หน้าแรก การเมือง จตุพรซัดไพบูล...

จตุพรซัดไพบูลย์-เสรี-วันชัย แค่แนวคิดแผลงๆของคนไม่เคยผ่านเลือกตั้ง

2.09.16 | 18:25 น.
ภาพจากแฟ้ม

“จตุพร” ซัดบริวาร คสช. เคลื่อนไหวทำลายพรรคการเมืองหนักหน่วง ชี้เสนอกติกา ลต.ถอยหลัง อัดให้ มท.คุมเลือกตั้ง เลวร้ายไปถึงยุคเผด็จการ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า องคาพยพที่เป็นบริวารฝ่ายอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคลื่อนไหวชี้นำให้ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง เพื่อกำหนดโทษ หรือสกัดการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองทำได้ลำบาก เพราะต้องการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม หรือสนับสนุนคนบางคนได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกจากกระบวนการเลือกตั้ง เมื่อองคาพยพอย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช. นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท. และนายวันชัย สอนศิริ สปท. พวกนี้ต้องการให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่ให้เหมือนการเลือกตั้ง ให้เป็นการเลือกตั้งภายใต้คณะรัฐประหาร มี คสช.คุมการเลือกตั้งทั้งหมด พวกบริวารอำนาจเหล่านี้จึงเสนอทฤษฎีแผลงๆ ให้หาเสียงแบบรถขายกับข้าว อีกทั้งยังเคยเสนอให้ผู้สมัคร ส.ส.ไม่ต้องให้เงินช่วยเหลือตามประเพณีงานบวช งานศพ หรืองานแต่งภายในเขตเลือกตั้งของตน ซึ่งเป็นการทำลายประเพณี ใครไปงานบวช งานแต่ง ไม่ใส่ซองบ้าง แต่ต้องการทำให้ผู้สมัครใจดำใส่ซองงานประเพณีใครไม่ได้

นายจตุพรกล่าวว่า นายไพบูลย์เสนอให้ผู้สมัคร ส.ส.ไม่ต้องปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งเวทีการปราศรัยแทนผู้สมัคร จึงแสดงแนวคิดคนไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง เพราะคนที่เสนอตัวให้ประชาชนเลือก ต้องกล้าไปพบประชาชนด้วยการปราศรัยให้ประชาชนรู้ถึงการจัดการบริหารเงินภาษีอากรของประชาชนอย่างไร และการปราศรัยหาเสียงเป็นการใช้งบประมาณน้อยที่สุดในการเลือกตั้ง รวมทั้งจะทำให้ผู้สมัครใหม่หรือเก่ามีความเท่าเทียมกัน แต่การเสนอของคนนี้ย้อนยุคไปถึงการเลือกตั้งปี 2495 ภายใต้อำนาจเผด็จการควบคุมเบ็ดเสร็จ ส่วนนายเสรีเสนอให้ยุบ กกต.จังหวัด แล้วให้กระทรวงมหาดไทย มาดูแลการเลือกตั้ง ส.ส. สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติแทน โดยให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการทหาร ตำรวจ และข้าราชการอื่นๆ มาช่วยดูแลการเลือกตั้งได้ ซึ่งเป็นการเสนอแบบการทำประชามติที่ผ่านมา ที่ให้ศูนย์รักษาความสงบแห่งชาติของ คสช.จัดการความเรียบร้อยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นายเสรีต้องเข้าใจว่าเหตุที่มาของ กกต.นั้น เพราะเดิมการเลือกตั้งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประชาชนเกิดความสงสัย ไม่ไว้วางใจ เพราะไปเอื้อประโยชน์ให้รัฐบาลรักษาการได้เปรียบ โดยใช้กลไกหน่วยงานรัฐทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองอื่นๆ จนทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นกลาง เกิดความคลางแคลงใจของประชาชน รัฐธรรมนูญปี 2540 จึงตั้ง กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระขึ้นมาดูแลจัดการเลือกตั้งแทนที่

“ถ้า คสช.ตั้งพรรค หรือแอบสนับสนุนใคร พรรคการเมืองใดแล้ว กลไกนี้จะเป็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น หรือไม่เกิดก็ตาม ผมว่ามั่วหนัก ส่วนการแจ้งเบาะแสการซื้อเสียงได้เงิน 1 แสนบาทนั้น รวมทั้งการให้ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่แตกต่างจากให้ คสช.คุมการเลือกตั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ต้องเลือกตั้งเลย ก็อยู่กันไป เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่า ถูกต้องข้อสงสัยการสืบทอดอำนาจ เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน หากไปไล่ล่าประกบติดผู้สมัครบางคน บางฝ่าย แล้วอำนวยความสะดวกให้อีกพวกหนึ่ง ย่อมแสดงถึงความต้องการอย่างไรได้ชัดเจน นอกจากนี้ องคาพยพบริวารอำนาจอย่างนายวันชัยยังมีข้อเสนอให้ออกกฎหมายคุมหัวหน้าพรรคการเมือง โดยใครซื้อเสียงติดคุก 10 ปี ส่วนหัวหน้าพรรคถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ความคิดแบบนี้เป็นพวกไม่เคยลงเลือกตั้ง แต่รอเป็นว่าที่ ส.ว. ดังนั้น สิ่งที่เสนอมาเป็นจุดอ่อนที่สุด เพราะการให้ผู้สมัครเขตทั้ง 350 เขต ถ้ามีการวางแผนตัวใส่ร้ายคนบางคนก็ยังล้มพรรคการเมืองมาแล้ว ตนเห็นว่า หากใครผิดต้องเป็นเรื่องของคนนั้นต้องรับผิดชอบ หัวหน้าพรรคจะไปรู้ได้อย่างไรใครทุจริตตรงไหน และขบวนการยัดเหยียดใส่ร้ายในช่วงเลือกตั้งมามากมาย” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวว่า การเสนอแนวคิดแบบนี้ของพวกบริวารอำนาจ เป็นการไปตัดสิทธินักการเมืองใหม่ที่แทบไม่มีโอกาสไปพบประชาชน จึงเสียเปรียบนักการเมืองเก่าที่หลายคนที่เป็นบริวารการยึดอำนาจให้ คสช. สืบทอดได้อย่างไร และบางคนออกลายถึงจะสมัคร ส.ส.อีกด้วย อีกทั้งแนวความคิดบริวารเหล่านี้ยิ่งไปซ้ำเติมให้รัฐธรรมนูญมีปัญหามากขึ้น เพราะที่มานายกรัฐมนตรีจะเป็นจากคนนอกหรือจากพรรคการเมือง ล้วนเกิดปัญหาอยู่แล้ว ถ้าได้นายกรัฐมนตรีคนนอก แต่ได้เสียงสนับสนุนไม่เกินครึ่ง ส.ส. ต้องเกิดปัญหาถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองก็ถูกองค์กรอิสระเล่นงาน อีกทั้งพวกองคาพยพ คสช.ก็เริ่มมาทำลายบรรยากาศการเลือกตั้งเสียอีก โดยเสนอให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ได้ เมื่อคนคุมหน่วยงานรัฐคือ คสช. ถ้าต้องการปฏิรูปการเมืองจริง ต้องให้เสรีภาพกับประชาชน ต้องให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ไปเลือกตั้งได้มีโอกาสรับรู้และคนสมัครต้องมีโอกาสกระจายเจตนารมณ์ของตนเอง ประชาชนผู้เลือกตั้งต้องมีโอกาสฟังความทุกฝ่าย และการใช้เงินหาเสียงที่น้อยที่สุดคือ การพูด เพราะไม่ต้องใช้งบประมาณ บ้านเมืองควรใช้หลักประชาธิปไตยที่ถูกต้องภายใต้การตัดสินใจของประชาชน กลไกทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างยุติธรรม หากยังหาทางชนะด้วยการเอารัดเอาเปรียบกันแล้ว สุดท้ายจะมีแต่ปัญหาวิกฤต และประเทศย่อมเกิดความเสียหายหนักหน่วงยิ่งขึ้น

Advertisement