‘วิโรจน์’ ชี้ใส่แมสก์ขณะอภิปรายเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ทุกคน ซัด ‘กองทัพ’ งบอะไรที่ไม่ถูกกาลเทศะต้องปรับลด เผยการวอล์กอินฉีดวัคซีนควรเป็นมาตรการเสริม คุมความหนาแน่น ป้องไม่ให้เกิดคลัสเตอร์จุดฉีด
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญที่จะเกิดขึ้น ที่รัฐสภามีมาตรการให้ผู้อภิปรายสวมหน้ากากอนามัยขณะกำลังอภิปราย ว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยที่เข้าใจได้ ทั้งการรักษาระยะห่างหรือการสวมหน้ากากอนามัยก็ดี ถือเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม การใส่หน้ากากอนามัยขณะอภิปรายไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงที่จะให้ความร่วมมือ เป็นการดูแลตัวเองและเป็นแบบอย่างให้ประชาชนด้วย
เมื่อถามถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านและพรรคก้าวไกลมีการเตรียมการอย่างไรบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า จะดำเนินการหารือกันในการประชุม ส.ส.ในสัปดาห์หน้า แรกเริ่มเดิมทีจะเป็นการอภิปรายทั่วไป แต่ก็มีการหารือว่าในสถานการณ์แบบนี้ที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่น จนกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ การอภิปรายจะต้องไม่ใช่การอภิปรายทั่วไปแต่จะต้องเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และที่เห็นผลว่าควรจะไม่ไว้วางใจ คือ หลายเรื่องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา เราได้เตือนและย้ำแล้ว แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้นำพาจนปัญหาเกิดขึ้นกับประชาชนจริงๆ รัฐบาลจะอ้างไม่ได้ว่าไม่รู้เพราะมีคนเตือนไปแล้ว ดังนั้น จึงเป็นความสมเหตุสมผลที่จะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อถามว่า ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 จะเน้นไปที่เรื่องใด นายวิโรจน์กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณจะต้องสมเหตุผล แต่ตอนนี้เห็นตรรกะในการอธิบายที่ไม่สมเหตุสมผล คือ การบอกว่ากองทัพลดงบประมาณลงมาแล้วและหลายกระทรวงก็ได้งบประมาณเพิ่มขึ้นแล้ว การจัดสรรงบประมาณที่แท้จริง คือ ถ้าเรายังเห็นว่างบประมาณอะไรของกองทัพที่ยังไม่ถูกกาลเทศะ และไม่สมควรแก่เหตุในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แบบนี้ อธิบายไม่ได้ว่าจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มาเพื่อการใดที่จะเชื่อมโยงกับประโยชน์และคุณภาพชีวิตของประชาชน ต้องปรับลดลงอีก ถ้ายังเห็นว่าอะไรที่สามารถปรับลดได้อีกก็ควรจะทำ ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขหรือกระทรวงใดก็ตามที่บอกว่าได้งบเพิ่มขึ้นแล้ว แต่ตราบใดที่ยังมีความขาดแคลนหรือมีความกังวลว่าจะมีความคลาดแคลนเกิดขึ้นในอนาคตก็ควรเพิ่มงบให้มากขึ้นอีก ไม่ใช่บอกว่าคราวที่แล้วขาดแคลนมาก คราวนี้เพิ่มขึ้นมาเลยขาดแคลนน้อยและบอกว่าพอใจแล้ว เราก็จะติดหล่มอยู่กับความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณ สุดท้ายคนที่เดือดร้อนคือประชาชน
เมื่อถามถึงความคิดเห็นกรณีที่รัฐบาลพยายามจะปรับจากการวอล์กอินฉีดวัคซีนมาเป็นออนไซต์ หรือ ลงทะเบียน ณ จุดบริการ นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้ามีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริง รับรู้ความเสี่ยงและประโยชน์จากการฉีดวัคซีน และประชาชนลงทะเบียนด้วยความสมัครใจจะไม่เป็นปัญหาเลย เพราะจำนวนคนที่มาฉีดวัคซีนจะตรงกับจำนวนที่ลงทะเบียน แต่ถ้าอยู่ในลักษณะที่กวาดรายชื่อมาลงทะเบียน โดยที่ประชาชนไม่ได้รับการสื่อสารตามข้อเท็จจริงและไม่ได้สมัครใจที่จะมาฉีดด้วยความเข้าใจ ซึ่งเมื่อจำนวนผู้ลงทะเบียนมากกว่าจำนวนวัคซีนที่จะส่งมอบก็จะเกิดปัญหาโดยให้โรงพยาบาลบางแห่งโทรเลื่อนประชาชนอีก แต่ปรากฏว่าในวันจริงคนอาจจะมาฉีดวัคซีนน้อยกว่าที่ลงทะเบียน ประชาชนกลุ่มที่ถูกเลื่อนก็จะรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในขณะที่โรงพยาบาลบางแห่งมีสต๊อกวัคซีนเหลือ ดังนั้น การบริหารจัดการสต๊อกวัคซีนต้องดำเนินไปด้วยความเข้าใจให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน และการวอล์กอินจะเป็นมาตรการเสริมขึ้นมาในภายหลัง หรือควบคู่กันถ้ามั่นใจว่าจะมีสต๊อกวัคซีนที่เพียงพอ แต่ต้องควบคุมความหนาแน่นด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดคลัสเตอร์ที่ขำไม่ออกและเป็นตลกร้ายเพราะเป็นคลัสเตอร์จุดฉีดวัคซีน


