“บิ๊กตู่” เรียกอนุทิน-ทีมแพทย์ หารือด่วน หลังผู้ติดเชื้อในเรือนจำพุ่ง

“บิ๊กตู่” เรียกอนุทิน-ทีมแพทย์ หารือด่วน หลังผู้ติดเชื้อในเรือนจำพุ่ง เผยวันลงทะเบียนฉีดวัคซีน กลุ่มอายุ 18-59 ปี เริ่ม 31 พ.ค. นี้ วางระบบรองรับการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ของชาวต่างประเทศที่ทำงานในไทย

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 17 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียก นายอนุทินชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและสาธารณสุขพร้อมคณะแพทย์ที่ปรึกษาเข้าหารือเป็นการเร่งด่วน หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 จำนวนมากโดยเฉพาะในเรือนจำ ซึ่งวันเดียวกันนี้ มีผู้ติดเชื้อในเรือนจำสูงถึง 6,853 ราย

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 -59 ปี เริ่มลงทะเบียนเพื่อรับบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบ “หมอพร้อม” ทั้ง Line Official Account และแอปพลิเคชัน ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป และยังสามารถจองฉีดวัคซีนโควิด19 ผ่านโรงพยาบาลที่มีสิทธิรักษา อสม.รพ. สต. และ ช่องทางอื่นๆ รวมทั้ง Walk-in ตามประกาศของจังหวัดด้วย ขณะเดียวกันทางกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระวางการวางระบบการลงทะเบียนเพื่อเให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยสามารถเข้าถึงการรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เช่นเดียวกัน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวให้ความมั่นใจว่า ผลศึกษาวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดในไทยพบว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากได้รับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนและมีใบยืนยันอาการแพ้วัคซีนจากสถานที่ฉีดวัคซีนแล้ว สปสช. พร้อมเยียวยา ตามประกาศคณะกรรมาการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) โดยจัดสรรวงเงิน 100 ล้านบาท สำหรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับคนไทยทุกคนที่ได้รับความเสียหายจากการวัคซีนโควิด มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มี 2 เขตที่เสนอข้อมูลการขอรับเงินช่วยเหลือ คือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี เขตพื้นที่อื่นอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ในส่วนของ สปสช.เขต 1 ซึ่งมีผู้ยื่นขอเยียวยา 218 ราย จากจำนวนที่ฉีดไปแล้วทั้งหมด 91,551 เข็ม คิดเป็น 0.24% โดยส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย เช่น เป็นไข้นิดๆหน่อยๆปวดเมื่อยตามตัว ส่วนกลุ่มที่มีอาการไข้สูงจนต้องนอนพักโรงพยาบาล คิดเป็น 0.05%

“ปัจจุบันที่มีมีการรายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก เป็นประสิทธิภาพจากการตรวจเชิงรุกในหลายพื้นที่ เพื่อเร่งคัดกรอง แยกออกจากชุมชนนำผู้ป่วย เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการรักษา ซึ่งช่วยควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดได้เร็วยิ่งขึ้น โดยมีการฉีดวัคซีนโควิด19ในพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานครแล้ว 125,228 โดส ทำให้มีการฉีดวัคซีนสะสมในพื้นที่กทม 450,285 โดส“ นางสาวรัชดา กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศธ.-ดีอีเอส’ ตั้งคณะทำงานหางบสนับสนุนอินเตอร์เน็ตให้ ‘น.ร.-ครู’ ใช้เรียนออนไลน์ฟรี
บทความถัดไป‘ตรีนุช’ เผยเปิดเว็บ ‘ครูพร้อม’ วันแรก คนสนใจเข้าชมจำนวนมาก