บทนำ : 7 ข้อแนะนำ

19.05.21 | 13:23 น.

เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ แถลงข่าวตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ระบุว่า จีดีพีติดลบ 2.6% ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 ที่ติดลบ 4.2% และเมื่อปรับผลฤดูกาลออกแล้ว จีดีพีขยายตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 0.2% พร้อมกับเสนอข้อแนะนำต่อการบริหารเศรษฐกิจในปี 2564 จำนวน 7 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1.ควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศเพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและอยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว ป้องกันการระบาดรุนแรงระลอกใหม่ เร่งรัดจัดหาและกระจายวัคซีนให้กับประชาชนเพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ 2.ดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แรงงาน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ ยังระบุว่า 3.ขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า เพื่อสร้างรายได้จากต่างประเทศและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการลงทุนภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง 4.ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน เร่งรัดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในปี 2561-2563 ให้เกิดการลงทุนจริง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5.รักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไม่น้อยกว่า 92.5% 6.เตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวและบริการกลับมาฟื้นตัวได้ทันที ที่มีการกระจายวัคซีนทั้งในและต่างประเทศเพียงพอต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และ 7.รักษาบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ข้อเสนอแนะของ สศช.ในเรื่องเศรษฐกิจ เชื่อว่าเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้ แต่ในประเด็นการเมือง จะเป็นเรื่องยาก เพราะการเมืองในประเทศยังคาราคาซังกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่รัฐบาลสัญญาไว้ แต่ยังไม่เกิดผลทางปฏิบัติ และมีผลต่อสภาพการเมืองในประเทศ และเชื่อว่าตราบใดที่ยังไม่มีการแก้ปัญหาทางการเมือง ให้กฎกติกาของประเทศเป็นสากล การเมืองจะเป็นอุปสรรคในการบริหารเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังที่เป็นมาตลอด 7 ปีของรัฐบาล กระทั่งกลุ่มที่เคยสนับสนุนรัฐประหารและสนับสนุนรัฐบาล ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกแล้ว