ก้าวไกลรุกสอบ ‘ธรรมนัส’ ผิดจริยธรรมร้ายแรงต่อ ลั่นหากคุณสมบัติใน รธน.คือการกรองคน เครื่องกรองนี้หยาบมาก
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ‘ถ้าเจตนารมณ์เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญคือการกรองคน เครื่องกรองนี้ก็หยาบมาก’ – ‘ธีรัจชัย’ เผย ‘ก้าวไกล’ รุกตรวจสอบ ‘ธรรมนัส’ ผิดจริยธรรมร้ายแรงต่อแน่นอน
ธีรัจชัย พันธุมาศ – Teerajchai Phunthumas ผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” แสดงความเห็นผ่านรายการ ActiveTalk – “วิกฤตศรัทธา ศาลรัฐธรรมนูญ?” หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ ไม่พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรี กรณีถูกดำเนินคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย จนเกิดเป็นกระแสสังคมตั้งคำถามถึงบรรทัดฐานจริยธรรมการเมือง รวมถึงมาตรฐานการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในครั้งนี้แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญเลย มีเพียงท่าทีของรัฐบาลที่ยังคงสภาพ “โจรอุ้มโจร” เอาไว้ และพรรคร่วมรัฐบาลที่สงวนท่าทีประหนึ่งกลัวว่าเรือแป๊ะที่ร่วมลงมานี้จะล่มลงกลางคัน แม้ว่าขณะนี้เรือลำนี้จะเต็มไปด้วยโจรที่พวกเขาก็มีส่วนช่วยกันพายให้นั่งและพากันออกทะเลไปไกลลิบแล้วก็ตาม
“การที่ศาลยกเรื่องอธิปไตยมานั้น ถ้าเจตนารมณ์เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญคือการกรองคน แต่ไปยึดเอาเฉพาะความผิดกับศาลไทยเท่านั้น เครื่องกรองนี้ก็ถือว่าหยาบมาก คงเป็นเครื่องกรองราคาถูก คงลำบากหน่อยสำหรับอนาคตข้างหน้าถ้าบรรทัดฐานเป็นแบบนี้ ใครไปก่ออาชญากรรมร้ายแรงทั่วโลก เช่น ฆ่า ข่มขืน ค้ายา ก็มาเป็นรัฐมนตรีได้หมด ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ได้ปล่อยให้ตะแกรงหยาบขนาดนั้นเพื่อไม่ให้เอื้อต่อการเกิดอาชญากรรมหรือทำให้ประโยชน์สาธารณะเดือดร้อน ซึ่งตรงนี้ก็ตรงกับจุดยืนของกรรมาธิการ ปปช. เอาเป็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ก็ว่ากันไปแบบนี้ แต่จุดยืนทางหลักการหรือจุดยืนทางกระบวนการยุติธรรมต้องบอกว่าเราไม่เห็นด้วย”
นอกจากนี้ ธีรัจชัยระบุว่า พรรคก้าวไกลเตรียมที่จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อคือ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ระบุ คุณสมบัติรัฐมนตรีว่าต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
[ “ถ้าเจตนารมณ์เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญคือการกรองคน เครื่องกรองนี้ก็หยาบมาก” – ‘ธีรัจชัย’ เผย ‘ก้าวไกล’…
โพสต์โดย พรรคก้าวไกล – Move Forward Party เมื่อ วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2021
ซึ่งประเด็นศาลรัฐธรรมนุญวินิจฉัยในวรรคสุดท้ายเป็นที่ยุติว่า ร.อ.ธรรมนัส เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตรงนี้เราจึงต้องมาตามดูต่อการเคยค้ายาเสพติดถือว่าซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ และที่กำหนดว่าไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในเรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังเตรียมช่องทางเพื่อยื่นต่อ ป.ป.ช. และกำลังพิจารณาในช่องทางอื่นๆ ด้วย เช่นในสภา แต่จะมีอะไรบ้างคงต้องพิจารณารายละเอียดกันอีกครั้ง
“ในส่วน กมธ.ปปช. เองก็ได้นำเรื่องนี้มาพิจารณาในวันนี้และยืนยันเช่นเดียวกับก้าวไกล แต่อาจเพิ่มกรณีการรับรองคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าปกปิดตนเองหรือไม่ว่าเรื่องเคยต้องคำพิพากษา เช่นเดียวกับเรื่องการรับเครื่องราชฯและการลงลายมือชื่อต่อ กกต. ต้องมาไล่ดูว่าได้รับรองตัวเองแบบใด ปกปิดเรื่องนี้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีบังคับให้ต้องแสดงและมีเอกสาร ซึ่งทาง กมธ.ปปช.จะขอจากสำนักงานเลขาฯนายกฯเข้ามา นอกจากนี้ เรายังพบว่าการชี้แจงคุณสมบัติตัวเองของ รอ.ธรรมนัส ใน กมธ.ปปช.มีหลายกรณีคลาดเคลื่อนต่อความจริงด้วย เช่น บอกว่าจำคุกแค่ 8 เดือน หรือบอกว่าการถูกจำคุกที่ออสเตรเลียเป็นกฎหมายอื่น จึงยังมีรายละเอียดอีกมากก็ต้องไปไล่ดูกัน แต่ในสัปดาห์หน้าจะเดินหน้าเต็มที่เพื่อตรวจสอบทั้งใน กมธ.ปปช. และในส่วนของพรรคก้าวไกล”
“เรื่องอำนาจอธิปไตยมีประเด็นการยึดตามคำพิพากษาไม่ได้หมายความอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยประเทศอื่น ซึ่งกรณียาเสพติดเป็นหลักการสากลและมีอนุสัญญาระหว่างประเทศ 3 ฉบับ ที่ไทยลงนามไว้และมีการออกกฎหมายภายในที่ระบุถึงการทำผิดหรือร่วมกระทำหากเป็นคนไทย ไม่ว่าทำผิดในหรือต่างประเทศ ก็ต้องรับโทษในไทยด้วย ในส่วนนี้จึงไม่ได้เกี่ยวกับอธิปไตย ถ้าตีความแบบนี้ถามว่าประเทศได้ประโยชน์อะไร ผมว่าไม่ได้เลย”

