หน้าแรก การเมือง หมอเรวัต ซัด ...

หมอเรวัต ซัด ‘บิ๊กตู่’ เลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์ เชื่อยังมูมมามในอำนาจ ปชช.จะตายทั้งเป็น

22.05.21 | 20:02 น.

หมอเรวัต ซัด ‘บิ๊กตู่’ เลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์ 7 ปีผ่านคือหายนะ เชื่อยังมูมมามในอำนาจ ปชช.จะตายทั้งเป็น

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เนื่องในวาระครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเสวนาไทยไม่ทน ออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 12.30-19.30 น. ภายใต้ชื่อ “7 ปีรัฐประหาร เหลียวหลังแลหน้าประเทศไทย” โดยมีตัวแทนอดีตนักการเมือง แกนนำขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ภาคประชาสังคม ไปจนถึงญาติวีรชน ร่วมวง อาทิ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ หัวหน้าพรรคก้าวล่วง, นายพิชัย พริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.), นายณัชภัท อัคฮาด แกนนำญาติผู้เสียหายจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2553, นายเศวต ทินกูล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550, นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ คณะปราบปรามโกงชาติ และนายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ

ในตอนหนึ่ง นายแพทย์เรวัต กล่าวว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน โดยการใช้กำลังบังคับ โดยการใช้ปืนไปจี้ และกระชากเอาอำนาจนั้นมา ตนถือว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไม่ศิวิไลซ์ เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะหลังจากที่มีการรัฐประหารในครั้งนั้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ในอำนาจตลอด 7 ปีนี้ และตลอด 7 ปีที่ผ่านมาคือ 7 ปีแห่งความหายนะที่รุนแรงที่สุด ไม่เคยมีเหตุการณ์ครั้งไหนที่ทำความเสียหายให้กับประชาชนได้เท่าครั้งนี้ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับตนว่ายุคนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก ยุคไอทีแต่เพราะอะไรการกระทำที่ป่าเถื่อนและไม่ศิวิไลซ์เช่นนี้ถึงเกิดขึ้นได้ จึงอยากฝากให้ประชาชนได้โปรดพิจารณาในเรื่องนี้ ว่าหากปล่อยให้คนชั่วร้ายอย่างพล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อไป ความเสียหายรุนแรงจะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ตนอยากจะชี้ให้ประชาชนได้เห็นว่าความชั่วร้ายต่างๆ ที่เป็นผลพ่วงจากการทำรัฐประหารและยึดอำนาจนั้นมีประเด็นอะไรบ้าง เช่นเรื่องเศรษฐกิจ ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศ ปรากฏว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินไปแล้วถึง 20.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเยอะมากและไม่เคยมีการใช้งบประมาณมากเช่นนี้มาก่อน และด้วยความที่เป็นผู้นำที่หาเงินไม่เป็น ฉะนั้นเมื่อไม่มีเงินใช้ก็จำเป็นต้องกู้อยู่เสมอ และตลอด 7 ปีที่ผ่านมาก็กู้สูงถึง 4.9 ล้านล้านบาท จนทำให้หนี้สาธารณะสูงถึง 8.47 ล้านล้านบาท รวมถึงหนี้ครัวเรือนก็สูงขึ้นไปด้วย นี่คือตัวอย่างของความหายนะทางเศรษฐกิจในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์

Advertisement

นายแพทย์เรวัต กล่าวว่า การเสียโอกาสของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ประเทศไทยมีทรัพยากรดีๆ อยู่เยอะและมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะพัฒนาไป แต่ภายใต้การบริหารงานของเผด็จการพล.อ.ประยุทธ์ก็ทำให้ประเทศไทยต้องเสียโอกาส ไม่สามารถพัฒนาและเดินไปด้านหน้าได้ นี่คือปัญหาที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศและประชาชน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการสูญเสียสิทธิและเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนที่ตกต่ำอย่างมาก ประชาชนพบกับปัญหาในเรื่องของการไร้สิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกด้านประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้มีการคุกคามประชาชน คุกคามนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ต้องการจะแสดงออกทางการเมืองด้วยการจับกุมหรือคุมขัง และได้อ้างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน ในช่วงที่ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ได้ให้เหตุผลว่าเพื่อควบคุมการระบาดของโรคระบาดโควิด-19 แต่ในการนำไปใช้จริงได้มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินจับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราคับแค้นใจมากในการกระทำของพล.อ.ประยุทธ์

“เรื่องที่เป็นปัญหาอย่างมากคือการสูญเสียประชาธิปไตยในระหว่างการปกครองของคุณประยุทธ์ ระหว่างที่คุณประยุทธ์และพวกเป็นรัฐบาล เขาทำอย่างไร คือมันเป็นวงวนอำนาจของคุณประยุทธ์และคสช.แต่ในรูปแบบที่ซ่อนเร้นด้วยการที่พยายามจะไปฟอกขาวให้ตัวเอง โดยการจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนั้นอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่คุณประยุทธ์เขียนขึ้นมาเอง เขียนให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้เปรียบทุกอย่าง ตั้งแต่มีการมี ส.ว. 250 คน ซึ่งคุณประยุทธ์เลือกด้วยตัวเองและให้ส.ว.ทั้ง 250 คนที่ตัวเองเลือกมาเลือกตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่เชื่อว่าจะมีประเทศไหนกล้าทำแบบนี้ คนที่กล้าทำแบบนี้ได้ ผมคิดว่าจะต้องไม่มียางเลย ไม่ใช่ไม่มียางลบ แต่ไม่มียางอายไม่เช่นนั้นแล้วใครจะกล้าทำในเรื่องที่น่าอายเป็นอย่างมากและเป็นการแสดงที่มูมมามในการบริโภคอำนาจหรือต้องการใช้อำนาจเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง” นายแพทย์เรวัต กล่าว

นายแพทย์เรวัต กล่าวว่า ผลกระทบที่ตามมาอีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือในขณะประเทศไทยได้สูญเสียความฝัน สูญเสียอนาคต ตนยกตัวอย่างให้เห็นชัดคือหากคนรุ่นใหม่จบมา จะสามารถหางานทำได้ที่ไหนในสถานการณ์เช่นนี้ หากเขาตกงานและมีคนตกงานมากๆ จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ดี หางานไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือปัญหาอาชญากรรมและปัญหาทางสังคมซึ่งจะมีอยู่มากมาย และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่ก็ลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาอาชญากรรมไม่ว่าจะเป็นลักขโมย การฆ่า ปล้นชิง วิ่งราวต่างๆ จะเป็นปัญหาสังคมที่ยากจะเยียวยา ฉะนั้นตนคิดว่าจะเกิดความเหลื่อมล้ำด้วยเมื่อคนรุ่นใหม่จบออกมาเพื่อจะทำงาน แต่มาเจอรัฐบาลที่คอรัปชั่น มาเจอคนของรัฐบาลที่โกงกินจะเกิดความเหลื่อมล้ำสูงมาก เพราะคนที่โกงกินจากการคอรัปชั่นก็ยิ่งมีฐานะมากขึ้นในขณะที่คนที่ไม่มีงานทำหรือคนที่มีรายได้น้อยก็จะยิ่งแย่จึงทำให้เป็นความเหลื่อมล้ำจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่บริหารงานไม่เป็นของพล.อ.ประยุทธ์

นายแพทย์เรวัต กล่าวว่า เมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอกแรก เมื่อมีรายงานผู้ป่วยคนแรกในประเทศจีนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ตนได้เตือนให้รัฐบาลเฝ้าระวังให้ดีว่าจะมีการระบาดแพร่มายังประเทศไทยเช่นกัน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้รับฟังในสิ่งที่เตือนจนกระทั่งมีการปล่อยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ ซึ่งในขณะนั้นมีการระบาดใหญ่อยู่ที่ประเทศจีน และในวันที่ 13 มกราคม 2563 ก็ได้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนป่วยในประเทศไทยแต่รัฐบาลก็ยังไม่เฝ้าระวังในการควบคุมโรคจนกระทั่งมีการติดกับคนไทยรายแรก เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 หลังจากนั้นรัฐบาลก็ยังปล่อยให้ผู้ติดเชื้อที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างชาติที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในประเทศไทยจนกระทั่งมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น และในที่สุดรัฐบาลก็ตกใจเนื่องจากมีการเปิดซุปเปอร์สเปดเดอร์ที่สนามมวยลุมพินีเพราะมีการจัดการแข่งขันโดยฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐบาล ซึ่งเป็นต้นเหตุของการระบาดใหญ่รอบที่ 1 ทั้งหมดเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ซึ่งขึ้นตรงกับพล.อ.ประยุทธ์ และในสถานการณ์ครั้งที่ 2 ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้องค์ความรู้ในการที่จะเข้าไปควบคุมการระบาดของโรคซึ่งประสบความสำเร็จ โดยในวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ผู้ติดเชื้อเป็น 0 และเป็น 0 อยู่นานทำให้ทุกคนสบายใจแต่จู่ๆ ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะทหารและผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ตามแนวชายแดนก็ปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าของแรงงานต่างชาติที่ติดเชื้อจากเมียนมาเข้ามาในประเทศไทยจึงทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหญ่ที่จ.สมุทรสาคร ทำให้รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์และมีการปล่อยปะละเลยให้เปิดบ่อนที่จ.ระยองทำให้มีการระบาดใหญ่อีกครั้งนำไปสู่การระบาดทั่วประเทศ

“ทั้งหมดล้วนเป็นความบกพร่องในการควบคุมและเฝ้าระวังโรคของรัฐบาลทั้งสิ้น ที่สำคัญในรอบที่ 3 เนื่องจากประชาชนต้องอดทนและป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคในเดือนเมษายน แต่ก็มีคนของรัฐบาลได้ฝ่าฝืนมาตรการการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ว่าควรจะต้องเว้นระยะห่าง ควรจะต้องสวมแมสก์เข้าไปมั่วสุมในคลิสตัลคลับ ทองหล่อจนทำให้มีการระบาดครั้งใหญ่และแพร่กระจายไปทั่วประเทศ เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดในรอบที่ 3 ซึ่งเป็นการระบาดที่ร้ายแรงเนื่องจากสายพันธ์อังกฤษสามารถแพร่ได้เร็วและมีอาการที่รุนแรงกว่า จะเห็นได้ว่าในการระบาดรอบที่ 3 ใช้เวลาเพียง 1 เดือน 3 สัปดาห์มากกว่า 90,000 รายและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 600 รายหากเทียบกับ 2 รอบแรกทั้งปีมีผู้เสียชีวิตไม่ถึง 100 ราย และมีผู้ติดเชื้อเพียงประมาณ 20,000 ราย นี่เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดและหละหลวมของคุณประยุทธ์ในการบริหารสถานการณ์โควิด นอกจากมีการปล่อยให้มีการระบาดทั้ง 3 รอบซึ่งเป็นความรับผิดชอบของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผอ.ศบค. ซึ่งเป็นการรวบอำนาจนำกฎหมายทั้ง 31 ฉบับมาอยู่กับตนเอง แต่สถานการณ์โควิดก็ไม่ดีขึ้น มีแต่ทรุดหนักลง วันนี้การระบาดก็ยังรุนแรงยังมีผู้ป่วยรุนแรงและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ฉะนั้นคุณประยุทธ์จึงเป็นปัญหาและเป็นผู้นำที่ไม่มีความสามารถโดยสิ้นเชิง” นายแพทย์เรวัต กล่าว

นายแพทย์เรวัต กล่าวว่า นอกจากนี้ต้นตอของการระบาดครั้งใหญ่ก็มาจากหน่วยงานรัฐทั้งสิ้นและที่สำคัญคือพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่ได้เตรียมการอย่างดีในการป้องกัน คือการจัดหาวัคซีนมาให้กับประชาชนอย่างเพียงพอ ฉะนั้นจึงไม่สามารถที่จะป้องกันการติดโรคในประชาชนได้ วันนี้ปรากฏว่าวัคซีนที่เข้ามายังน้อยและไม่เพียงพอสำหรับประชาชน มีการฉีดวัคซีนไปได้ประมาณ 2,600,000 โดสซึ่งถือว่าน้อยทำให้การระบาดจะยังไม่หยุดและมีการระบาดที่รุนแรงต่อไป ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความหายนะอย่างไม่น่าเชื่อหรือไม่น่าเป็นไปได้เพราะการปกครองโดยระบอบเผด็จการหรือระบอบประยุทธ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ไปยึดอำนาจมาด้วยกำลังมันสร้างปัญหาอย่างมาก สุดท้ายประชาชนจะต้องพิจารณาแล้วว่าใน 7 ปีของการรัฐประหารพล.อ.ได้ล้างผลาญเงินภาษีของประชาชนไปมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผลของการใช้งบประมาณเหล่านั้นไม่ได้เกิดประโยชน์กับประชาชนเลย ประชาชนกลับยิ่งลำบากมากขึ้นกว่าเดิม พล.อ.ประยุทธ์เป็นต้นเหตุของความยากแค้นลำเข็ญ ความหิวโหยของประชาชนและหากพล.อ.ประยุทธ์ยังมูมมามในอำนาจ ยังไม่ออกจากนายกฯ ตนเชื่อว่าประชาชนจะต้องตายทั้งเป็น จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์ออกไปเพื่อเซฟประชาชนและประเทศของเราให้อยู่รอดต่อไปได้