‘คราฟต์เบียร์-สปา’ ทวง กทม.ผ่อนมาตรการ ชี้ หนี้บีบรัด หมอนวดดับเพราะไม่มีข้าวกิน

พึ่งตัวเองไม่ไหว ‘กลุ่มคราฟต์เบียร์-สปา’ ทวง กทม.ผ่อนมาตรการ พบกันครึ่งทาง ชี้ ‘หนี้บีบรัด’ หมอนวดตายคาห้อง เพราะไม่มีข้าวกิน

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่มผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์ กว่า 10 คน และ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านนวด กว่า 40 คน เดินทางมารวมตัวเพื่อยื่นหนังสือถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทวงถามความคืบหน้า ว่าจะมีมาตรการผ่อนคลายให้กลับมาเปิดกิจการได้ภายใต้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้หรือไม่

ตัวแทนผู้ประกอบการร้านนวดร้านสปา กล่าวว่า เราได้ยื่นเรื่องไป 2 ครั้งแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่แล้วก็ได้มายื่นเรื่อง โดยวันนี้มาทวงคำตอบจากผู้ว่า กทม. ว่าจะมีมาตรการผ่อนปรนร้านนวดหรือไม่ ซึ่งเราเขียนเอกสารมาตรการผ่อนปรนเองทุกอย่าง เพื่อขอให้ทุกคนสามารถเปิดได้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม คำสั่งที่ 35 มีผลบังคับใช้วันนี้วันสุดท้ายแล้ว เราอยากทราบว่า พรุ่งนี้จะสามารถเปิดทำการได้หรือไม่

“ค่าเช่าได้ทวงเข้ามาแล้ว บางคนต้องจ่ายค่าเช่าถึง 270,000 บาท ซึ่งปิดกิจการ รายได้เราเป็นศูนย์ แต่ค่าเช่ายังต้องจ่ายเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เราอยากจะทราบข้อมูล และมาตรการของผู้ว่า กทม. ว่าจะช่วยผ่อนคลายได้หรือไม่”

ตัวแทนผู้ประกอบการร้านนวดร้านสปา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ร้านสปา ร้านนวดก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐไม่ว่าจะซอฟต์โลน (soft loan) ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ณ วันนี้จึงมาทวงถาม เพราะร้านนวดร้านสปายังต้องจ่ายค่าเช่าอยู่ และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาครัฐได้

ที่ผ่านมาบอกว่า ปล่อยเงินกู้ซอฟต์โลนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) แต่ไปติดต่อธนาคารแล้ว ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ต้องมีสเตตเมนต์ (statement) 6 เดือน ในเมื่อระหว่าง 6 เดือนนี้เราโดนสั่งปิด ไม่มีรายได้เข้ามา จะเอาสเตตเมนต์ ที่ไหนไปยื่นธนาคารได้ ประกาศทุกครั้งที่มีการสั่งปิด แต่ก็ไม่ได้มีคำสั่งไปถึงเจ้าของตึก เจ้าของห้องเช่า ว่าให้ลดหย่อน หรืองดเก็บค่าเช่า มีแต่สั่งให้เราปิด ให้เรายอมรับ ที่ผ่านมาเรายอมรับ เรา ‘ช่วยเหลือ ช่วยชาติ’ มาโดยตลอด แต่ ณ ตอนนี้ เราเดือดร้อน เราไม่มีเงินจะกิน หมอนวดตายคาห้องออกข่าวมาแล้ว เพราะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน เมื่อวานนี้ ออกข่าวที่เชียงใหม่ หมอนวดต้องไปขโมยมาม่าจากร้านอาหาร แล้วโดนจับ แบบนี้เราจะอยู่ได้อย่างไร มาตรการ ‘เราชนะ’ ช่วยเหลือ 2,000 บาท แต่ค่าเช่าห้อง 7,000 บาท ถ้าเราไม่จ่ายวันนี้ พรุ่งนี้เตรียมขนของได้เลย เพราะเจ้าของตึกไม่ได้ลดหย่อนเหมือนที่เราได้รับความเดือดร้อน

“อยากฝากถึงภาครัฐ อย่างนี้ได้หรือไม่ ที่เราเสียภาษีไปเท่าไหร่ เอายอดภาษีให้เรากู้กลับมาใช้ ไม่ใช่ถึงเวลาเก็บภาษี ต้องจ่ายเท่านั้นเท่านี้ และต้องจ่ายดอกเพิ่ม ซึ่งสำนักงานเขตได้มีหนังสือไปถึงร้านต่างๆ เรื่องภาษีป้าย ว่า คุณไม่มาชำระในวันนี้พรุ่งนี้ คุณต้องเสียเพิ่มทีละ 200, 300 ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกคนเดือดร้อน อย่างคราฟต์เบียร์ ร้านอาหาร ก็เดือดร้อน คนไม่มีรายได้ แต่ยังต้องมีรายจ่ายทุกวัน ค่าเช่า ค่าลูกน้อง มาตรการที่ช่วยเหลือ SME นั้น เงินกู้ 5 แสนล้าน เงินกู้ 1 ล้านล้านที่บอกว่าจะมาช่วย SME ท่านได้เดินลงมาดูหรือไม่ เดินมาถามหรือเปล่า ว่าค่าเช่ายังต้องจ่ายไหม คุณเอาเงินที่ไหนจ่ายให้ลูกหลาน พ่อ แม่ ซื้ออยู่กิน ทุกวันนี้คุณมีรายได้จากอะไร คุณกินข้าวกับอะไร ผู้ใหญ่เคยมาถามหรือไม่ ข้างถนนถามเขาหรือเปล่า ว่าได้รับการช่วยเหลืออะไรบ้าง ทุกวันนี้มีเงินกินข้าวหรือเปล่า อยากให้ผู้ใหญ่ลงมาดูบ้าง” ตัวแทนผู้ประกอบการร้านนวดร้านสปา กล่าว

ด้าน ตัวแทนผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์ เปิดเผยว่า เรามายื่นข้อเรียกร้องให้ผ่อนปรนมาตรการให้สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ ทุกคนคงได้ข่าวมาหลายครั้งแล้วว่า ทุกครั้งเกิดโควิด เราก็จะถูกปิดเป็นคนแรกเสมอ และถูกผ่อนปรนเป็นคนสุดท้ายเสมอ คล้ายร้านนวด

ธุรกิจหลายที่ สามารถควบคุมระยะห่างให้ปลอดภัยได้ ถ้าร้านอาหารเปิดได้ ร้านชาบูเปิดได้ ทำไมคราฟต์เบียร์ถึงเปิดไม่ได้ อยากให้รัฐผ่อนปรน เพราะไม่ใช่ทุกอาชีพที่จะเวิร์กฟรอมโฮม (work from home) ได้ อาชีพเหล่านี้ไม่มีรายได้ มีแต่ค่าใช้จ่าย และมีคนตกงานเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ร้านปิดไปเยอะแล้ว และเรายังถูกซ้ำเติมเรื่องการห้ามขายออนไลน์อีก ทำไมในสถานการณ์แบบนี้ อย่างน้อย ถ้าเราขายออนไลน์ได้ ก็ยังพอจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้

อยากบอกว่า มาตรการที่เกิดขึ้น ทั้งร้านนวด และคราฟต์เบียร์ ไม่ได้ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเลย ตอนนี้ทุกคนคาดหวังถึงวัคซีนอยู่ ถ้าเราเป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นกลุ่มที่โดนปิดตลอด ก็อยากให้เรื่องกระจายวัคซีนในกลุ่มพวกเราด้วย ให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

“เราคือกลุ่มกิจการที่ได้รับผลกระทบตลอด หากมีการสั่งปิดเช่นนี้ ก็ควรได้สิทธิในการฉีดวัคซีนอันดับต้นเช่นกัน เพื่อที่จะได้กลับมาเปิดให้บริการ สร้างความความมั่นใจให้กับทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงคาดหวังแค่กลุ่มคราฟต์เบียร์ แต่ยังคาดหวังในกลุ่มอื่นด้วย”

ตัวแทนผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์ กล่าวถึงการเยียวยาที่ผ่านมาด้วยว่า เป็นรูปแบบ ‘เราชนะ’ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เอาไปใช้จ่ายค่าเช่าไม่ได้ เอาไปให้เงินเดือนลูกน้องไม่ได้

“ลูกน้องได้เงินจากสิ่งนี้ไป เขาก็ยังเรียกเงินเดือนเท่าเดิม ความจริงสามารถทำกันได้ จากการมีใบประกอบกิจการ ถ้ารับเงินช่วยเหลือมา เราจะต้องห้ามเลิกจ้าง 6 เดือน เราควรทำแบบนี้มากกว่าหรือไม่ ทั้งหลายทั้งปวง เราเคยขอมาเป็นจำนวนมากแล้ว เราหวังว่าเขาจะมีการชดเชยชดใช้ เราก็ต้องพยายามพึ่งตัวเองมากกว่า แต่ตอนนี้ถูกปิด มันพึ่งตัวเองไม่ได้ พอจะเปิดก็มาบอกวันนั้น หรือปิดวันนั้น วางแผนล่วงหน้าอะไรไม่ได้” ตัวแทนผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์ กล่าว

นอกจากนี้ ตัวแทนผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์ เปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นรายชื่อ เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภา ไม่ใช่กลุ่มคราฟต์เบียร์เพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องของสุราชุมชน และสุราอื่นๆ รวมถึงผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.นี้ ตอนนี้ยื่นเข้าสภาและผ่านการพิจารณาแล้ว ว่าไม่ใช่ พ.ร.บ.ทางการเงิน อยู่ระหว่างรอวาระพิจารณาต่อไป โดยวันนี้จะมีการไปยื่นเรื่องที่ ศบค. และทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากได้พูดคุยกับทางกรุงเทพมหานคร โดยทาง กทม.บอกว่า มีคณะกรรมการพิจารณา ฉะนั้น เพื่อให้ทุกคนได้เห็นความจำเป็น จึงต้องไปยืนให้ครบ

“สำหรับการยื่นหนังสือในวันนี้ ทาง กทม.ระบุว่า จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม โดยเราจะรอฟังผล หวังว่าผู้ใหญ่จะเล็งเห็นผลกระทบมากขึ้น เพราะเราเดือดร้อนกันจริงๆ ไม่รู้จะบรรยายอย่างไร ไม่มีรายได้ ถูกห้ามทำอาชีพ เราปรับตัวจะไม่รู้จักปรับตัวอย่างไร จนเป็นกิ้งก่าแล้ว ทำอาหาร ทำพิซซ่า ทำโดนัท ทำชาไข่มุก ทำอะไร ทำหมด แต่มันไม่ใช่ทางออก อาชีพนี้เป็นความเชี่ยวชาญ เป็นวิชาชีพที่ถูกห้าม มันต้องพบกันครึ่งทางได้ อย่างหมอนวด ขอแค่นวดเท้าได้ก็พอ เป็นเหตุผลของระยะห่าง อย่างน้อย ถ้าเปิดช่องอย่างนี้เรายังสามารถทำมาหากินได้ ให้เราทำ 25% เหมือนร้านอาหารก็ได้ เรายอม แต่พอห้ามขายสุรา มันกระเทือนหลายอาชีพ บาร์เทนเดอร์ หรือร้านขายสุราทางเลือก ทำอย่างไร สุราที่ถูกกฎหมายอยู่ในร้านสะดวกซื้อหมด คนที่ขายสุราทางเลือกก็ไม่มีทาง อยากให้ช่วยพิจารณาผ่อนปรน ทำอะไรให้คิดถึงผลกระทบด้วย” ตัวแทนผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์ กล่าว

จากนั้น ผู้ประกอบการร้านนวดและสปา เปิดเผยเอกสาร จากเจ้าของผู้ประกอบการร้านนวด ที่ไม่มีรายได้ แต่มีรายจ่าย จึงต้องเอาบ้าน และรถไปจำนอง ทั้งยังระบุว่า ทุกสิ้นเดือนก็ยังคงต้องจ่าย เช่นเดิม

“ไม่ใช่ว่าสั่งปิดแล้วมีกิน ทุกวันนี้นี่ยังต้องใช้ ค่าเช่ายังต้องจ่าย พนักงานยังต้องซื้อข้าวให้กิน หากรัฐบาลมองว่าเราเป็นกลุ่มเสี่ยง อยากให้ปูพรมฉีดวัคซีนทั้งหมด ในพื้นที่ ‘สำนักงานเขต’ ให้เข้าถึงวัคซีนโดยง่าย ทุกวันนี้เราเข้าถึงวัคซีนยากมาก ความต้องการวัคซีนของหมอนวด มีประมาณ 3,000 คน ไม่รู้เมื่อไหร่จะฉีดครบ” ผู้ประกอบการร้านนวดและสปา กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นครปฐม ตรวจหาเชื้อโควิดพ่อค้า-ประชาชน พื้นที่ตลาดปฐมมงคล ชาวบ้านหวั่นเป็นคลัสเตอร์ใหญ่
บทความถัดไปผู้ว่าแบงก์ชาติ เล็ง ศก.ฟื้นไตรมาส 1/66 แนะ ‘รัฐ-ธนาคาร-เอกชน’ ร่วมเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี