หน้าแรก การเมือง เปิดสาระร่างพ...

เปิดสาระร่างพรบ.พรรคการเมือง หากปล่อยคนนอกครอบงำ หัวหน้า-กก.บห.โดนฟัน

5.09.16 | 21:05 น.

เปิดสาระร่างพรบ.พรรคการเมืองฉบับกกต. เผย เนื้อหาต่างจากปี 50 เน้นตั้งพรรคยาก-ยุบยาก กำหนดมาตรการเข้ม ตัดสิทธิหัวหน้า-กก.บห.หากปล่อยคนนอกครอบงำ-ชี้นำลูกพรรค พร้อมให้สมาชิกพรรคเคาะผู้สมัครลงส.ส.เอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมกกต.วันที่ 6 กันยายนนี้ ที่กกต.จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมี 6 หมวดมีสาระสำคัญแตกต่างไปจากปี 2550 คือ จะทำให้การตั้งพรรคการเมืองยากขึ้น รวมถึงยุบยากขึ้น โดยสาระสำคัญให้เลือกกกต.คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนพรรคเมือง ไม่ใช่ประธานกกต.เป็นนายทะเบียนเหมือนในอดีต การจัดตั้งพรรคการเมืองทำเป็น 2 ขั้นตอน คือ ต้องมีคณะผู้ริเริ่ม15 คน ยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองก่อน จากนั้นจึงมีการไปหาสมาชิกจากภาคต่างๆ ให้ครบ 5,000 คน แล้วจึงประชุมคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค ก่อนมาจดทะเบียนเป็นพรรคเมืองและส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ ส่วนการดำเนินกิจการของพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)อาจถูกนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของกกต.สั่งให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะและห้ามดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองนั้นเป็นเวลา5ปีได้ หาก 1.มีพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส.แล้วพรรคปล่อยให้ผู้สมัคร สมาชิกพรรคฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2.ยินยอมให้บุคคล ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการครอบงำ หรือชี้นำการดำเนินกิจการโดยอิสระของพรรคไม่ว่าโดยทางตรงหรืออ้อม และ 3.เสนอนโยบายหาเสียงของพรรคโดยไม่ส่งข้อมูลการวิเคราะห์นโยบายต่อกกต.

ขณะที่การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก็ให้ความสำคัญกับสาขาพรรคเป็นผู้เสนอรายชื่อสมาชิกในจังหวัดนั้นเป็นผู้สมควรได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ กรณีจังหวัดใดไม่มีสาขาพรรค แต่มีสมาชิกพรรคตั้งแต่ 200 คนขึ้นไปก็ให้เป็นผู้เสนอ โดยกำหนดเป็นความสำคัญลำดับแรก ที่ต้องเสนอต่อกรรมการบริหารพรรค ก่อนรายชื่ออื่นที่คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครของพรรคเห็นว่าเหมาะสม ถ้าพรรคการเมืองไม่ดำเนินการตามนี้ในเขตเลือกตั้งใดก็ไม่มีสิทธิที่จะส่งผู้สมัครในเขตนั้น ส่วนการคัดเลือกบุคคลผู้สมควรเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน3ชื่อต้องทำโดยที่ประชุมใหญ่ของพรรค

สำหรับเหตุแห่งการสิ้นสภาพพรรคเมือง จากเดิมที่กำหนดว่าถ้าไม่ส่ง 2 ครั้งติดต่อกันหรือเป็นเวลา 8 ปีติดต่อกันสุดแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากันจึงจะเป็นเหตุให้สิ้นสภาพพรรคการเมือง แต่ร่างกฎหมายใหม่ถ้ามีการเลือกตั้งทั่วไปแล้วพรรคการเมืองไม่ส่งผู้สมัครลงก็ให้สิ้นสภาพทันที ส่วนการสั่งยุบพรรค และศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งเพิกถอนสิทธิหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค เหลือเพียงกรณีพรรคกระทำการล้มล้าง หรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ การปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิถีทางที่มิได้เป็นตามที่บัญญัติไว้รัฐธรรมนูญ

ส่วนบทเฉพาะกาลให้ 2 ปีแรก หลังกฎหมายใช้บังคับยังไม่ต้องนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการคัดเลือกตั้งผู้สมัครจากสาขาพรรคมาใช้ ส่วนพรรคการเมืองที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ก็ให้เป็นพรรคการเมืองต่อไป ส่วนพรรคไหนยังมีองค์ประกอบการเป็นพรรคการเมืองไม่ครบตามกฎหมายนี้ก็ให้ดำเนินการให้ครบถ้วนใน1 ปีไม่เช่นนั้นให้สิ้นสภาพ

Advertisement