หน้าแรก การเมือง สภาเดือด! 2คู...

สภาเดือด! 2คู่หู เสรี-วันชัย รับไม่ได้ถูกจวก’ไอ้ห้อยไอ้โหน’โต้แหลกข้อหา’สอพลอ’คสช.

5.09.16 | 16:18 น.

สภาเดือด ! 2 คู่หู “เสรี-วันชัย” รับไม่ได้ถูกจวก “ไอ้ห้อยไอ้โหน” โต้แหลกปัดเปล่าสอพลอ คสช. ด้าน “นิกร” ทนไม่ไหวลุกขึ้นตัดพ้อ เหมือนหัวหลักหัวตอ “วิทยา” รับเป็นคนชงสูตร “มท.-คสช.” ช่วยเลือกตั้ง อ้าง กกต.ไร้ผลงาน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ได้ชี้แจงภาพรวมความคืบหน้าในการทำงานของ สปท. ว่าเหลือเวลาในการทำงานอีก 7-8 เดือน จึงคาดว่ารัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ และ สปท.จะเหลือเวลาทำงานหลังจากนั้นอีก 4 เดือน

จากนั้น นายวันชัย สอนศิริ สปท. ได้ลุกขึ้นกล่าวถึงกรณีที่ สปท.ด้านการเมือง ถูกบรรดานักการเมืองออกมาโจมตีข้อเสนอเกี่ยวกับการร่าง พ.ร.บ.การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ กมธ.การเมืองเสนอให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) มาช่วยจัดการเลือกตั้ง และให้ คสช.ควบคุมการจัดเลือกตั้งในปี 2560 ว่าตนและนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ด้านการเมืองโดนหางเลขว่า เป็นข้อเสนอที่สอพลอขอตำแหน่งกับเผด็จการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปัญญาอ่อนและตกยุคสมัย รวมทั้งกล่าวหาว่าเป็นไอ้ห้อยไอ้โหนด้วย อย่างไรก็ตาม ขอเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ สปท.โดยตรง แต่เป็นเรื่องในการพิจารณาของ กมธ. ด้านการเมืองที่มีประเด็นการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจริง และผ่านมติที่ประชุม กมธ.แล้ว พร้อมจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม สปท. ในเร็วๆ นี้ แต่เนื้อหาไม่ได้เป็นไปตามที่นำมาบิดเบี้ยวกัน

นายวันชัยกล่าวต่อว่า ปัญหาเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม นำมาซึ่งความแตกแยกไม่สมานฉันท์ จึงต้องคิดว่าทำอย่างไรให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์เที่ยงธรรม และต้องสอดรับกับรัฐธรรมนูญ แม้ว่าตัวกฎหมายจะเด็ดขาด แต่ถ้าการเลือกตั้งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายลูกก็เปล่าประโยชน์ พวกเราจึงทำข้อเสนอไปยัง คสช.ให้มาช่วยสนับสนุน กกต. ไม่ใช่มาควบคุมการเลือกตั้ง แต่เพื่อป้องกันข้อครหาว่าการเลือกตั้งล้มเหลว และเพื่อให้การเลือกตั้งปี 2560 เป็นต้นแบบการเลือกตั้งที่เที่ยงธรรม ไม่ปล่อยให้กกต.เป็นเหมือนเสือที่ไม่มีใครกลัว จึงเห็นว่า คสช.ต้องทำให้โมเดลการเลือกตั้งที่สุจริตปรากฏขึ้น ส่วนเรื่องที่เสนอให้ มท. เข้ามาจัดการเลือกตั้งก็เป็นข้อเสนอของนายวิทยา แก้วภราดัย สปท. ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย ยันยืนว่าไม่ใช่การห้อยโหน คสช.แต่ต้องการให้งานออกมาดี

ด้าน นายนิกร จำนง สปท. กล่าวว่า การให้ มท.ไปช่วยจัดการเลือกตั้งนั้นทำไม่ได้ เพราะในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.เป็นฝ่ายจัดการเลือกตั้งอยู่แล้ว และตามมาตรา 265 ก็ให้ คสช.ยังคงอำนาจเดิมจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ถ้ามีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง คสช.ก็สามารถเข้าไปดูแลได้อยู่แล้ว แต่การไปชี้ของ กมธ.การเมือง เท่ากับว่า คสช.ลงมากำกับการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เหล่านี้สามารถคุยกันได้ใน กมธ. แต่เมื่อนำออกมาพูดอย่างนี้ ตนก็ต้องพูดบ้าง บางครั้งตนก็น้อยใจเหมือนกันเพราะโดนถล่มกันหมด เหมือนกับเป็นหัวหลักหัวตอ

Advertisement

ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย สปท. กล่าวว่า ตนขอยอมรับสารภาพว่าเป็นคนเสนอทั้ง 2 เรื่อง คือให้ มท.ไปช่วยจัดการเลือกตั้ง และให้ คสช.ช่วยควบคุมการเลือกตั้ง ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ ตนเสนอมาตั้งแต่แรกๆ แล้ว เพราะเห็นว่า กกต.มีภารกิจมากเกินไป ที่ผ่านมา กกต.จึงไม่สามารถปราบปรามการซื้อเสียงได้ ทาง กมธ.จึงเสนอแบ่งเบาภาระให้ กกต. ใช้หน่วยงานอื่นไปทำงานได้หรือไม่ และการเลือกตั้ง ส.ส.ควรเป็นวาระแห่งชาติ โดยให้ มท.ไปจัดการเลือกตั้ง และให้ กกต.กำกับอีกครั้งหนึ่ง เพราะ มท. ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วอย่างมหาศาล หน่วยงานในกระทรวงถูกกระจายออกไปหมดถือว่างานเบาที่สุด คนเป็นผู้ว่าฯจะสั่งใครแทบไม่ได้แล้ว และข้อเสนอเหล่านี้ก็เป็นแค่ตุ๊กตาตัวอย่างเท่านั้น ที่ผ่านมาทาง กมธ.เสนอให้มีการปรับปรุง กกต.มาโดยตลอด แต่ก็ไม่ผ่านการพิจารณาจาก กรธ. เราไม่มีทางอื่นจึงต้องมาล็อกในกฎหมายลูก

จากนั้น นายเสรีได้ชี้แจงว่า รายงานของ กมธ.ด้านการเมือง สปท. ผ่านการประชุมของ กมธ.โดยมีการประชุมอย่างเป็นขั้นตอนมาตลอด แต่ละเรื่อง ทาง กมธ.ได้ให้อนุ กมธ.ไปดำเนินงาน และต้องนำมารายงานความคืบหน้า สุดท้ายเมื่อได้รายงานมาก็จะถามสมาชิกว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรอีกหรือไม่ ถามทุกคนว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยจึงได้จัดทำเป็นรายงานให้สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ เรื่องที่ออกมาจึงถือเป็นมติของ กมธ. ส่วนประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่ทาง กมธ.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อให้เกิดความสบายใจ เพราะเราต้องรับฟังเสียงข้างนอกและดูเหตุผลว่า ถูกต้องมากน้อยเพียงใด หากดีเราก็จะปรับแก้ และข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ

“ยอมรับว่าข้อเสนอที่ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย เราก็ต้องพูดกันด้วยเหตุผลว่า ไม่ได้เขียนมาเพื่อเอาใจ คสช.เพราะ คสช.ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย เรื่องที่นักการเมืองพูดถึงพวกตนด้วยถ้อยคำรุนแรงนั้น เป็นเพียงแค่การพูดเพื่อสร้างความสนใจเท่านั้น เป็นการดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น นักการเมืองเหล่านี้ในอนาคตเชื่อว่าประชาชนไม่เอาเป็นการฆ่าตัวเอง และหากเราปฏิรูปสำเร็จเชื่อว่าพรรคการเมืองก็จะเป็นของประชาชน เพราะประชาชนอยากให้บ้านเมืองดีขึ้น รักษาผลประโยชน์ของประชาชนไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น” นายเสรีกล่าว