อนุดิษฐ์ ซัด 7 ปีระบอบประยุทธ์ สร้างมรดกบาปให้ลูกหลาน ต้องตามชดใช้นานแสนนาน
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการพรรค เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็น เหตุการณ์ครบรอบ 7 ปี การเข้ายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยระบุว่า
ครบรอบ 7 ปี รัฐประหาร เผด็จการยังอยู่ครบ ถ้าถามว่า “นานไหม” เราคงได้คำตอบ 2 แบบ ถ้าถามคนที่เกลียด “#ระบอบประยุทธ์” คำตอบคือ “นานมาก” และ “นานเกินไปแล้ว” เพราะระบอบนี้ทำร้ายประเทศ ทำร้ายคนไทยให้พบความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ขาดโอกาส ยากจนลง เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว และอื่นๆ อีกสารพัด
แต่ถ้าถามกลุ่มที่ร่วมกันยึดอำนาจ หรือถามจากพวกลิ่วล้อ บริวารว่านเครือ คงได้คำตอบว่า “อยู่มาแค่แป๊ปเดียว” และต้องอยู่ต่อไป เพราะคนไทยต้องการ #ระบอบประยุทธ์ มาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมยาวนานให้หมดไปจากแผ่นดินไทย
ถ้ากติกาประชาธิปไตยมีอยู่จริง ระบอบประยุทธ์คงสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่เรายังต้องใช้กติกาเผด็จการ จึงต้องทนทุกข์กับระบอบประยุทธ์ต่อไป
“มาตรา 272 ของข้าใครอย่าแตะ” ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ จะไม่มีวันถูกปลดล็อก และจะถูกใช้เพื่อเลือกระบอบประยุทธ์มาบริหารประเทศอย่างน้อยอีก 1 สมัย อย่างแน่นอน ฟันธง!
ครบรอบ 7 ปี รัฐประหาร เผด็จการยังอยู่ครบ ระบอบนี้จะอยู่กับเราอีกนานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบ แต่ 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้นบ้าง เชื่อว่าทุกคนคงไม่ลืม…
7 ปีนี้ เรามีมหาเศรษฐีระดับโลกชาวไทยทั้งเก่าและใหม่ ร่ำรวยขึ้นหลายเท่า แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศยากจนลง เมืองไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุด
ระบอบประยุทธ์ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินสูงสุด แต่คนไทยนึกไม่ออกว่าประเทศไทยพัฒนาไปตรงไหน เพราะยิ่งบริหารยิ่งถอยหลัง
ระบอบประยุทธ์บอกกับคนไทยว่า ขอเวลาอีกไม่นาน ยึดอำนาจมาเพื่อปฏิรูปประเทศ บอกว่าจะทำให้ประเทศไทยดีกว่าเก่า แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงแค่ “รัฐราชการ” ที่อ่อนล้า ถดถอย และด้อยประสิทธิภาพ
แถมท้าย ผลงาน 7 ปี ที่เด่นที่สุดของ ระบอบประยุทธ์ก็คือ “การกู้”
หนี้สาธารณะ (มี.ค.64) ของไทย พุ่งสูงขึ้นถึง 8.47 ล้านล้านบาท เรียบร้อยแล้ว
แถมไม่กี่วันมานี้ แอบกู้วาระลับไปอีก 7 แสนล้านบาท
ดังนั้นการยึดอำนาจประชาชนครั้งนี้ จึงถูกครหาอย่างกว้างขวางว่าเป็นการยึดอำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง ที่ช่วยกันตักตวงความสุขกันถ้วนหน้า บนคราบน้ำตาของคนไทย
7 ปี รัฐประหาร จึงเป็นได้แค่การสร้าง “มรดกบาป” ให้ลูกหลานของเราต้องชดใช้ต่อไปอีกตราบนานเท่านาน

