‘กลุ่มไทยไม่ทน’ จี้ ป.ป.ช. ลาออกยกคณะ เหตุมาจากการยึดอำนาจ พร้อมกดดัน ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ลาออก

2.06.21 | 14:42 น.

“กลุ่มไทยไม่ทน” จี้ ป.ป.ช. ลาออกยกคณะ เหตุมาจากการยึดอำนาจ พร้อมกดดัน “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ลาออก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ กลุ่มไทยไม่ทน “คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” นำโดย นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช., นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ คณะปราบโกงชาติ, นายเศวต ทินกูล อดีต ส.ส.ร.ปี 50, ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม, นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. โดยมีนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือ

ทางกลุ่มยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ลาออกจากตำแหน่ง ในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระ ให้ร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และเพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแก้วิกฤตชาติบ้านเมือง

นายจตุพรกล่าวว่า คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย มาจากกลุ่มประชาชนทุกภาคส่วนอาชีพ ขอร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เสียสละลาออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางรีเซ็ต หรือล้างข้อผิดพลาดที่ค้างอยู่ในระบบของ ป.ป.ช. ให้เข้าสู่สภาวะปกติตามการปกครองระบบประชาธิปไตย และทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ต้องสงสัยและเป็นรูปธรรมที่ได้แสดงออกด้วยผลงานของ ป.ป.ช. แล้วว่าคอยเป็นทนายแก้ต่างให้กับ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในคดีนาฬิกาหรู ที่ชี้มูลว่าไม่ผิดเพราะเป็นการยืมใช้คงรูป เป็นกรณีที่ทำให้เกิดความกังขาอย่างกว้างขวาง มีการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการสอบสวนทั้งหมดแต่กลับเงียบ ขณะนี้เรื่องดังกล่าวได้อยู่ในการพิจารณาของศาลปกครอง

Advertisement

และยังมีกรณีกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในความผิดสนับสนุนปล่อยปละให้องค์การทหารผ่านศึก เกิดการทุจริตรับจ้างขุดลอกคูคลอง ทั้งที่มีการยื่นเอกสารและข้อมูลครบถ้วน ผู้ถูกกล่าวหาระดับสูงยอมรับ ว่าการจ้างเช่าช่วงงานแต่ ป.ป.ช.กลับถ่วงเวลาพิจารณานานถึง 5 ปีแล้วสรุปเรื่องว่า พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร ไม่มีความผิด เนื่องจากเป็นเพียงผู้มอบนโยบายเท่านั้น จึงไม่รับเรื่องไว้ไต่สวน แต่มีการไต่สวนเฉพาะผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึกเพียงคนเดียว แล้วยังมีเรื่องตลกคือทาง ป.ป.ช.ประกาศให้กระทรวงกลาโหมมีคะแนนโปร่งใสที่สุด

ดังนั้น คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยเห็นว่าบทบาทการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ทั้ง 9 กรรมการ ไม่ได้มุ่งรับใช้ชาติและประชาชน ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างตรงไปตรงมา แต่กลับรับใช้ผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นกรรมการ จึงขอให้ลาออกจากคณะกรรมการ เพื่อรีเซ็ตประเทศ แล้วได้คณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาอย่างถูกต้องชอบธรรม และให้ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ให้ได้ ป.ป.ช. ที่เป็นมืออาชีพเข้ามาทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจรับใช้ชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

“เรายื่นองค์กรอิสระเป็นแห่งที่ 3 โดยที่ไม่ได้มีอคติหรือมายาคติแต่อย่างใดเป็นการส่วนตัวต่อกรรมการทุกคน แต่เนื่องจากสถานการณ์ประเทศเดินมาถึงจุดต่ำสุดในทุกด้าน การปราบปรามการทุจริตนั้น นายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้ว แต่สรุปได้ชัดเจนว่าไม่สามารถปราบปรามการทุจริตได้ ป.ป.ช.ชุดนี้ขาดการยึดโยงกับประชาชน เพราะมีหลายเรื่องราวทำให้เกิดความไม่สบายใจในการปราบปราม ทุจริต เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม จะต้องปราบโดยที่ไม่ดูหน้าคน ไม่ว่าจะเป็นหน้าไหนที่ฉ้อฉล หรือฉ้อราษฎร์บังหลวง จะต้องไม่ไว้หน้าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ที่เรามาวันนี้คือต้องการนับหนึ่งประเทศกันใหม่ ดังนั้นคำว่ารีเซ็ตประเทศไทย ป.ป.ช. ก็เป็นองค์กรหนึ่งที่จะต้องมีการรีเซ็ต เพราะ ป.ป.ช.ชุดนี้มีรากเหง้ามาจากการยึดอำนาจ” นายจตุพรกล่าว