‘มาร์ค’ค้าน สปท.ชง มท.จัดเลือกตั้ง ชี้อดีตหน่วยราชการจัด ลต.ถูกครอบงำ ยัน คสช.มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยไม่จำเป็นต้องมาอยู่รวมกัน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่จะให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) เข้ามาจัดการเลือกตั้ง และให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมการเลือกตั้งว่า หลักใหญ่ของการจัดการเลือกตั้ง ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เรามีองค์กรอิสระคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทำเรื่องนี้มาถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ถ้ามีจุดอ่อนตรงไหนกฎหมายลูกที่จะออกมาก็ต้องไปช่วยแก้ไข ส่วนการที่จะเอาหน่วยราชการมาทำงานนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเกิดในทางปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะ กกต.ไม่จำเป็นต้องมีคนของตัวเองจำนวนมหาศาลเพื่อจัดการเลือกตั้ง
“ที่ผ่านมา กกต.มีอำนาจในการอาศัยกลไกของราชการโดยยืมบุคลากรทั้งจาก มท. และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรือกระทรวงอื่นๆ รวมถึงภาคองค์กรเอกชนเข้าร่วม เมื่อขอมาช่วยงาน กกต. ก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับ บังคับบัญชาของ กกต. แต่การพูดว่าจะเอากระทรวงมหาดไทยมาจัดการเลือกตั้งนั้น น่าจะเป็นคนละเรื่องกัน จึงต้องเอาให้ชัดเจน ส่วนข้อเสนอที่จะให้ คสช.เข้ามาร่วมควบคุมการเลือกตั้งให้เกิดความเรียบร้อยนั้น ผมเห็นว่า คสช.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว จึงไม่ทราบว่าจะให้เข้ามาดูแลในลักษณะไหน เพราะงานจัดการเลือกตั้งกับการดูแลความสงบเรียบร้อยไม่จำเป็นต้องมาอยู่รวมกัน” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนที่มีการเสนอให้ยกเลิก กกต.จังหวัดนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายพื้นที่มีปัญหาในแง่ของการทำงานสืบสวนสอบสวน การไม่ได้รับความเป็นธรรม ระบบการกำกับดูแล ตรวจสอบกลั่นกรองอาจจะไม่เหมาะสมก็ควรพิจารณาแก้ไข หากมองในภาพรวมก็สามารถแก้ไขได้ เมื่อถามย้ำว่า แก้ไขในที่นี้คือต้องยกเลิกตามข้อเสนอหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กกต.จังหวัดสามารถทำงานอื่นได้ เช่น ส่งเสริมประชาธิปไตยหรืออำนวยความสะดวกด้านต่างๆ กกต.จังหวัดมีปัญหาด้านการสอบสวนมากกว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า กกต.ยุคแรก นายสวัสดิ์ โชติพานิช กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนได้วางระบบงานไว้ค่อนข้างดี โดยไม่ให้ กกต.จังหวัดมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองในพื้นที่ แต่มีการทำงานในเชิงรุก เชิงรับ สลับพื้นที่กันสามารถแก้ไขปัญหาได้ ส่วนที่ผ่านมามีหลายฝ่ายระบุว่า กกต.บางยุค ตบเอง ชงเอง กินเอง พอหมดวาระก็ออกมารับเป็นที่ปรึกษาให้พรรคการเมืองนั้น เห็นว่านี่คือปัญหา จึงต้องดูว่าจะทำอย่างไร ดังนั้น คนที่จะมาทำงานนี้ต้องมีความเป็นอิสระ
เมื่อถามถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า หาก กกต.ยังร่วมดูแลการเลือกตั้งอยู่ถือว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย เป็นการเลี่ยงบาลีหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายห่วงว่าเมื่อราชการเข้ามาแล้วจะให้คุณให้โทษหรือไม่เป็นกลาง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นว่าควรเอาให้ชัดไปเลยว่าองค์กรที่จะมาดูแลจัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะถ้าวินิจฉัยอะไรได้ก็ต้องเป็นกลาง มีอิสระ เราตั้ง กกต.มาเพราะมีประสบการณ์ มีอดีตว่าเมื่อหน่วยงานราชการจัดเลือกตั้งโอกาสที่จะถูกครอบงำโดยคนที่เป็นรัฐบาล และอย่ามองแค่ยุคนี้ ขอให้มองถึงอนาคตข้างหน้าที่รัฐบาลจะมีพรรคการเมืองต่างๆ มันจะเป็นปัญหา เราไม่ควรถอยไปจุดนั้น แต่ควรสนับสนุน กกต.ให้ทำงานดีขึ้น แก้ไขจุดอ่อนคิดว่าสังคมก็เห็นด้วย

