ตุลาการผู้แถลงคดีเสนอยกฟ้อง’อธ.กงสุล-ปลัดกต.’ถอนพาสปอร์ต’ทักษิณ’นัดตัดสิน27ก.ย.นี้

7.09.16 | 16:00 น.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายชวลิต ลาภผล ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลางและคณะออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้อง อธิบดีกรมการกงสุล และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางเลขที่ U957411 และ Z530117 ของนายทักษิณ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 ด้วยการอ้างคำสัมภาษณ์ของนายทักษิณที่ประเทศเกาหลีใต้ มีเนื้อหาบางส่วนอาจส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทย ประกอบกับอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนนายทักษิณ เพื่อดำเนินคดีอาญา มาตรา 112, 326 และ 328 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) (5) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นครั้งแรก เพื่อให้คู่กรณีสองฝ่ายแถลงปิดคดี

นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ แถลงต่อศาลว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องเป็นการกระทำที่ไม่ถูกกฎหมาย เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีเพิกถอนหนังสือเดินทาง อาศัยความคิดทางการเมืองที่แตกต่างโดยไม่คำนึงถึงข้อกฎหมาย และอธิบดีกรมการกงสุลยังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนอ้างว่านายทักษิณ เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก และออกหมายจับ ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาเพิกถอนหนังสือเดินทาง เพราะหนังสือเดินทางดังกล่าวออกภายหลังข้อกล่าวหาที่อธิบดีการกรมสุลอ้าง จึงไม่มีเหตุผลจะเพิกถอน ส่วนการคุ้มครองสิทธิเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีในการเดินทาง แต่อาจเป็นการกลั่นแกล้งคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองได้ และไม่เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายอาญา
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.มนตรี กลั่นสอน อัยการผู้เชี่ยวชาญ ผู้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมการกงสุล และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้แถลงเพิ่มเติมแต่อย่างใด

จากนั้น นายนิทัศน์ แช่มช้อย ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะตุลาการผู้แถลงคดี เสนอความเห็นในคดีโดยไม่ผูกพันคำพิพากษา ต่อองค์คณะตุลาการเจ้าของสำนวน ว่าจากข้อเท็จจริงในถ้อยคำให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้ของนายทักษิณ และมีการเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ มีข้อความที่พาดพิงองคมนตรีและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ดังนั้นการที่อธิบดีกรมการกงสุล และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางเลขที่ U957411 และ Z530117 ของนายทักษิณ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 ด้วยการอ้างคำสัมภาษณ์ของนายทักษิณที่ประเทศเกาหลีใต้มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทย โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งหรือรับฟ้องข้อโต้แย้งจากนายทักษิณ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 และเป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ในมาตรา 30 วรรคสอง (6) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 รวมถึงปฏิญญาสากลด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จึงเห็นควรที่ศาลปกครองกลางจะมีคำพิพากษายกฟ้อง

จากนั้น องค์คณะตุลาการเจ้าของสำนวนได้จบกระบวนการพิจารณา และนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายน เวลา 10.00 น.

ภายหลังการพิจารณา นายวัฒนา ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ กล่าวว่า ข้อเสนอของตุลาการเจ้าของสำนวนที่เสนอให้ยกฟ้องคดีนั้น ยังไม่ใช่คำพิพากษาขององค์คณะ และเป็นเพียงความคิดเห็นในส่วนของตุลาการผู้แถลงคดี ทั้งนี้ จะต้องรอดูต้องคำพิพากษาของศาลภายในวันที่ 27 กันยายนนี้ก่อน และจะปรึกษาหารือกับนายทักษิณ ในการยื่นอุธรณ์หรือไม่ หากศาลพิพากษาออกมา

Advertisement