ก้าวไกล จับตา ‘ครม.’ งุบงิบผ่านร่างพ.ร.ก.กู้เพิ่ม 7 แสนล้าน ‘บิ๊กตู่’ สั่งรมต.แจงงบฯ65 อย่ามีปัญหา
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2565 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้กำลังถูกจับตาถึงการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านในหลายประเด็นที่จะส่งผลต่อรัฐบาล ล่าสุดรายงานข่าวจากที่ประชุม ครม. เปิดเผยวันที่ 18 พฤษภาคม ว่า นายกฯยังได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมพร้อมเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณรายจ่าย 2565 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายนว่า อย่าให้มีปัญหา เพราะถือเป็นวาระสำคัญที่จะต้องประชุม พร้อมกับขอให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขกันอย่างเคร่งครัด โดยระบุช่วงหนึ่งว่า ก็น่ากลัวอยู่แต่ พ.ร.บ.งบประมาณก็ต้องเข้า โดยมีรัฐมนตรีบางคนแซวถึงเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยว่า การใส่หน้ากากอนามัยพูดคงลดความดุเดือดลงได้บ้าง อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ครม. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังได้แจ้งให้กับนายกฯ ทราบว่าจะขอแปรญัตติ พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่ตามหลักการแล้วหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วต้องรอ 90 วัน แต่จะขอลดลงมาเหลือ 30 วัน เพราะกฎหมายฉบับนี้ค้างนานแล้ว ไม่ได้เข้าสภาสักที เนื่องจากได้บอกกับประชาชนเอาไว้ว่าจะจัดการปัญหายาเสพติด ขณะที่นายกฯ ไม่ได้พูดอะไร
- สั่งรมต.แจงทุกปมใช้งบ65
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบการรายงานของ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวาระสำคัญ ดังนี้ 1.การพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 (ลดดอกเบี้ยผิดนัด) และ พ.ร.ก.การให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) พ.ศ.2564 โดยกำหนดประชุมวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ หากไม่แล้วเสร็จ ให้พิจารณาต่อวันที่ 28 พฤษภาคม และ 2.การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2565 กำหนดประชุมวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน (รวม 3 วัน)
“นายกฯได้กล่าวในที่ประชุมว่าขอให้รัฐมนตรีใช้เวลาในการประชุมสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ชี้แจงข้อมูลถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการใช้งบประมาณแผ่นดินในแผนงานและโครงการต่างๆ รวมถึงความสอดคล้องต่อสถานการณ์ของประเทศ ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส งบประมาณของกระทรวงใดที่มีการปรับลดลงจากปีก่อนต้องชี้ให้เห็น เงินที่ใช้สำหรับการเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจและการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ต้องอธิบายด้วยว่ามีการใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ และงบกลางกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว และที่สำคัญต้องตอบข้อซักถามทุกประเด็นให้เกิดความกระจ่าง เพื่อความเข้าใจร่วมกันและความสบายใจของประชาชน น.ส.รัชดากล่าว
- ก.ก.ซัดจัดงบเช้าชามเย็นชาม
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในงบปี 2565 ว่า จากการติดตามข้อมูลประเมินว่าการจัดสรรงบในครั้งนี้เป็นการจัดสรรตามที่หน่วยราชการเสนอมาตามปกติตามระบบราชการ มองว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประชาชนอยู่ในภาวะวิกฤต สิ่งแรกที่จะต้องยกเป็นวาระแห่งชาติก็คือ การแก้ปัญหาให้ประชาชนก้าวพ้นจากสถานการณ์ของโรคระบาดรวมที่มีทั้งผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลอย่างหนัก ซึ่งสองเรื่องนี้ถือว่าประชาชนได้รับผลกระทบอย่างสาหัส สิ่งจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
วันนี้ประชาชนต้องเผชิญวิกฤตโรคระบาดมีผู้เสียชีวิต รวมทั้งยังต้องเจอวิกฤตเศรษฐกิจแต่การจัดสรรงบไม่มองถึงจุดนี้ ยังพิจารณาเงินภาษีของประชาชนแบบเช้าชามเย็นชาม ใครขอมาเราจัดให้ ใครสนิทกว่าก็รับเงินไป มือใครยาวสาวได้สาวเอาในระบบงบประมาณแบบไทยๆ จะติดตามการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่จะไปช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน หากไม่มีหรือมีการจัดสรรงบประมาณค่อนข้างน้อย เตรียมสอบถามถึงความชัดเจนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน นายณัฐชากล่าว
- ครม.งุบงิบผ่านเงินกู้ 7 แสนล.
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า จากกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความเห็นและขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กระทรวงการคลังเตรียมขออนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้เพิ่มเติมอีก 7 แสนล้านบาท เป็นการกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินกู้เดิมตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ที่ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปเกือบเต็มวงเงินแล้ว ปรากฏว่าในการประชุม ครม.วันที่ 18 พฤษภาคม กระทรวงการคลัง ได้เสนอ ร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. …. ต่อครม.เพื่อขออนุมัติ เพิ่มเติมอีก 7 แสนล้านบาท เป็นการกู้เงินเพิ่มจากวงเงินกู้เดิม จำนวน 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเสนอเข้าเป็นวาระลับที่สุด (เอกสารริมแดง) และเมื่อที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบ ได้เก็บเอกสารกลับทันที ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆ ทางกระทรวงคลังจะชี้แจงต่อไป
- แบ่งงบ 3 ด้าน-สธ. 3 หมื่นล.
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้นำเสนอ ครม.กำหนดแผนออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เนื่องจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท มีกรอบวงเงินกู้คงเหลือ 166,525 ล้านบาท และการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกเดือนเมษายน 2564 จึงมีความจำเป็นต้องนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้ดูแลประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกประมาณ 150,000 ล้านบาท จึงทำให้มีวงเงินคงเหลือจำนวน 16,525 ล้านบาท จึงเสนอ ครม.ออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม โดยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังก็ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับบริหารหนี้สาธารณะ ครั้งที่ 2/64 เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวด้วย สำหรับการกู้เงินเพิ่มเติม 7 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1.ให้กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 30,000 ล้านบาท นำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน ปรับปรุงสถานพยาบาลและการวิจัยพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่
- เยียวยา 4 แสนล.-ฟื้นฟู 2.7 แสนล.
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า 2.ให้คลัง วงเงิน 400,000 ล้านบาท นำไปใช้ช่วยเหลือ เยียวยา หรือชดเชยให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และ 3.ให้คลังนำไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 270,000 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุน และการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ กรอบเวลาการกู้เพื่อใช้จ่ายได้ถึงเดือนกันยายน 2565 และคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจปี 64 ขยายตัวเพิ่มอีก 1.5% อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังจากที่นำเสนอ ครม.แล้ว จะต้องมีการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนวงเงินกู้จาก 7 แสนล้านบาทได้อีก อย่างไรก็ตาม จะไม่มีผลกระทบต่อหนี้สาธารณะในปีงบประมาณ 2564 ซึ่งจะอยู่ที่ 58% เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง แต่ปีหน้าคาดว่าหนี้จะเกินกรอบเป้าหมายที่ 60% แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะในสถานการณ์ไม่ปกติ รัฐบาลสามารถขยายกรอบหนี้สาธารณะให้เพิ่มอีกได้
- จับตากู้เพิ่ม 7 แสนล.แต่ลดงบสธ.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาให้ดีคือ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระทรวงการคลังได้ขออนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้เพิ่มเติมอีก 700,000 ล้านบาท เป็นการกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินกู้เดิมตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ที่ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปเกือบเต็มวงเงินแล้ว โดยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน ดังกล่าวเป็นเอกสารแค่ 4 หน้า กรอบแผนงานการใช้เงินเขียนสั้นๆ แบ่งเป็น 3 แผนเหมือน พ.ร.ก.เงินกู้เดิมทุกประการ เพียงแต่ปรับลดวงเงินลง มาแบ่งเป็น แผนงานด้านสาธารณสุข ลดลงเหลือ 30,000 ล้านบาท, แผนงานเยียวยาประชาชน ลดลงเหลือ 400,000 ล้านบาท และแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ลดลงเหลือ 270,000 ล้านบาท
การออก พ.ร.ก.เงินกู้ครั้งนี้น่าเป็นห่วง เพราะโครงสร้างแผนงานและกลไกการอนุมัติโครงการแทบจะเหมือน พ.ร.ก.1 ล้านล้าน ทุกประการ ดังนั้น คงคาดหวังได้ยากว่าใน พ.ร.ก. เงินกู้ตัวใหม่รัฐบาลจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณให้ดีขึ้น พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้าน ที่รัฐบาลออกมาในปีที่แล้วเห็นได้ชัดแล้วว่านอกจากโครงการที่เป็นเงินโอนโครงการอื่น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศอนุมัติได้น้อย การเบิกจ่ายล่าช้า ตัวโครงการไม่มีความสมเหตุสมผล น.ส.ศิริกัญญากล่าว
- ดักคอกห.ของบ 387 ล.แก้โควิด
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า อยากให้จับตาในการประชุม ครม.ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการที่กระทรวงกลาโหม (กห.) ทำหนังสือลับมาก ด่วนมาก ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแก้ปัญหาโควิด-19 ของ กห. การของบประมาณในครั้งนี้ กห.ขอใช้งบกลางประมาณ 387 ล้านบาท หลายเรื่องเป็นภารกิจของกองทัพอยู่แล้ว เช่น การสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่บริเวณชายแดน 80 ล้านบาท การเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามของกองทัพ 100 ล้านบาท
ที่น่าติดใจเท่ากับส่วนที่ใหญ่ที่สุด 207 ล้านบาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่เป็นการใช้เงินเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลในการรับมือกับสถานการณ์ชุมนุม ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับการรับมือแก้ปัญหาโควิด-19 เลย รัฐบาลต้องตอบคำถามเรื่องนี้กับประชาชนให้ชัดด้วย น.ส.ศิริกัญญากล่าว

