ไอติม โหมล่าชื่อออนไลน์ รื้อระบอบประยุทธ์ ชี้พปชร.ชงแก้รธน.ไม่แตะส.ว. ต้นตอปัญหา

ไอติม ปลุกล่าชื่อออนไลน์ รื้อระบอบประยุทธ์ ชี้พปชร.ชงแก้รธน. ไม่แตะส.ว. ต้นตอปัญหา

วันนี้ (11 มิ.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ รื้อระบอบประยุทธ์ผ่านออนไลน์ หยุดสืบทอดอำนาจได้เร็วกว่าและง่ายขึ้น ] เชิญชวนประชาชา ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา มีรายละเอียดดังนี้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจของประชาชนอีกครั้ง พร้อมๆ กับ 2 ข่าวที่ให้ความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว ข่าวหนึ่งสร้างความกังวลใจ อีกข่าวช่วยสร้างความหวังมหาศาลในการขับเคลื่อนข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน

ข่าวที่สร้างความกังวลใจ ที่ผมหมายถึง คือกรณีที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งยื่นต่อประธานรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 โดยคาดการณ์ว่า รัฐสภาจะพิจารณาร่างดังกล่าวระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน ก่อนที่กระบวนการจะแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม – กันยายน เมื่อบวกกับการแก้ไขกฎหมายลูกที่ใช้เวลาอีก 4-5 เดือน ก็เท่ากับทุกอย่างอาจเสร็จสิ้นประมาณต้นปี 2565

บางคนอาจเกิดคำถาม ว่าความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นข่าวที่น่ากังวลใจไปได้อย่างไร ในเมื่อผมและกลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ ก็กำลังขับเคลื่อนแคมเปญ #ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอยู่

แต่ความจริงแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาภายในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี 2 เงื่อนไขสำคัญ ที่จะมาช่วยประเมินว่าข้อเสนอตอบโจทย์ปัญหาทางการเมืองที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่

1. ข้อเสนอต้อง #แก้ที่ต้นตอปัญหา ของรัฐธรรมนูญ
2. ข้อเสนอต้อง #ไม่มีของแถม ที่เอื้อประโยชน์ตนเอง

หากศึกษารายละเอียดเนื้อหาของข้อเสนอ เราจะพบว่าข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ (จำนวน 5 ประเด็น) ไม่ผ่านทั้ง 2 เงื่อนไขนี้

1.ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ ไม่แตะที่ต้นตอปัญหาของรัฐธรรมนูญ

ปัญหาหลักของรัฐธรรมนูญ 2560 และวิกฤตการเมืองปัจจุบัน คือกลไกที่ระบอบประยุทธ์ หรือ คสช. สอดแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อสืบทอดอำนาจและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ไม่ว่าจะเป็น วุฒิสภาที่มีอำนาจล้นฟ้าแต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่ถูกวางไว้เป็นอาวุธลับทางการเมืองเพื่อลงโทษฝ่ายตรงข้ามหากเป็นรัฐบาลและไม่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ คสช. วางไว้สำหรับ 20 ปีข้างหน้า

แต่ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ กลับเลือกจะไม่แตะเรื่องวุฒิสภาเลย ทั้งๆ ที่วุฒิสภาเป็นศูนย์รวมความวิปริตของการเมืองไทยและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดของการสืบทอดอำนาจ ในบริบทการเมืองปัจจุบัน แม้การตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ เพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ ถ้าไม่มีการปรับโครงสร้างเพื่อลดอำนาจอื่นที่มีอยู่มหาศาล (เช่น โหวตกฎหมายปฏิรูปประเทศ แต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ) หรือ ปรับที่มาให้มีความยึดโยงกับประชาชน (เช่น มาจากการเลือกตั้ง หรือ ใช้ระบบสภาเดี่ยว)

ด้วยเหตุผลนี้ ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ Re-solution จึงมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธสำคัญที่ระบอบประยุทธ์ใช้ในการสืบทอดอำนาจ และขัดขวางหนทางสู่ระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการ “ล้ม” วุฒิสภา เพื่อเดินหน้าสภาเดี่ยว – การ “โละ” ศาลรัฐธรรมนูญ และ องค์กรอิสระ ด้วยการปฏิรูปที่มา อำนาจ และ การตรวจสอบ – การ “เลิก” ยุทธศาสตร์ชาติ และ แผนปฏิรูป เพื่อปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ และให้นโยบายของรัฐมีความยืดหยุ่นและก้าวทันโลก และ การ “ล้าง” มรดกรัฐประหาร เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย และเอาทหารออกจากการเมือง

2. ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ มีของแถมที่เอื้อประโยชน์ตนเอง

ปัญหาที่พรรคการเมืองมีส่วนได้ส่วนเสียเยอะที่สุดคือเรื่องระบบเลือกตั้ง ผมเห็นด้วยว่าระบบเลือกตั้งปัจจุบันมีปัญหา และการใช้บัตร 2 ใบ แทน บัตรใบเดียว จะเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการเลือก ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อจากคนละพรรค แต่ระบบที่ใช้บัตร 2 ใบหลายระบบ ก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน (เช่น ระบบบัตร 2 ใบ แบบ “คู่ขนาน” ในสมัยรัฐธรรมนูญ 2540 ที่คำนวณคะแนน ส.ส.เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ แยกกัน ทำให้พรรคใดพรรคหนึ่งอาจมีเสียงข้างมากพรรคเดียวในสภา หรือ ระบบบัตร 2 ใบ แบบ “สัดส่วน” ของประเทศเยอรมัน ที่ยังคงหลักการว่าพรรคการเมืองจะมี ส.ส. เท่ากับสัดส่วนคะแนนที่ได้ และทำให้โอกาสที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะได้เสียงข้างมากในสภา เป็นเรื่องยาก)

แต่แทนที่พรรคการเมือง จะระมัดระวังในการนำเสนอประเด็นเรื่องระบบเลือกตั้งเพราะอาจถูกมองว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเอง ประเด็นนี้กลับเป็น “ของแถม” ที่อยู่ในข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ จนหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า การแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้งโดยไม่เปิดให้มีการถกเถียงและรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน กำลังเป็นไปเพื่อสนองความต้องการของใคร – ประชาชน หรือ พรรคการเมือง? ข้อเสนอเรื่องระบบเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ จะนำไปสู่ระบบที่เอื้อพรรคการเมืองใหญ่ และเพิ่มโอกาสให้พรรคใดพรรคหนึ่งผูกขาดอำนาจ ผ่านการมีจำนวน ส.ส. ในสัดส่วนที่สูงกว่าสัดส่วนคะแนนเลือกตั้งที่พรรคนั้นได้รับในสนามเลือกตั้ง

แต่ความกังวลใจจากข่าวแรก ก็ถูกลดดีกรีลงมา เมื่อมีอีกข่าวที่ช่วยสร้างความหวัง – หลังพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้

ความพิเศษของพ.ร.บ.ฉบับนี้ อย่างแรกคือการยอมรับให้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเอกสารหลักฐานการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพิ่มความสะดวกสบายแก่ประชาชน จากเดิมที่ต้องส่งเอกสารที่จุดตั้งโต๊ะหรือส่งเป็นจดหมายเท่านั้น และอย่างที่สองคือการลดจำนวนเอกสารที่ต้องใช้ในการเข้าชื่อ จากกฎหมายเดิมที่กำหนดให้ต้องกรอกทั้งแบบฟอร์มและแนบสำเนาบัตรประชาชน เปลี่ยนมาเป็นกรอกแค่แบบฟอร์มใบเดียว ไม่ต้องแนบสำเนาบัตรอีกแล้ว

ทันทีที่กลุ่ม Re-Solution ทราบเรื่องนี้ เราได้เตรียมความพร้อมหลังบ้าน และประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันส่งเอกสารหลักฐานผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีมากที่เราพบว่าตลอด 2 วันที่ผ่านมานับแต่เริ่มประชาสัมพันธ์ ประชาชนจำนวนมากให้การตอบรับและช่วยกันส่งเอกสารหลักฐานผ่านทุกแพลตฟอร์มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เป้าหมาย 50,000 รายชื่อตามที่กฎหมายกำหนด เราอาจไปถึงได้เร็วกว่าที่คิด

เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างกำลังใจแก่ผม และทีมงานกลุ่ม Re-Solution ในฐานะฝ่ายขับเคลื่อนแคมเปญ แต่ยังเป็นนิมิตรหมายที่ดีของสังคมไทย ว่าแม้เวลานี้เราจะเผชิญสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจที่สร้างความทุกข์ยากอย่างไม่อาจประเมินได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่หมดหวังในการสร้างความเปลี่ยนแปลง พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ตามกำลังและเวลาที่พวกเขาสามารถสละได้

ผมไม่อาจทำนายว่าในอีกหลายเดือนข้างหน้า บทสรุปของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่ ณ วันนี้ ด้วยกำลังคนละเล็กละน้อยของประชาชนทั่วประเทศที่ส่งชื่อเข้ามาร่วมเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับ #รื้อระบอบประยุทธ์ ทำให้ผมมั่นใจว่าเราจะสร้างแรงกระเพื่อมให้การเมืองไทยได้อีกครั้ง

มาร่วมกันรื้อถอนรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจระบอบประยุทธ์ เพื่อแทนที่ด้วยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย มาร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ #มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอ และ #ไม่มีของแถม ที่เอื้อประโยชน์ให้ใคร นอกจากเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนส่วนใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง

เพียงดาวน์โหลดแบบฟอร์มจาก https://bit.ly/3t04VTR เมื่อกรอกเอกสารและลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว สามารถถ่ายรูปส่งเป็นภาพหรือส่งเป็นไฟล์ก็ได้ มาที่หลากหลายช่องทาง”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วิปรบ. ดันถกแก้รธน. 22-23 มิ.ย.นี้ ‘พปชร.’ ขอแก้แค่บัตรเลือกตั้ง ไม่แตะอำนาจส.ว.
บทความถัดไปสิงห์ชัย ทนินซ้อน ว่าที่อัยการสูงสุดคนใหม่