‘สิริพงศ์’ แย้ม คมนาคมเตรียมวอล์กเอาต์ วาระขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

31.05.21 | 18:29 น.

‘สิริพงศ์’ แย้ม คมนาคมเตรียมวอล์กเอาต์ วาระขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หาก ครม.ทำคลอด จะยื่นฟ้องศาลทันที ขณะที่เวทีเสวนา ค้าน! ลักไก่ ต่อสัมปทาน BTS 30 ปี แลกยกหนี้! แนะ! ตั้งคณะทำงานพิจารณาหาทางออกร่วมกัน! หากยืนยันเก็บ 65 บาท รัฐบาลก็ไม่ควรเป็นรัฐบาล เพราะไม่ได้รักษาผลประโยชน์ให้ปชช.
.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม  มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสภาองค์กรของผู้บริโภคจัดเสวนา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม “Zoom” ค้านการนำเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะถูกบรรจุเข้าเป็นวาระเร่งด่วนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในการประชุม ในวันอังคารที่ 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ ชี้! หากมติ ครม. ยืนยันเก็บ 65 บาท รัฐบาลก็ไม่ควรเป็นรัฐบาล เพราะไม่ได้รักษาผลประโยชน์ให้ประชาชน แนะ! ชะลอการต่อสัมปทาน และตั้งคณะทำงานที่มาจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาหาทางออกร่วมกัน โดยมีนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมการเสวนาในครั้งนี้

ด้าน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กล่าวว่า ตนตกใจและผิดหวังที่จะมีการนำเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวบรรจุเข้าเป็นวาระเร่งด่วนให้ ครม.พิจารณา ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้สิ่งที่อยากเห็นในมติ ครม.จะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค โดยเฉพาะเรื่องราคา ต้องต่ำกว่า 44 บาท เพราะเป็นการต่อสัญญาล่วงหน้า และยืนยัน 25 บาท กทม.ก็ยังมีกำไรถึง 23,200 ล้านบาท

อีกทั้งหวังว่าจะมีการชะลอการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว และตั้งคณะทำงานที่มาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาแก้ไขปัญหาได้หาทางออกร่วมกัน และหากพรุ่งนี้ในมติ ครม. รัฐบาลยืนยันจะเก็บ 65 ไป-กลับ 130 บาท หรือ 40% ของค่าแรงขั้นต่ำ รัฐบาลก็ไม่ควรเป็นรัฐบาล เพราะไม่ได้รักษาผลประโยชน์ให้ประชาชน ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่รักษาประโยชน์ไม่ได้มีหน้าที่สร้างภาระให้กับประชาชนไปอีก 38 ปี
.
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงคมนาคมที่พรรคภูมิใจไทยดูแลด้วย ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการนำเรื่องเข้า ครม. ได้มีการยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี ในเรื่องความครบถ้วนของสัญญาสัมปทาน. และเหตุใด กทม.ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงโอนหนี้ไปให้กับเอกชน เขาสามารถโอนหนี้ไปให้กับเอกชนได้ด้วยหรือไม่ รวมถึงประเด็นในข้อกฎหมายที่ กทม.

ไปตั้งบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจขึ้นมาที่กำลังถูกฟ้องร้อง ชื่อ บริษัท กรุงเทพธนาคม และไปจ้างบริษัทอื่นเดินรถ เป็นการหลบเลี่ยงทางกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้หากมีการบรรจุเข้าเป็นวาระเร่งด่วนให้ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ คิดว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่เข้าร่วมการพิจารณาใดๆ ส่วนตนอาจจะต้องดำเนินการยื่นฟ้องที่ศาลปกครองอีกครั้ง
.
ดร.สุเมธ องกิตติกุล กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังหน่วยงานที่จะนำเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวบรรจุเข้าเป็นวาระเร่งด่วน ทั้งที่ไม่มีเปิดเผยรายละเอียดและแก้ไขสัญญา และเรียกเก็บ 65 บาท ตลอดสาย โดยไม่ลองพิจารณาทางเลือกอื่นๆ มาเปรียบเทียบที่หลายฝ่ายได้เสนอ แต่ยังเอาเรื่องเดิมๆ ร่างสัญญาสัมปทานเดิมที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด รวมถึงค่าโดยสารที่ระบุไว้ 65 บาทนั้นไม่มีที่มาที่ไป ไปบรรจุเข้าเป็นวาระเร่งด่วนใน ครม. นอกจากนี้ ในมุมมองตนอยากเห็นรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯเป็นระบบเดียวกันทั้งระบบเหมือนกับประเทศอื่นๆ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลคือกระทรวงคมนาคมและ กทม. พัฒนาโครงการแยกกันคนละโครงข่าย ทำให้ปัญหาต่างๆ ที่ตามมา และมีค่าโดยสารที่จะแพงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคต
.
รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะต่อสัญญาสัมปทานไป 30 ปี และเรียกเก็บค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย เพราะต้นทุนจริง เพียง 13 บาทต่อเที่ยว ดังนั้น เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ในปี 2507 การเก็บ 25 บาท จึงมีความเป็นไปได้ เพราะไม่มีเรื่องโครงสร้างต้นทุน นอกจากนี้ บีทีเอสยังมีรายได้อื่นๆ เช่น โฆษณาจากทุกช่องทาง อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจึงเร่งรีบนำเข้า ครม. ในช่วงที่คนกำลังให้ความสนใจเรื่องวัคซีนโควิด-19 กัน
.
นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ กล่าวว่า มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ออกมาเรียกร้องเรื่องอัตราค่าโดยสารที่แพง ขอให้เก็บ 25 บาทตลอดสาย และชะลอการต่อสัญญาสัมปทานไปก่อนไม่ต้องเร่งรีบ เพราะยังเหลือเวลาอีก 8 ปี จึงจะหมดสัญญา ทั้งนี้อยากให้มีการตั้่งคณะทำงานร่วมกันเอาข้อมูลที่ถูกต้องเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคมาหารือกัน

Advertisement

“เมื่อเดือนเมษายน นายกรัฐมนตรีเคยออกมาพูดเรื่องรถไฟฟ้า ว่า ต้องคำนึงถึงเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งถือถว่าเป็นคำมั่นสัญญา หากพรุ่งนี้ ครม.มีมติออกมาว่าต่อสัญญาสัมปทาน ก็คงจะต้องร่วมกับทาง ส.ส.สิริพงศ์ ว่าเราจะไปฟ้องศาลปกครองและเราก็จะหยุดเรื่องนี้ และเดินหน้าฟ้องศาลปกครองแน่นอน” นายคงศักดิ์ กล่าว