ตร.ฝากขังพร้อมค้านประกัน 2 หนุ่มม็อบหน้าศาล 29 เม.ย.ดูหมิ่นศาล เเต่ไร้ผล ศาลยังเมตตาให้ประกัน

11.05.21 | 19:41 น.

สน.พหลฯหิ้ว 2 หนุ่มม็อบหน้าศาล 29 เม.ย.ดูหมิ่นศาลฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯเพิ่มอีก ตร.ค้านประกันเเต่ไม่เป็นผล ศาลยังเมตตาให้ประกัน


เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง นายพิสิฏฐ์กุล ควรแถลง อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา คดีหมายเลขดำ ฝ.3/564 ที่ถูกกล่าวหาร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่, ร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่อัดเกินกว่า 20 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เเละ นายเอเลียร์ ฟอฟิ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา คดีหมายเลขดำ ฝ.4/2564 ที่ถูกกล่าวหาร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่, ร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่อัดเกินกว่า 20 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ครั้งแรก ผ่านระบบฝากขังทางไกลผ่านจอภาพหรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 พ.ค.นี้

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ รวมตัวชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงหาผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปเกรงว่าจะหลบหนีอีกทั้งพฤติการณ์การกระทำความผิดของผู้ต้องหากับพวกมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

Advertisement

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง

โดยผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าแม้พนักงานสอบสวนคัดค้าน การปล่อยชั่วคราวแต่โทษที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาไม่สูงมากนัก ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เชื่อว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาจะไม่หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน ตีราคาประกันวงเงิน 150,000 บาท แต่เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จึงกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหา ห้ามก่อความวุ่นวายหรือกระทำกิจกรรมในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล มิฉะนั้นจะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว

ทั้งนี้ กรณียื่นคำร้องฝากขังดังกล่าวต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น เนื่องจากตามคำร้องมีการกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 139 ข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ฯ รวมกับข้อหาอื่นๆ ซึ่งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 139 นั้น อยู่ในเขตอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จึงทำให้ต้องยื่นคำร้องขอฝากขังทุกข้อหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลางดังกล่าว