บิ๊กตู่ นั่งหัวโต๊ก ถก ต้านทุจริต เห็นชอบให้ ศปท. ประสานแก้ทุจริตในกระทรวง ส่งเรื่องต้นสังกัดสอบภายใน 30 วัน โว แก้ทุจริต 2 ปี ได้ผล เตรียมจัดงาน “กรรมสนองโกง” 11 ก.ย.นี้
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(คตช.)ครั้งที่ 4 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีการพูดคุยถึงมาตรการพักงานข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายสงสัย โดยคดีทั้งหมดจะพิจารณาในศาลอาญาคดีทุจริต ซึ่งเป็นศาลพิเศษมีแค่สองศาลคือชั้นต้นกับอุทธรณ์ ไม่มีฎีกา และถือเป็นศาลอาญาที่สั่งจำคุกได้ สั่งประหารชีวิตได้
“นอกจากนี้ยังมีการสร้างมาตรการสอบต่อหากข้าราชการเกษียณอายุหรือลาออกโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งข้าราชการพลเรือนและข้าราชการตำรวจสอบ ดำเนินการสอบภายใน 1 ปีและให้เสร็จภายใน 3 ปี ทั้งนี้จะมีการเขียนกรอบกฎหมายหากผู้ถูกกล่าวหาจะคัดค้านกรรมการสอบต้องทำภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันการหัวหมอหรือยืดเวลา” นายวิษณุ กล่าว
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ศูนย์ปฎิบัติการต่อต้านการทุจริต(ศปท.)มีอำนาจประสานงานแก้ไขปัญหาการทุจริตในกระทรวง ทำหน้าที่รับเรื่องดำเนินการ และให้มีหน้าที่ติดตามงานภายในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์กรมหาชนภายในกระทรวงนั้นๆ ทั้งยังให้ทำหน้าที่เปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านวินัยหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าผลสอบที่หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินงานนั้นออกมาตรงกับที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) สอบ คล้ายกับที่มีคำสั่งคสช.ที่ 47/2559 กรณีคดีนาตาลี เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้สอบและผู้ถูกสอบ หากพบว่าผลสอบออกมาไม่ตรงกันก็ต้องปรับแก้และผู้ที่หน่วยงานที่สอบไปก่อนหน้านั้นต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร
เลขาฯ ปปท.กล่าวว่า การณ์การแก้ปัญหาการทุจริตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่ากลไกภาครัฐทำงานเข้มแข็งขึ้น ทำให้สถานการณ์ทุจริตเบาบางเพราะมีการเสริมสร้างกลไกใหม่ให้หน่วยงานราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบที่วางไว้ ทั้งมาตรการทางวินัย การปกครอง การจัดซื้อจัดจ้าง และยังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน ประชาชนสังคม ส่งผลให้สถานการณ์แก้ปัญหาประสบผลสำเร็จ จากนี้รัฐบาลจะขับเคลื่อนงาน 2 ลักษณะคือ 1.ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในภาครัฐให้มากขึ้น โดยใช้หนังสือร้องเรียนจากประชาชน ข้อมูลจากสื่อ ที่มีการร้องเรียนมาที่ศอตช.จากนั้นจะส่งไปที่ศปท.ให้ส่งเรื่องไปที่ต้นสังกัด ซึ่งในหนังสือที่ส่งไปนั้นจะระบุขอให้มีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในกรณีที่ไม่โปร่งใส ให้ตรวจสอบภายใน 30 วัน หากพบความผิดปปท.จะดำเนินการทางอาญาต่อไป หากเป็นข้าราชการระดับสูงจะส่งเรื่องให้ป.ป.ช. และหากต้นสังกัดไม่ดำเนินการสอบภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับเรื่อง ปปท.จะเสนอเรื่องไปที่ครม.และป.ป.ช. พิจารณา 2.การขับเคลื่อนการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เป้าหมายในการป้องกันการทุจริต คือคนโกงรายเก่าต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้โกงได้ง่าย โดยจะจับมือกับ 53 รัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ และกทม. ในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลขับเคลื่อนการป้องกันทุจริตร่วมกัน
นายมานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า สำหรับการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2559 ในวันที่ 6 กันยา จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ และวันที่ 11 กันยายน พร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้หัวข้อกรรมสนองโกง ใครทำร้ายบ้านเมืองจะต้องได้รับการลงในวันนี้ไม่ใช่ชาติหน้า โดยพล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ มาตรการการจัดการปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นธรรม พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกิจกรรมจุดไฟไล่โกง ให้ประชาชนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ให้คนโกงมีพื้นที่ยืนทุจริตโกงบ้านเมืองได้อีกต่อไป

