หน้าแรก การเมือง 3 รัฐมนตรี โช...

3 รัฐมนตรี โชว์ผลงานกลางสภา ช่วงโควิด ยันเร่งแก้ปัญหาทั้งพาณิชย์-ศึกษา-ท่องเที่ยว

2.06.21 | 12:58 น.

3 รมต. โชว์ผลงานกลางสภา ช่วงโควิด ยันเร่งแก้ปัญหาทั้งพาณิชย์-ศึกษา-ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระแรก วันที่สาม โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการอภิปรายวันสุดท้าย ก่อนลงมติว่าจะรับหรือไม่รับหลักการ

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระแรก ว่า แม้สินค้าพืชผลการเกษตรสำคัญ 5 ตัว ทั้งข้าว มัน ยางปาล์ม ข้าวโพด ราคาตกลงมา ก็ยังมีตัวช่วยสำคัญคือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เข้ามาช่วยให้เกษตรกรสามารถยังชีพต่อไปได้ แต่เมื่อพิจารณาผลงาน เช่น การขายผลไม้ที่ผ่านมาพบว่าสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศจำนวนมาก ส่วนกรณีที่พบปัญหาการลักลอบนำเข้าผลิตผลจากต่างประเทศ ยืนยันว่ารัฐบาลได้สั่งการเร่งแก้ไขทันที และให้ถือเป็นนโยบายสำคัญ เพราะไม่ต้องการให้การลักลอบนำเข้าพืชเกษตรเพื่อนบ้านเข้ามามีผลกระทบกับราคาพืชเกษตรของคนไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ถกงบฯ65 วันที่ 3 พท.ลั่นไม่รับหลักการ ‘วิสาร’ เดือด ท้าประยุทธ์ยุบสภา หยุดทำประเทศเสียหายได้แล้ว

ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระศึกษาธิการ ชี้แจงถึงงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรับลดลงกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ว่า เป็นเพราะงบอุดหนุนรายหัวของนักเรียนลดลงตามอัตราจำนวนประชากร ภายใต้งบประมาณที่ลดลง กระทรวงศึกษาฯเน้นคุณภาพของผู้เรียน ลดภาระไม่จำเป็น รวมถึงนำเทคโนโลยีบริหารจัดการการศึกษาทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดภาระทางงบประมาณ ทั้งนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลเตรียมยกระดับคุณภาพของสถาบันศึกาษา ทั้งโรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนสแตนด์อโลน เพื่อนำงบประมาณจัดสรรให้เยาวชนและผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาได้มากที่สุด และจัดสรรงบเพื่อดูแลสถานศึกษาได้ทั่วถึง

Advertisement

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า สำหรับการเปิดเทอมในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 นั้น มอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงผู้อำนวยการศึกษา ดูให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภายใต้ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง เช่นจัดการเรียนการสอนที่มากกว่า 1 รูปแบบ ทั้งเรียนเรียนปกติ, เรียนออนไลน์, เรียนผ่านระบบออนแอร์ และมีการพัฒนาครูผ่านระบบครูพร้อม ซึ่งกระทรวงศึกษาฯมีมาตรการ และความพร้อมป้องกันโควิด โดยมีวอร์รูมของกระทรวง สนับสนุนการเรียนการสอนของผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด

ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงผลงานกระทรวงว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด ได้ทำ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ต้องฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่ 70% ภายในเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าจะเดินหน้าได้แน่นอน และโครงการต่อไป ในวันที่ 1 ตุลาคม จะเปิดแหล่งท่องเที่ยวใน 10 จังหวัด โดยไม่กักตัว ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ประจวบคิรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และบุรีรัยม์ เพราะพบว่าใน 10 จังหวัดมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ในปี 2562 ถึง 1.5 ล้านล้านบาท โดยจะประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนำร่อง ได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2564

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนการกระตุ้นการท่องเที่ยว เร็วๆ นี้ จะมี “โครงการทัวร์เที่ยวไทย” โดยเตรียมประกาศ หลังการแพร่ระบาดสิ้นสุดลง 1 ล้านคน จัดการท่องเที่ยวโดยบริษัททัวร์ มีมัคคุเทศก์ประจำรถ เพื่อส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวให้หมุนเวียน และเกิดการท่องเที่ยววันธรรมดา ทั้งนี้ โครงการกำลังใจ และโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ดำเนินการแล้ว ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ กว่า 6.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐบาลสนับสนุนเงินไปเพียง 9,320 ล้านบาท