เหยี่ยวถลาลม : เปลี่ยนได้ทุกวัน

ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร จองวัคซีนกันกว่า 300% ของจำนวนประชากร

ที่ออสเตรเลีย จองวัคซีนกว่า 220% ฮ่องกง จองกว่า 150% และนิวซีแลนด์ จองกว่า 240% ของจำนวนประชากร

แต่ที่ประเทศไทย ล่วงผ่านมา 1 ปี ถึงแม้โควิดจะระบาดรอบ 2 ที่สมุทรสาคร นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก “ศบค.” ซึ่งนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะก็ยังกล้าออกมาแถลงชวนเชื่อว่า “วัคซีนจะมาช้าหรือเร็วแทบไม่ได้มีผลกับคนไทย เพราะเรามีหน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าในการป้องกันอนามัยส่วนตัว ไม่ต้องเจ็บจากการฉีดวัคซีน”

คำแถลงผ่านปากหมอคนนี้ชี้บอกอะไร

ประเทศที่มีผู้นำฉลาดจะมองข้ามจาก “วิกฤตโควิด” ไปสู่การ “พลิกฟื้นเศรษฐกิจ” จึงเตรียมวัคซีนเอาไว้มากพอกับเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนโดยเร็ว

แต่ที่ประเทศไทยสั่งจองวัคซีน “ซิโนแวค” มาอย่างฉุกเฉิน 2 ล้านโดส กับสั่ง “แอสตร้าเซนเนก้า” มาอีก
35 ล้านโดส รวมเป็น 63 ล้านโดส ภายหลังโดนโควิดทุบระลอก 2

63 ล้านโดส ฉีดได้ 31.5 ล้านคน ยังไม่เพียงพอที่จะเกิด “ภูมิคุ้มกันหมู่” !

ได้แต่สงสัยว่ารัฐบาลนี้คิดอะไร ทำไมชักช้าละล้าละลังยังไม่ลงมือปกป้องชีวิตประชาชนให้ทันท่วงที

พอเจอโควิดระลอก 3 ที่ระบาดรวดเร็ว ตายเร็ว ตายรุนแรงนั่นแหละ “ประยุทธ์” ถึงได้เริ่มเห็นลางหายนะประกาศจะหาวัคซีนมาเพิ่มให้ได้รวม 100 ล้านโดส ประกาศจะฉีดให้กับ 50 ล้านคนก่อนสิ้นปี 2564

ในทางปฏิบัติยังนึกไม่ออกว่าจะฉีดกันอย่างไร 300,000 โดส/วัน

เข้าพฤษภาคม โควิดระลอก 3 คุกคามหนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้นจน “นายกฯประยุทธ์” ลนลานออกมา
บอกว่าจะจองวัคซีนเพิ่มให้ได้ 150 ล้านโดสแบบงงๆ

ไม่เคยยอมรับความผิดพลาดบกพร่องอันเกิดจากความเบาปัญญาที่ไม่รับฟัง “เสียง” คนอื่นฝ่ายอื่น
ไม่เคยยอมรับว่าเดิมทีเดียวมองไม่ออก อ่านไม่ขาด จึงเดาสุ่มเอาสั่งจองวัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” รายเดียวแค่ 26 ล้านโดส จะฉีดให้กับ 13 ล้านคน หรือแค่ร้อยละ 18-19 ของประชากรก็พอ

เป็นตัวเลขที่ไม่ต้องหวังว่าจะเกิด “ภูมิคุ้มกันหมู่” ซึ่งจะขึ้นเมื่อฉีดวัคซีนให้ได้ราวร้อยละ 70 ของจำนวนประชากร

เป็นตัวเลขแห่งความสิ้นหวังที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คน !?!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon