อิสราเอลได้รัฐบาลร้อยพ่อพันแม่ เป็นครั้งแรกเพื่อไล่คนเพียงคนเดียว

นายเบนจามิน เนทันยาฮู คือผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิสราเอลถึง 15 ปีเศษนับเป็นนายกรัฐมนตรีผู้อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่เพิ่งสถาปนาขึ้นเป็นรัฐเอกราชเมื่อ พ.ศ.2491 มีอายุประเทศเพียง 73 ปี

เบนจามิน เนทันยาฮู เกิดในกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอลใน พ.ศ.2492 (1 ปีหลังจากการสถาปนาประเทศอิสราเอล) เขาจึงเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอลที่เกิดภายหลังการก่อตั้งประเทศแล้วและเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศอิสราเอลอีกด้วย นอกจากนี้ ปัจจุบันเขายังต้องเผชิญกับการดำเนินคดีอาญาข้อหาคอร์รัปชั่นระหว่างอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ครอบครัวของเบนจามิน เนทันยาฮู ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ.2506 ครั้นเบนจามิน เนทันยาฮู อายุ 18 ปี เขาเดินทางกลับอิสราเอล มาใช้ชีวิต 5 ปีในกองทัพในฐานะร้อยเอกในหน่วยคอมมานโดชั้นนำที่เขาได้เข้าร่วมการจู่โจมสนามบินในกรุงเบรุตของเลบานอนใน พ.ศ.2511 และต่อสู้ในสงครามตะวันออกกลาง พ.ศ.2516 ด้วย หลังจากรับใช้ชาติในกองทัพแล้วนายเนทันยาฮู จึงเดินทางกลับไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตส์ (MIT)

ใน พ.ศ. 2519 พี่ชายของเบนจามิน เนทันยาฮูคือ พันโทโจนาธาน เนทันยาฮู วีรบุรุษผู้นำพลีชีพเพียงคนเดียวของหน่วยจู่โจม 100 นายบินข้ามทวีปร่วม 4,000 กิโลเมตรเพื่อช่วยชีวิตตัวประกันจำนวน 102 คนจากเครื่องบินที่ถูกจี้ในเมืองเอ็นเทบเบ ประเทศยูกันดา เนื่องจากเขาถูกยิงระหว่างอยู่คอยระวังหลังสุด เพื่อลำเลียงทุกคนขึ้นเครื่องบินโดยปลอดภัย ทำให้ชื่อของโจนาธาน เนทันยาฮู กลายเป็นตำนานในอิสราเอล และทำให้นายเบนจามิน เนทันยาฮู เป็นที่รู้จักเมื่อเขาเข้าสู่วงการเมืองในฐานะน้องชายของ “วีรบุรุษแห่งเอ็นเทบเบ”

ใน พ.ศ. 2539 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงครั้งแรกและครั้งเดียวของอิสราเอล แต่เขาสูญเสียตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ.2542 เขาแพ้การเลือกตั้งต้องออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนานถึง 10 ปีจึงได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเมื่อ พ.ศ.2552 คราวนี้เขาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 12 ปีเลยทีเดียว

ครับ! ถึงแม้นายเบนจามิน เนทันยาฮูจะเป็นนายกรัฐมนตรีผู้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม แต่เนื่องจากระบบเลือกตั้งของประเทศอิสราเอลนั้นเป็นระบบสัดส่วนแต่ละพรรคการเมืองจำต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อย 3.25% จึงจะได้มีสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร 1 คนและแบ่งสัดส่วนกันไปตามคะแนนเสียงที่ได้แต่ละพรรคทั้งประเทศและเนื่องจากอิสราเอลมีพรรคการเมืองนับสิบๆ พรรคจึงไม่เคยมีพรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 120 คน ดังนั้นประเทศอิสราเอล จึงต้องมีรัฐบาลผสมประกอบด้วยพรรคการเมืองตั้งแต่ 2 พรรคขึ้นไปมาโดยตลอด

ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปีของอิสราเอลเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ปีนี้ ปรากฏว่า พรรคลิคุดที่นายเนทันยาฮูเป็นหัวหน้าพรรคจะได้รับเลือกตั้งมากที่สุด แต่ไม่ได้เสียงข้างมากในรัฐสภาพอที่จะเป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียวได้ และนายเนทันยาฮูไม่สามารถชักชวนพรรคการเมืองอื่น เข้ามาตั้งรัฐบาลผสมได้ จนกระทั่งประธานาธิบดีของอิสราเอลต้องให้โอกาสแก่ นายยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านอิสราเอลเป็นผู้ฟอร์มรัฐบาลต่อไป ปรากฏว่านายยาอีร์ ลาปิด สามารถฟอร์มรัฐบาลเสียงข้างมากสำเร็จ โดยรัฐบาลที่นายลาปิดรวบรวมเสียงข้างมากในรัฐสภาอิสราเอลตั้งรัฐบาลขึ้นโดยประกอบด้วยแปดพรรคการเมืองที่มีความแตกต่างกันอย่างครบถ้วน กล่าวคือมีทั้งพรรคฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย สายกลาง และพรรคของชนกลุ่มน้อยชาวอาหรับ โดยนับเป็นครั้งแรกที่พรรคของชนกลุ่มน้อยอาหรับได้ร่วมรัฐบาลอิสราเอล !

นายยาอีร์ ลาปิด ต้องยอมให้ นายนาฟทาลี เบนเน็ตต์ ซึ่งมีอุดมการณ์ขวาชาตินิยมผู้มีนโยบายส่งเสริมให้ชาวยิวไปตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ที่เป็นเขตยึดครองของอิสราเอลตั้งแต่คราวสงคราม 6 วัน เมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน 2 ปี แล้วนายลาปิด จึงจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และต้องยอมรับข้อเสนอของ นายมันซูร อับบาส ซึ่งเป็นชาวอาหรับให้ยับยั้งกฎหมายที่จะทำให้ไล่ที่ดินของชาวอาหรับปาเลสไตน์ง่ายขึ้น และสามารถประนีประนอมความต้องการของพรรคการเมืองถึง 8 พรรคจนลงตัวในที่สุด นอกจากนี้ นายลาปิดยังต้องยอมความต้องการของฝ่ายขวาอีกหลายข้อ เช่น การทำให้กัญชาถูกกฎหมาย และการห้ามชาวปาเลสไตน์ตั้งถิ่นฐานเพิ่มในบางส่วนของเขตเวสต์แบงก์

จะเห็นว่ารัฐบาลใหม่ของนายลาปิดนั้นห่างไกลจากรัฐบาลสายกลางเสรีนิยมมาก เพราะเขาต้องยอมยกอำนาจสำคัญแก่ฝ่ายขวามากมาย เพื่อให้ฟอร์มรัฐบาลสำเร็จ นอกจากนี้ นายลาปิดยังคงต้องเผชิญความท้าทายเรื่องเอกภาพอีกมาก เพราะมันเป็นการรวมคนหลากหลายแนวคิดแบบร้อยพ่อพันแม่ ที่มีจุดยืนร่วมกันเพียงสิ่งเดียวคือ “ไม่เอาเนทันยาฮูเท่านั้น” แม้กระนั้นรัฐบาลของนายลาปิดก็จะเป็นรัฐบาลแรกของประเทศอิสราเอลที่ให้ชาวอาหรับมีปากเสียงเข้ามาเป็นรัฐบาลของอิสราเอลได้สำเร็จ

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.ภ.นครศรีธรรมราช รวบ 2 มือปืนค่าหัว 1 แสน หลังหลบหนี 5 ปี กบดานอยู่บนเขา
บทความถัดไป‘เอ็มบิด’ ยัด 40 แต้ม ‘ซิกเซอร์ส’ ชนะ ‘ฮอว์กส์’ 118-102 ตีเสมอ 1-1 เกม