“บิ๊กป้อม” ปธ.เปิดการฝึก “HEx 2016” ร่วม18 ประเทศ ระดม กำลัง 2000 นาย ขน “Sea Hawk, Mi17 ,Super Puma Ka-27” ช่วยกู้ภัยตึกถล่ม ป้องกันแผ่นดินไหว เน้นการฝึกเป็นแบบสากล
เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 5 กันยายน ที่กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ (ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดพิธีการฝึกร่วมระหว่างคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารกับคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ(ADMM-Plus Military Medicine-Humanitarian Assistance and Disaster Relief Joint Exercise 2016 : AM-HEx 2016) โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยเอกอัครราชทูต ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา รวมทั้งผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกฯ อย่างพร้อมเพรียง
โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดงานว่า กระทรวงกลาโหมไทย กระทรวงกลาโหมสหพันธรัฐรัสเซีย กระทรวงป้องกันประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกร่วมฯ ครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1-11กันยายน 2559 โดยถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความร่วมมือทางทหารภายใต้กลไกการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา หรือ ADMM-Plus ที่มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงกลาโหมมีความภาคภูมิใจที่มีส่วนในการขับเคลื่อนกลไกดังกล่าวอันนำมาซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคนี้ โดยการฝึกร่วมฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการแบ่งปันประสบการณ์ ข้อมูล ทักษะความรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่แพทย์ทหารของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของหน่วยทหารในภูมิภาคในการปฏิบัติการร่วมด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า การฝึกครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด โดยต่อไปจะมีการฝึกร่วมกันทุกๆปี ส่วนรายละเอียดการฝึกในแต่ละปี อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่จะเน้นการช่วยเหลือผู้ประสพภัยพิบัติ เนื่องจากการเกิดภัยพิบัติ ไม่รู้ว่าจะเกิดในพื้นที่ใดของอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ตลอดจนถึงร่วมมือกับทุกๆประเทศ ทั้งนี้ตนรู้สึกภูมิใจที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือพิบัติและการแพทย์ทหาร โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้ง 18 ประเทศ และคาดหวังต่อไปในอนาคตเราจะทำให้การฝึกในครั้งนี้เป็นสากลมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมืระหว่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา แม้แต่ประเทศรัฐเซีย ที่อยู่ห่างไกลยังส่งยุทโธปกรณ์มาร่วมฝึก ตลอดจนถึงประเทศญี่ปุ่น นับว่าประเทศไทยเป็นสากล มีแต่คนไทยที่ต้องช่วยเหลือดูแลกันให้เกิดความเจริญให้กับประเทศไทย
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงแผนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อรองรับการช่วยเหลือภัยพิบัติว่า ทางอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย มาร่วมงาน เพื่อมาพิจารณาและประสานงานกับกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ที่ต้องร่วมมือและดูว่าอะไรที่สามารถบูรณาการร่วมกันได้ เพื่อช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมการฝึกที่สำคัญ ประกอบด้วย การฝึกประกอบกำลัง (Force Integration Training : FIT) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิคการใช้เครื่องมือ และการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างชุดปฏิบัติการของแต่ละประเทศ การฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) เพื่อทดสอบกลไกการทำงานของ
ศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน และศูนย์ประสานงานนานาชาติ การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) เป็นการฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ต่างๆ และโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ (Humanitarian Civic Action : HCA) เพื่อพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่ โดยพื้นที่การฝึกได้กำหนดขึ้น ณ จังหวัดชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง
อย่างไรก็ตามกำลังพล และยุทโธปกรณ์ที่เข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย กำลังทหารจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ประมาณ 2,000 นาย โดยมียุทโธปกรณ์ที่เข้าร่วมการฝึก เช่น อากาศยาน C-130, Sea Hawk, Mi-17 และเรือหลวงอ่างทองจากประเทศไทย เรือ LST จากสาธารณรัฐประชาชนจีน อากาศยาน Ka-27 และเรือพยาบาล จากสหพันธรัฐรัสเซีย อากาศยาน CH-47 และเรือ LST จากญี่ปุ่น อากาศยาน Super Puma จากสาธารณรัฐสิงคโปร์ และอากาศยาน C-295 จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

