หน้าแรก การเมือง ก้าวไกลชี้ รบ...

ก้าวไกลชี้ รบ.จัดงบ’65 ไม่สอดรับวิกฤต เล็งอภิปรายแนะแนวทางใช้เงินฟื้นฟูประเทศ

29.05.21 | 14:20 น.

‘ก้าวไกล’ ชี้งบ’65 วางกรอบไม่สอดคล้องแก้วิกฤตประเทศ เล็งอภิปรายฯ ให้รัฐบาลตระหนักใช้เงินเพื่อ ปชช.

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายนโยบาย กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในวาระรับหลักการ ในวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน ว่าพรรค ก.ก.เตรียมตัวที่จะอภิปรายให้เป็นงบแห่งการฟื้นฟูประเทศ ดังนั้น จะฉายภาพให้เห็นว่า เราสามารถฟื้นฟูประเทศให้ผ่านในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่จะจบการแพร่ระบาดโควิด-19 และไปสู่การฟื้นฟูประเทศให้กลับไปดีขึ้นกว่าเดิมได้ จะต้องมีปัจจัยหรือองค์ประกอบใดบ้าง ทั้งการฟูฟื้นด้านสุขภาพ และยังต้องเตรียมความพร้อมในการแพร่ระบาด รวมถึงวัคซีนเข็มที่ 3 และ 4 แต่เมื่อไปดูในงบประมาณจะไม่เห็นการเตรียมความพร้อมเหล่านี้เลย


น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า นอกจากนี้ เราอยากเห็นการฟื้นฟูด้านสวัสดิการของประชาชน เพราะการผ่านวิกฤตโควิด-19 ทำให้เปิดบาดแผลสำคัญของประเทศไทย คือประชาชนมีความเปราะบางและไร้ความมั่นคงในชีวิต เมื่อมีวิกฤตมากระทบเล็กๆ น้อยๆ จากคนที่เคยจนอยู่แล้วก็กลายเป็นจนลงไปอีก จากที่เคยมีรายได้กลางๆ อาจกลายเป็นคนจนได้ในข้ามคืน เพราะประเทศไทยไม่มีหลักประกันใดให้กับประชาชน ซึ่งสิ่งที่เจอในงบประมาณปี 2565 คือ งบสวัสดิการถูกตัดอย่างถ้วนหน้า งบบัตรคนจนโดนตัด 2 หมื่นล้าน งบบัตรทองโดนตัด 1.8 พันล้าน งบประกันสังคมโดนตัด 2 หมื่นล้าน ซึ่งจะยิ่งทำให้เวลาฟื้นตัวของประเทศไม่ได้สร้างความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชนเลย

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ขณะที่ในเรื่องการฟื้นฟูเอสเอ็มอี 1 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมามีทั้งเอสเอ็มอีที่ถูกสั่งปิดหรือได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ และยังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเยียวยาทางตรงจากรัฐบาลเลย แต่งบประมาณปี 2565 เกี่ยวกับเอสเอ็มอีกลับลดลงจาก 2.1 พันล้านบาท เหลือ 1.9 พันล้านบาท รวมถึงงบประมาณที่จะไปสนับสนุนสถาบันการเงินต่างๆ ที่จะช่วยเหลือด้านสินเชื่อเอสเอ็มอีก็ถูกตัดลงเช่นเดียวกัน สุดท้ายแล้วแทนที่เราจะมีเอสเอ็มอีเป็นหัวจักรสำคัญที่จะนำพาประเทศให้ฟื้นตัวได้ หากเอสเอ็มอียังไม่ได้รับความสำคัญเช่นนี้ การฟื้นตัวของประเทศคงจะล่าช้าลง