บทนำ : ชี้แจงจนมั่นใจ

14.05.21 | 13:46 น.

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการว่า อยากให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จากนี้ไปการรณรงค์เรื่องการฉีดวัคซีนจะเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าภาครัฐสามารถที่จะจัดหาวัคซีนเข้ามาได้ทันท่วงที และสามารถฉีดให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในเรื่องนี้ทางนายกฯ ได้ขอให้ทุกหน่วยงานเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยเข้ามารับการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด เพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการต่อไปได้ในเรื่องอื่นๆ เช่น การเปิดประเทศ และการกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ของประชาชน รวมถึงเศรษฐกิจ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ยังจัดหาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีซิโนแวคเข้ามาอีก 3.5 ล้านโดส เดือนมิถุนายน จะมีแอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตในประเทศไทย 6 ล้านโดส จากนั้นเดือนกรกฎาคม จะได้รับอย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส จากรายอื่น เช่น ไฟเซอร์ สปุตนิก วี หรือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และตั้งเป้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 100 ล้านโดส จะจัดหามาให้ครบ 150 ล้านโดส ภายใน 2564 นี้ ส่วนค่ารักษาพยาบาล รัฐบาลจะออกค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนทุกคนตามสิทธิ ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ทั้งการตรวจคัดกรอง รับวัคซีน ชดเชยกรณีผลข้างเคียง หากมีประกันส่วนบุคคล ทาง รพ.จะเรียกเก็บกับบุคคลก่อน ที่เหลือให้เรียกเก็บกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขอย้ำอีกครั้งว่า ห้ามโรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนเป็นอันขาด หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

เป็นเรื่องดีที่รัฐบาล กำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ และพยายามรณรงค์ให้ประชาชนมารับวัคซีน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลน่าจะตรวจสอบว่า ทำไมประชาชนจึงไม่มาลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีน ประการหนึ่ง กลุ่มอายุ 60 ขึ้นไปและมี 7 โรคเสี่ยง อาจมีปัญหากับการเข้าแอพพลิเคชั่น ทำให้มีตัวเลขลงทะเบียนน้อยมาก น่าจะต้องมีทางเลือกที่ง่ายขึ้น และอีกประการหนึ่ง ประชาชนเชื่อว่าต้องฉีดวัคซีน แต่อาจไม่มั่นใจในคุณภาพของวัคซีนและหวาดเกรงผลข้างเคียง เป็นหน้าที่ของรัฐ จะต้องชี้แจง สร้างความมั่นใจ มากกว่าการเชิญชวนเพียงอย่างเดียว