‘พิชัย’ เตือนประยุทธ์ คนจะอดตาย ยังซื้ออาวุธ ‘ไทกร’ ชี้ 7 ปีรปห.ทำประเทศพัง

22.05.21 | 23:42 น.

‘พิชัย’ เตือนประยุทธ์ คนจะอดตาย ยังซื้ออาวุธ ‘ไทกร’ ชี้ 7 ปีรปห.ทำประเทศพัง

วันที่ 22 พฤษภาคม คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเวทีเสวนาไทยไม่ทนออนไลน์ เนื่องในวาระครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร ภายใต้หัวข้อ “7 ปีรัฐประหาร เหลียวหลังแลหน้าประเทศไทย”

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตอนกลางคืนมีหมายออกมาให้ตนไปรายงานตัว และตอนเช้า ก็ได้เจอกับรัฐมนตรีหลายคนเต็มไปหมด เสร็จแล้วก็จับแยกกันไป และถูกขังที่ มทบ.11แล้วบอกว่า จะมาคุยให้ปรับทัศนคติ พอไปอยู่ได้วันสองวัน ตอนแรกเครียดมากเพราะไม่เคยถูกจับ พอถูกจับก็เครียดไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น มีทหารเฝ้าตลอด แล้วก็มีทหารมาบอกว่า จะมาแก้ปัญหาบ้านเมือง ใช้เวลาไม่นานแล้วจะให้มีการเลือกตั้ง

“7 ปีแล้วครับ ที่เขาพูดแบบนี้ ทุกอย่างแย่หมด หลังจากนั้นมา ผมเองก็กลัวว่าประเทศจะไปไม่ไหว เศรษฐกิจย่ำแย่ ก็อดไม่ได้ที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พูดทุกครั้งก็ถูกจับทุกครั้ง ถูกจับ 8 หน ดำเนินคดี 4แต่เราผมก็คิดว่า เรายืนด้วยความถูกต้องไม่ได้ทำร้ายเขา” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัยยังกล่าวในประเด็นเศรษฐกิจภายใต้ยุคโควิดว่า เราไม่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างมันแย่ลงไปเรื่อยๆ มีแต่ความเสื่อมถอย มีคนถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะจัดการ 7 แสนล้านล้านอย่างไร เรามองว่า จะต้องมีการฉีดวัคซีนแล้ว ตอนนี้จะต้องเตรียมเปิดประเทศแล้ว เงินที่ใช้คือเพื่อฟื้นฟู ช่วย SME ช่วยบริษัทต่างๆ นั่นคือแนวคิดของเรา เราคิดแต่ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้คิด คิดแต่จะแจกไปเรื่อยๆ รักษาความนิยม แต่กลับท่วมหนี้

Advertisement

“ถ้ายังเป็นเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ในภาวะเช่นนี้ คนจะอดตาย แต่ยังซื้ออาวุธ ไม่สามารถแยกแยะได้อะไรสำคัญไม่สำคัญ การใช้จ่ายไม่ได้มองว่า โลกไปทางไหน จะต้องใช้อย่างไร ประเทศไม่พัฒนาหรอก อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเตือนว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ออก เราเสื่อมถอยแน่ และเมื่อถึงเวลาย่ำแย่สุดๆ เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ได้เลย ” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ด้าน นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ คณะปราบปรามโกงชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกฏอัยการศึก มีอำนาจในการสั่งการกองทัพทั่วประเทศอยู่ในมือ ซึ่งไม่จำเป็นต้องยึดอำนาจเลย ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ต้องการอำนาจ และตอนนั้นมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว แค่ออกมาบอกว่า จะควบคุมกติกา นี่คือการปฏิรูปเบื้องต้น แต่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำเช่นนั้น เพราะอยากเป็นนายก อยากเป็นรัฐบาล ถ้ามีความจริงใจกับพี่น้องประชาชนที่แท้จริง จะไม่ทำแบบนี้

“พล.อ.ประยุทธ์ จากผบ.ทบ. มาเป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทำเพื่อแผ่นดิน สร้างประวัติศาสตร์ว่า นักการเมืองที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครสามารถขจัดปัดเป่าประเทศไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีนักการเมืองคนใด สส.คนไหนจัดการประเทศไทยได้ ท้ายที่สุด เลยกลายเป็นมะเร็ง” นายจอมพล กล่าว

นายณัชภัทร อัคฮาด แกนนำญาติผู้เสียหายจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2553

ขณะที่นายณัชภัทร อัคฮาด แกนนำญาติผู้เสียหายจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 กล่าวว่า จะไม่มีทางเสนอทางออกใดๆให้รัฐบาลได้อีก นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากการเป็นนายกฯ ซึ่งวันนี้ยังยืนยันคำเดิมอยู่ และอย่างที่ทุกทคนทราบว่าการรัฐประหารมีการจับกุมคุมขัง ซึ่งผมก้คือหนึ่งในนั้น

โดยวันนี้ขออนุญาตเล่าสั้นๆ วันนั้นไม่มีอะไรให้ต้องเสีย เพราะเขาเอาเราใส่รถฮัมวี่ ไปถึงเรือนจำ มทบ.11 เมื่อเข้าไปถึงเขาก็แจกแจง และเข้าห้องขังเดี่ยว พอประมาณ 10 โมงกว่าๆ ในอีกวัน เขาก็เชิญให้ลงมาอาบน้ำที่เป็นอ่างอาบน้ำรวม และที่มันช้ำใจคือ อ่างอาบน้ำรวมมันอยู่ตรงกลาง รายรอบด้วยห้องขังของทหารที่มีทหารอยู่ สุดท้ายนั่นคือบทเรียนที่เราจำได้

“ผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ค่อนข้างสนิทกันเป็นการส่วนตัว ตั้งแต่ก่อนเป็น ผบ.ทบ. แต่สนิทกันในเชิงคู่กรณี เพราะปี 2553 คนที่เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. ที่ใช้กำลังทหารปราบปราม คือ พล.อ.ประยุทธ์ และถ้าใครจะสู้กับพล.อ.ประยุทธ์ ต้องรู้จุดอ่อน คือ โมโหง่าย งอแง ขี้น้อยใจ

และเราจะรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ด้วยขาตัวเองเลย แต่อยู่ด้วยองค์กรต่างๆ ที่บิดเบี้ยวมาช่วยพยุง แต่ผลที่เกิดจากการบิดเบี้ยว รัฐบาลมีต้นทุนสุง และไม่ใช่แค่ต้นทุนสูง แต่ก่อหนี้สูง หลังมีประกาศออกมาว่า ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะร่วมล้านล้านบาท

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดไว้ว่า เขาจะทำในแบบรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยทำไม่ได้ และนั่นคือการก่อหนี้สาธารณะ หนี้สูงมันสวนทางกับเงินในกระเป๋าของประชาชน และสุดท้ายจะฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ท่านมีอำนาจพร้อมทุกอย่างแต่วันนี้ปัญหาเล็กๆสักข้อยังแก้ไม่ได้” นายณัชภัทร กล่าว

นายเศวต ทินกูล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550

นายเศวต ทินกูล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า หลังจากครบรอบ 7 ปี รัฐประหาร สัญญาของท่านคืออะไร เมื่อไม่กี่วันมานี้ก็ประกาศการปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ และต่อมาก็คือการนำเข้าโควิดเป็นวาระแห่งชาติ ตอนเป็นคสช.ก็ใช้ ม.44 ทั่วราชอาณาจักร เมื่อจะมีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็เสนอตัวว่า จะเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ แต่ขณะที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า เจ้าหน้าที่รัฐเป็นลักษณะต้องห้ามที่จะดำรงตำแหน่งนายก แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังทำ

นายเศวต ทินกูล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550

นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ กล่าวว่า ความล้มเหลวของการยึดอำนาจโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองขนาดไหน การทำงานที่ผ่านมาฉายภาพให้เห็นกลลวงตั้งแต่การแต่งเพลง มาจนถึงการเบียดบังเงินภาษีประชาชน

“ในการเคลื่อนไหวในวันนี้ ทุกภาคส่วนไม่มีใครสรรเสริญพล.อ.ประยุทธ์ ต่อสิ่งที่ทำในวันนั้น ซึ่งมันนำพาประเทศไทยมาสู่ความขัดแย้ง เมื่อฉันทามติของตนทั้งประเทศเห็นพ้องต้องกัน ว่าการเขียนรัฐธรรมนูญเผด็จการไม่ใช่การแก้ปัญหา มีแต่ทำให้ประเทศชาติและประชาชนตกต่ำ ต้องตั้งคำถามว่า คนที่ร่วมรัฐบาลกับพล.อ.ประยุทธ์ วันนี้คิดอย่างไร บาปกรรรมที่ท่านสร้างขึ้น ท่านจะแก้ไขให้กับประเทศชาติอย่างไร ท่านส่งมอบประเทศ จากความเสียหาย กลายเป็นหายนะ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย จะทำอย่างไร ในวันนี้ประชาธิปไตยสมบูรณ์แล้วหรือยัง ประชาธิปไตยยังเป็นแบบวิปริตที่ท่านกล่าวหาเมื่อ 7 ปีก่อนใช่หรือไม่ ท่านพูดว่าที่จะต้องร่วมรัฐบาล เพราะต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และดูแลพี่น้องประชาชน จึงอยากถามหัวหน้าพรรคว่า พล.อ.ประยุทธ์ ให้ท่านแก้รัฐธรรมนูญแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ต้มพรคประชาธิปัตย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือพรรคประชาธิปัตย์เต็มใจให้เขาหลอก ตอนนี้ทุกฝ่ายเคลื่อนมารวมกันในลักษณะเฉพาะกิจ คือ จัดการพลเอกประยุทธ์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ออกมาร่วมมือกับพี่น้องประชาชน กลุ่มที่เคยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกมาร่วมมือ” นายไทกร กล่าว