ครม.ไฟเขียว ‘เราชนะ-ม33’ คนละ 2 พัน ใช้จ่ายเงินได้ถึงสิ้น มิ.ย.นี้ ดีเดย์โอนเงิน 20 พ.ค. ร้านอาหารตื๊อ ‘รัฐบาล’ เปิดให้นั่งกิน ขณะที่ ธกส.พักหนี้ 2.82 ล้านราย
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจที่ ครม.ได้พิจารณามีหลายประเด็นที่สาคัญ เช่น โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากวงเงิน 45,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น จะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อสถานการณ์โควิด-19 บรรเทา
นอกจากนี้ ได้มีมติเห็นชอบกับการเพิ่มเงินสนับสนุนในโครงการเราชนะ อีกคนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะมีพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนมากถึง 33.5 ล้านคน และเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนโครงการ ม33เรารักกัน อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์เช่นกัน และขยายเวลาของโครงการออกไปถึงเดือนมิถุนายนนี้ สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้มากกว่า 8 ล้านคน รวมแล้วก็กว่า 40 ล้าน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติเพิ่มวงเงินสิทธิตามช่องทางที่เคยได้รับของแต่ประชาชนแต่ละกลุ่มโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน มีรายละเอียดดังนี้
โครงการเราชนะ สำหรับผู้ที่ไม่เคยขอสละสิทธิการเข้าร่วมโครงการ จะได้รับเงินเพิ่มจำนวน 2,000 บาทต่อคน แบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท รอบแรกวันที่ 21 พฤษภาคม และรับเงินโอนจำนวน 1,000 บาท อีกครั้งในวันที่ 28 พฤษภาคม และสำหรับประชาชนกลุ่มที่มีแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท รอบแรกในวันที่ 20 พฤษภาคม และอีก 1,000 บาท ในวันที่ 27 พฤษภาคม
สำหรับโครงการ ม33เรารักกัน จะได้รับเงินจำนวน 2,000 บาทต่อคนเช่นกัน โดยจะได้รับเงิน 1,000 บาท ครั้งแรกในวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 และอีก 1,000 บาท ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ส่วนโครงการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กระทรวงการคลังจะเสนอเพื่อให้ ครม.พิจารณาในระยะต่อไป
ด้าน นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวถึงสถานการณ์ธุรกิจอาหารภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ว่า หลังรัฐบาลประกาศสั่งห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน ประเมินความเสียหาย 1,100 ล้านบาทต่อวัน ยอดขายเพียง 10-20% เหลือเม็ดเงินเพียง 300 ล้านบาท อยากขอแค่ปล่อยให้ธุรกิจดำเนินการได้ตามปกติต่อไปเท่านั้น การนั่งรับประทานอาหารที่ร้านได้ ถือเป็นทางออกที่จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.ได้กำหนดพักชำระหนี้ต้นเงินให้กับเกษตรกร และบุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) สหกรณ์ (ไม่รวมสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ) กลุ่มเกษตรกร กลุ่มบุคคล กองทุนหมู่บ้าน หรือชุมชน และองค์กร ที่มีสัญญาเงินกู้และมีต้นเงินคงเป็นหนี้ก่อนวันที่ 1 เมษายน 2564 และเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวดเดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป และต้องไม่เป็นหนี้ตามโครงการนโยบายรัฐ หรือโครงการที่ได้รับการช่วยเหลือหรือมีเงื่อนไขตามมาตรการอื่นๆ จำนวน 2.82 ล้านราย

