ที่ประชุม ส.ส.เพื่อไทย มีมติ ไม่รับร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน พร้อมให้ส.ส.เตรียมข้อมูลว่าแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการก่อหนี้สาธารณะของรบ.อย่างไร คาดโทษส.ส.แหกมติพรรค
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพท. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคพท. ต่อกรณีร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมมีมติไม่รับร่างฯ เพราะไม่ไว้ใจ และไม่เห็นชอบที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาบริหารงบประมาณนี้ด้วยเหตุหลายอย่าง โดยเหตุผลสำคัญคือการบริหารงบประมาณที่ผ่านมายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีศักยภาพเพียงพอในการบริหารจัดการ และเงินในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ ร่างพ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นร่างใหม่ที่มีจำนวนเงินกว่า 5 แสนล้านบาท แต่เราเรายังมีคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องทางกฎหมาย เหมือนกันตีเช็คเปล่าให้เอาเงินไปดำเนินการในขณะที่งบเดิมจำนวน 1 ล้านล้านบาท ก็ยังไม่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาได้ ดัวนั้นในการประชุมสภาฯ เราคงเอาเหตุผลต่างๆเหล่านี้มาชี้ให้เห็นว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง เพราะการตั้งงบฯขึ้นมาอีก 5แสนล้านบาท ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเลย ว่าจะใช้อย่างไร ใช้กับอะไร ที่ไหน และจะใช้ต่อเนื่องกลับงบฯ 1 ล้านล้านบาทที่กู้ไปแล้วอย่างไร นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ ส.ส.ของพรรคไปศึกษาว่าหนี้สาธารณะที่รัฐบาลก่อขึ้นได้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่อย่างไรด้วย เพื่อให้ส.ส.นำมาสะท้อน
เมื่อถามว่า พรรคพท.วางคนที่จะอภิปรายตรงนี้ไว้ทั้งหมดเท่าใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราให้สิทธิ์ผู้แทนของพรรคที่มีความคิดเห็นต่อร่างพ.ร.ก.นี้ ได้อภิปรายอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายคงต้องเอามาดูเพื่อปรับเวลาให้เหมาะสมอีกครั้งที่สุดอย่างไร โดยเฉลี่ยโดยเฉลี่ยจะได้เวลาอภิปรายคนละประมาณ 7-10 นาที อย่างไรก็ตามเมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เราได้มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็มีพรรครวมบางพรรคที่มีบุคลากรที่สามารถชี้ให้เห็นถึงจุดที่น่าสนใจที่จะขอเวลาเพิ่มเติมจากพรรคพท. เราก็แบ่งเวลาให้
เมื่อถามว่าการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 65 ที่ผ่านมา มีส.ส.ของพรรคพท.บางคนที่แหกมติพรรค การลงมติครั้งนี้พรรคมีการคาดโทษอย่างใดหรือไม่ และผลจากการลงมติครั้งที่ผ่านมาพรรคได้ดำเนินการอย่างไรกับคนที่แหกมติพรรค รายภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคไม่ได้ปล่อยผ่าน โดยขณะนี้ทางเลขาธิการพรรคได้มีการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ที่ขัดเจนมีอยู่หนึ่งท่านที่ป่วยมานาน และค่อนข้างหนัก ส่วนท่านอื่นก็คงต้องดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการ และหากมีความชัดเจนว่าไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคก็คงต้องส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคดำเนินการต่อไป เราไม่ได้ปล่อยผ่านตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นหากครั้งนี้ทำซ้ำอีกอย่างไรก็ต้องมีบทลงโทษ ซึ่งโทษหนักเบาขึ้นอยู่กับสภาพเหตุและผลที่เขาชี้แจง

