‘ซันนี่’อดข้าววันที่3 ยังไม่ท้อ ‘บาส’ชี้จังหวะนี้ต้องคิดต่าง – เผยมีคนจะโดดสะพานลอยหน้าศาลเหตุเครียด

‘ซันนี่’ อดข้าววันที่ 3 ยังไม่ท้อ ‘บาส’ ชี้ จังหวะนี้ต้องคิดทางแตกต่าง – เผย เมื่อวาน มีคนจะ ‘โดดสะพานลอย’ หน้าศาล เหตุ เครียด ไม่พอจ่าย ได้เยียวยาแค่ 2 พัน

เมื่อ 14.50 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ‘ซันนี่ บิ๊กไซต์’ สมาชิกหมู่บ้านทะลุฟ้า ผู้ทำกิจกรรม #อดพร้อมเพื่อน โดยรับไม้ต่อ จาก นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กลุ่ม People Go Network ได้เผยความคืบหน้าการอดอาหารประท้วงประบวนการยุติธรรมว่า วันนี้อดอาหารเข้าวันที่ 3 รับไม้ต่อจากพี่เลิศศักดิ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม

วันแรกที่อด ด้วยความที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องการกินน้ำ จึงเกือบติดสภาวะน้ำเป็นพิษ มีอาการอาเจียน 3 ครั้ง และนอนไม่หลับสำหรับคืนแรก ผ่านมาวันที่ 2 จึงรู้สึกเพลีย ทำให้อารมณ์แปรปรวน มีความทรมานเล็กน้อย วันที่ 2 ดีตรงที่ได้รับการพักผ่อน และควบคุมน้ำให้ไม่มากจนเกินไป วันนี้จึงสภาพดีขึ้นกว่าเมื่อวานระดับหนึ่ง

โดยก่อนเริ่มอดอาหาร ได้เตรียมตัว เช่น ลดการกิน จากเมื่อก่อนกินมากกว่า 3 มื้อ ก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ จนกินมื้อเดียว

“ตอนนี้เท่าที่ลุยมา ยังไม่เจอปัญหาที่ทำให้ท้อได้ จะสู้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเพื่อนผมจะออกมา ไม่ว่าเสียงรถจะดังจนนอนไม่หลับ ก็จะหาทางหลับให้ได้ บางครั้งตอนดึกๆ อยากวอนกลุ่มรถท่อดัง เพราะป่วนหู และห่วงความปลอดภัยเรื่องขับเร็วด้วย อยู่นี่ 24 ชั่วโมง แตกต่างจากที่อื่น เพราะอากาศค่อนข้างร้อนและฝุ่นมลภาวะสูง ฉะนั้น หากอยู่ไปแล้วไม่ใส่แมสก์นานๆ จะเจ็บคอ คัดจมูก แต่ก็มีคนมาให้กำลังใจเรื่อยๆ ขับรถผ่านมา เปิดกระจก ชู 3 นิ้ว เอาน้ำมาให้บ้าง ขอบคุณทุกแรงเชียร์ ผมอ่านและรับฟังทุกคอมเมนต์ ทั้งที่ให้กำลังใจ และที่ไม่อยากให้อด” ซันนี่ บิ๊กไซต์ กล่าว

“ที่มาอดอาหาร เพราะเห็นเพนกวิน เพื่อนของผม ประกาศอดอาหารช่วง 10 วันแรก รู้สึกว่า เพนกวินอดอาหาร น่าจะได้ปล่อยตัวเร็วๆ นี้ แต่การอดอาหารของเพนกวินยืดเยื้อขึ้นเรื่อยๆ ยาวนานจนเลย มหาตมะ คานธี เลยไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งตอนนั้น มหาตมะ คานธี อดอาหาร 21 วัน เพื่อประเทศอังกฤษ แต่ตอนนี้ เพนกวินอดอาหารสู้กระบวนการอยุติธรรม ผมรู้สึกว่า น่าจะให้ความยุติธรรมกับเพื่อนเรามากกว่านี้

ที่ออกมา ทั้งที่รู้ว่าการอดอาหารเป็นการทรมานตัวเอง ขอยืนยันเหมือนเดิมว่า ทำเพื่อแบ่งเบาความรู้สึกของเพนกวิน และของเพื่อนที่อดอาหาร ผมทำเท่าที่ผมทำได้ สำหรับใครที่อยู่ที่บ้าน ก็สามารถร่วมแคมเปญ #อดพร้อมเพื่อน ได้เช่นกัน”  ซันนี่ บิ๊กไซต์กล่าว

จากนั้น ทำการแร็พ 1 ท่อน เนื้อหาเปรียบเทียบว่า “ความหวัง” เหมือนกับ ความฝัน และว่า

“ผมหวังมาตั้งแต่เด็ก เรื่องการพัฒนาสังคมภายในประทเศ หวังว่าประเทศจะดีขึ้น จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ผมเชื่อว่าทุกคนหวัง และเป็นจริงได้ ต้องออกมาช่วยกันสร้างความหวัง”

ด้าน นายมงคล ถิระโคตร หรือ บาส อายุ 27 ปี ผู้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย พร้อมสัมภาระ นั่งประท้วงอดอาหาร เรียกร้องปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎร บริเวณหน้าศาลอาญา รัชดา ในช่วงกลางดึก ของวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา กล่าวว่า ตนมาดูแลน้อง เห็นว่ารับไม้ต่อจากพี่เลิศศักดิ์ อดอาหาร มาดูวิธีการว่าแต่ละวัน 24 ชั่วโมงเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตอนที่ตนทำกิจกรรม ค่อนข้างแตกต่างมาก  ตอนนั้นไม่มีเต๊นท์ เสื่อ เก้าอี้ กระติกน้ำ โต๊ะ จะลำบากมากหน่อย วันนี้เห็นมีน้องๆ มาช่วยกันเยอะ หลังจากที่ตนโดนจับกุม ก็ไม่ทราบข่าว เพราะอยู่ข้างใน เมื่อออกมา เห็นว่ามีการรับไม้ต่อ เป็นหลวงพ่อดาวดิน รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เป็นห่วง เพราะวิเคราะห์แล้วว่า ทางผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ใครสักคน ไม่ว่าใคร จะมากหรือจะน้อย มาปักหลักตรงหน้าศาล 

“ได้ดูข่าว ดูไลฟ์สดเรื่อยๆ เห็นว่ามีการถูกกดดัน ถูกข้อห้ามแต่งกายเลียนแบบพระ กดดันทุกทาง ตอนแรกก็กังวลว่า จะมีการยัดคดีพระหรือไม่ ช่วงแรกไม่มี สุดท้ายก็มีคดี แต่ก็ยังมีคนรับไม้ต่อ เป็นป้าเป้า แต่ป้าเป้าจะเป็นระยะสั้น และป้าเป้า ยืน หยุด ขัง หน้าประตู 9 ด้วย ก็น่าสนใจ ค่อยๆ เพิ่มไอเดียไปเรื่อยๆ อย่างสันติ และสร้างสรรค์ ขอชื่นชม เพราะต้องทำอย่างนั้น ป้าเป้าอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ส่วนตอนนั้นผมเริ่มโดนจับ ไม่รู้ว่าใครเป็นอย่างไร ต้องมาย้อนข่าวว่าใครทำอะไรบ้าง”นายมงคลกล่าว

นายมงคลกล่าวต่อว่า คราวนี้เป็นกลุ่มพี่เลิศศักดิ์ มาดูวิธีการทำของเขา ถือว่าสร้างสรรค์ เพราะเอาหนังสือมาอ่านด้วย น่าสนใจ และมีการเอาเก้าอี้มา มีกระดานจดว่าใครอดมากี่วัน

“พี่เลิศศักดิ์เป็นนักกิจกรรมอยู่แล้วด้วย ต่างจากของผม ที่จะทำก็ทำเลย ทำให้คนเห็นก่อน อะไรตามมา เดี๋ยวมาแน่” นายมงคลกล่าว และว่า

“ในจังหวะเวลานี้ ที่เพื่อนเราจะได้ประกันตัว เป็นจังหวะของคนทำงานด้านความคิดว่าเราจะสามารถทำอะไรได้บ้าง เป็นจังหวะนี้ ที่จะทำการเรียกร้องอย่างสร้างสรรค์ สันติ และไม่ใช่แบบเดิม ต้องมีความแตกต่าง

เป้าหมายส่วนตัวยังเหมือนเดิม ต้องปล่อยเพื่อนเราทุกคน อย่างปลอดภัย ไม่มีใครบาดเจ็บ ติดโรค หรือตาย ส่วน 3 ข้อ และ 10 ข้อเรียกร้อง ยังเหมือนเดิม แต่เพื่อนเราต้องมาก่อน” นายมงคลกล่าว

ด้าน แพทย์อาสาหญิง ผู้มาดูแลสุขภาพนักกิจกรรม “อดพร้อมเพื่อน” เปิดเผยถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (7 พ.ค.) ที่สะพานลอยหน้าศาลอาญา ว่า เมื่อราว 16.30 น. มีพลเมืองดีรายหนึ่ง เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งนั่งอยู่บนสะพานลอย จึงไปสอบถาม พบว่า จะกระโดดสะพานลอย ฆ่าตัวตาย

แพทย์อาสาหญิงกล่าวต่อว่า เขาบอกว่า เขาได้เงินเยียวยาจากรัฐ แค่ 2,000 บาท จะไปพออะไร ต้องจ่ายค่าเช่าห้องพรุ่งนี้ แต่ไม่รู้จะหาจากไหน สามีก็ไม่สามารถไปหารายได้มาจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ถ้าจ่ายค่าห้องไป จะเอาเงินที่ไหนไปกินข้าว

“เหมือนเขาไม่ไหว ถ้าเราแก้ไขปัญหาในวันนี้ แล้ววันพรุ่งนี้และวันต่อไป เขาจะเป็นอย่างไร
เบื้องต้นได้ช่วยแก้ปัญหาด้วยการโพสต์เฟซบุ๊ก อัพเดต มีคนอินบ๊อกซ์ มาช่วยเหลือ และไปส่งที่บ้าน ค่อนข้างนานพอควร กว่าจะไกล่เกลี่ยลงมาได้”

“เพราะเขาอัมพาตครึ่งซีก จึงต้องพึ่งสามีคนเดียว มาตรการที่รัฐเยียวยาไม่ทั่วถึง และสวัสดิการพื้นฐานน้อย 2 เรื่องนี้รวมกัน จึงทำให้ไม่สามารถอยู่รอดได้ รวมถึงค่ายารักษาโรคประจำตัวด้วย ทำให้เขาเครียดในช่วงนี้” แพทย์อาสาหญิงกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon