้ประกันตนถึง 16 ล้านคน ถ้าเฉลี่ยส่งเงินคนละ 1,000 บาท หมายความว่าจะมีเงินในระบบถึง 16,000 ล้านบาท

“วันนี้เจ้าของเงินคือประชาชนได้รับความลำบาก เขาลุกขึ้นมาทวงเงินเขา เพราะเขาตกหล่น รัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือ ขอคืนก็ไม่ให้ ขอกู้ออกมาใช้ก่อนก็ไม่ยอม ขอเลือกว่าจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญก็ไม่รับฟัง วันนี้เจ้าของเงินลำบากมาก แต่ที่ผ่านมาบอร์ดมีการนำเงินไปลงทุนในบางกิจการที่ขาดทุน

“ถามว่ามีการรับผิดชอบหรือไม่ คำตอบคือไม่ กระบวนการดังกล่าวประชาชนเจ้าของเงินไม่ได้ตัดสินใจร่วมด้วยเลย แต่พอลำบากต้องมาขอให้ดูแล แต่ก็ยังตกหล่นอยู่ดี แถมเดือนหน้าดิฉันทราบว่าพี่น้องต้องกลับมาจ่ายประกันสังคมเต็มอัตราแล้ว ทั้งๆ ที่สถานการณ์ยังหนักหน่วง การทำมาหากินลำบาก นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวที่สะท้อนการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐบาลบอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่พี่น้องผู้ประกันตนที่ตกหล่นการเยียวยาถูกทิ้งแล้ว และกำลังจะถูกทิ้งอีกรอบ ต้องรีบเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วนและให้ทั่วถึงในทันที อย่าให้วิกฤตซ้ำเติมพวกเขาไปมากกว่านี้อีกเลย ขอรัฐบาลดูแลคนตัวเล็กด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศบค.ชี้โควิด-19 ลามกรุงเทพฯไม่หยุด วิกฤตทั้งยอดติดเชื้อ-ตาย
บทความถัดไปเขตดุสิตระดมคัดกรองโควิด 350 ราย รอลุ้นผลพรุ่งนี้!