‘สุทิน’ แย้มกรอบอภิปราย ‘สธ.เป็นไฮไลต์’ ชี้คว่ำร่างไหม ต้องดูคำชี้แจง เผยฟังจาก ส.ส.รัฐบาลอึดอัดการแจกงบ

31.05.21 | 10:57 น.

‘สุทิน’ แย้มกรอบอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ 65 ‘สธ.เป็นไฮไลต์’ เผยฟังจาก ส.ส.รัฐบาลไม่เห็นด้วย-อึดอัดกับการแจกงบ ถาม จะเลือกเอามารยาทหรือเลือก ปชช.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า จะเปิดอภิปรายคนแรกโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และขยายความโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จากนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านสลับกัน พร้อมสรุปปิดอภิปรายในวันสุดท้ายโดยตน

นายสุทินกล่าวว่า ในการบริหารเวลาวันนี้ โดยพื้นฐานจะได้คนละ 10 นาที และอาจจะมีเพิ่มเวลาให้กับประเด็นที่ต้องเน้น 15-30 นาที เชื่อว่าจะจบได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งการแบ่งเวลาก็ใช้ฐานเดิมคือ ส.ส.ของพรรค เช่น พรรคเพื่อไทยได้ 760 นาที พรรคก้าวไกล 310 นาที และพรรคเล็กพรรคน้อยลดหลั่นตามกันไป แต่จะมีพรรคเดียวคนเดียวคือพรรคพลังปวงชนไทย ได้เวลา 15 นาที นอกจากนี้จะมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลซ์ ทั้งสองคนนี้มาเพิ่มเติม

นายสุทินกล่าวด้วยว่า สาระของวันนี้จะเริ่มต้นด้วยภาพรวมของงบประมาณ โดยหลักแล้วจะชี้ให้เห็นถูกผิดเกี่ยวกับการบำรุงสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้า และชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลว ความสำเร็จที่พอจะมีต่อการใช้งบประมาณ ส่วนในวันที่ 1-2 มิถุนายนจะเป็นการลงรายละเอียดของแต่ละกระทรวง อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นไฮไลต์ ต่อด้วยกระทรวงกลาโหมที่เป็นคู่เปรียบเทียบ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน ที่มีงบประมาณจำนวนมาก

“ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขต้องมาเจาะลึกกันว่าเหมาะหรือไม่ และจะเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งในการรับมือโควิด-19 ได้จริงหรือไม่กับงบที่นำไปเติมให้ และคงหนีไม่พ้นที่จะถูกพาดพิงไปถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่จะเข้าหลังจากนี้” นายสุทินกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า มติจะเป็นรูปแบบใด จะคล้ายกับงบประมาณที่ผ่านมาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า แตกต่างจากทุกปี เพราะทุกปีมีการอะลุ่มอล่วย แม้รู้ว่าผิดแต่เราก็ให้โอกาส แต่เมื่อให้โอกาสมาแล้ว 2 ปีก็พบว่าไม่เคยจะได้รับการแก้ไข ปีนี้จึงคิดว่าจะต้องยกระดับให้สัมพันธ์กับความรู้สึกของประชาชนและปัญหาที่เขาสร้างขึ้น ซึ่งเราจะไม่รับหลักการ แต่เราก็เชื่อว่าถึงแม้เราจะไม่รับหลักการ รัฐบาลก็คงผ่านไปจนได้

นายสุทินกล่าวว่า ดังนั้น มติของเราจะเป็นการชี้ถูกชี้ผิด ซึ่งจะเป็นระดับที่เข้มข้นขึ้น และจะทำให้เขาสร้างความตระหนักโดยหวังผลว่าจะได้รับการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการและในวาระ 2-3 ซึ่งมติที่ไม่รับนั้นเป็นการสอดคล้องกันของทุกพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม การที่เราจะคว่ำร่างก็ต้องดูและฟังคำชี้แจงก่อน ซึ่งก็ไม่แน่ตนได้ฟังจาก ส.ส.ของรัฐบาลหลายพรรคก็ไม่เห็นด้วย อึดอัดกับการแจกงบประมาณ ฉะนั้นจะถึงขั้นที่เขาจะคว่ำงบด้วยหรือไม่เท่านั้นเอง ว่าเขาจะเลือกเอามารยาทหรือเลือกเอาประชาชน