“ก้าวไกล” ซัด รบ.จัดสรรงบไร้สามัญสำนึก เผยเตรียม 20 ขุนพล อภิปราย 3 วัน ยันโหวตไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบฯ 65 จี้ “บิ๊กตู่” ลาออก
เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 31 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า งบประมาณปี 65 ต้องเป็นงบประมาณเพื่อฟื้นฟูประเทศ แม้งบประมาณจะลดลงเหลือ 3.1ล้านล้านบาท แต่พรรคก้าวไกลมีข้อเสนอว่า งบประมาณควรจะจัดสรรอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยว การหดตัวทางเศรษฐกิจ ปัญหาการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงปัญหาระบบรองรับทางสังคมที่ยังไม่เพียงพอ การอภิปรายของพรรคก้าวไกลจะแสดงให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลไร้สามัญสำนึกอย่างไร โดยเตรียมผู้อภิปราย 20 คน ด้วยเวลาที่ได้รับการจัดสรรมา 300 นาที จะแบ่งการอภิปรายวันละ 100 นาที
นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับวันนี้ทางพรรคก้าวไกลจะมีผู้อภิปราย 6 คน เปิดอภิปราย โดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย จะอภิปรายแสดงให้เห็นว่ากฎหมาย กรอบวินัยทางเมืองหรือการคลังต่างๆ ที่รัฐบาลนี้เขียนไว้ตั้งแต่ยุค คสช. มีผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณอย่างไร ต่อด้วย นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายเรื่องงบประมาณด้านสาธารณสุข น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายเรื่องสวัสดิการประชาชน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และนายสุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายงบประมาณที่จะฟื้นฟูการศึกษา เนื่องจากโควิด-19 ทำให้การศึกษาของเยาวชนสะดุดลง ฉะนั้น จะจัดสรรงบประมาณอย่างไรเพื่อมาแก้ปัญหาเหล่านี้
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจะโหวตให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 65 ผ่านในวาระแรกหรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า จากรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล พรรคก้าวไกลจึงมีมติว่า ไม่เห็นชอบที่จะให้ผ่านได้ ซึ่งการอภิปรายเราจะเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ดูรายละเอียด ตนคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นจะต้องมีผู้นำประเทศคนใหม่ และมีรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณอย่างเห็นหัวประชาชนมากกว่านี้ โดยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า หลายคนกังวลว่าถ้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 65 ไม่ผ่านจะไม่มีงบประมาณใช้ ซึ่งเชื่อว่าไม่ต้องกังวล รัฐบาลสามารถใช้เงินล่วงหน้าได้อยู่แล้วเหมือนตอนปี 63 ที่ออก พ.ร.บ.งบประมาณมาในเดือนกุมภาพันธ์โดยใช้เวลา 5 เดือน ซึ่งระหว่างนั้นรัฐบาลก็มีเงินใช้ นอกจากนี้ การที่บอกว่างบของกระทรวงที่ปรับลดไปอยู่ในส่วนของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้าน อยู่แล้วนั้น เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่า จะนำเงินไปใช้อย่างไร สิ่งที่รัฐบาลควรทำหลังจากออก พ.ร.บ.งบประมาณนี้แล้วบอกไม่มีเงิน คือไปออก พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี ซึ่งเป็นการกู้เงินเหมือนกัน แต่จะมีรายละเอียดว่าจ ะนำเงินไปใช้อย่างไร
“การที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทมา เป็นการลักหลับไม่ให้มีการตรวจสอบ ทั้งยังเขียนกว้างๆ ว่าจะใช้เงินอย่างไรก็ได้ภายใน 3 โครงการ ซึ่งแย่กว่าตอน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่เราเห็นแล้วว่า ใช้อย่างไร ทั้งอนุมัติล่าช้าและเบิกจ่ายล่าช้า หากพล.อ.ประยุทธ์ยอมลาออก และมีรัฐบาลใหม่สามารถที่จะถอนพ.ร.ก.กู้เงินออกไป และไปออกพ.ร.บ.งบประมาณกลางปี และมีแผนการจัดการที่ชัดเจนตอบโจทย์ประชาชนได้มากกว่านี้” นายพิจารณ์ กล่าว

