‘อนุทิน’ ขอความเป็นธรรม อย่าตำหนิสธ. กระทรวงทำงานตามศบค. ไม่คิดทำเกินขอบข่ายหน้าที่

11.06.21 | 12:58 น.

‘อนุทิน’ ขอความเป็นธรรม ก่อนตำหนิกระทรวง ให้ดูขอบเขตอำนาจรับผิดชอบของ สธ. ก่อน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ประเทศไทยได้จัดหาวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับแผนการฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 12-18 ปี ที่อยู่ในวัยเรียน ขณะนี้ ตนให้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค คิดแผนรองรับการฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กได้ที่โรงเรียน โดยปรับให้ห้องปฐมพยาบาล เป็นจุดฉีดวัคซีน โดยมีอุปกรณ์ทางการแพทย์รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนวัคซีนซิโนแวค ขณะนี้ประเทศจีน อยู่ในการศึกษาเฟส 3 เพื่อฉีดในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ซึ่งประเทศไทยเองก็ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด


เมื่อถามถึงกรณีมาตรการสำหรับการเปิดภาคเรียน นายอนุทินกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ จะมีมาตรการกำชับไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆ เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าส่วนราชการแต่ละหน่วยงาน ที่ต้องวางแผนเอาไว้ ยืนยันว่า สธ. เป็นผู้ปฏิบัติที่ดี ทำตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ทุกประการ เราพยายามไม่คิดทำอะไรที่นอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับแจ้ง เดี๋ยวจะกลายเป็นเราทำอะไรเกินขอบข่ายหน้าที่ และยืนยันว่าทุกกิจกรรมที่ได้ร้องขอมาที่ สธ. ได้รับการสนับสนุนครบทั้งหมด ดังนั้น ก่อนจะตำหนิกระทรวงสาธารณสุข ต้องดูว่าอำนาจของเราครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน

“สธ.ให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ได้รับการร้องขอมา แต่ สธ.ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปบริหารจัดการ หรือกำหนดนโยบายใดใน กทม.และทุกพื้นที่ ยกเว้น ศบค.จะกำหนดมาว่าจะให้ สธ. ทำอย่างไร จริงๆ ตรงนี้มีความชัดเจน ในกรณีอำเภอนี้ได้รับวัคซีน 1 ขวด 10 คน ต้องถามท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และ สธ.มีหน้าที่ส่งวัคซีนตามจำนวนที่ได้รับแจ้งจาก ศบค. อ่านข่าวแล้วตกใจ แพทย์สาธารณสุขจะหมดกำลังใจ ที่ส่งไป 1 ขวด เพราะเขาจองมาเท่านั้น และ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เขาเพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ในช่วงปลายเดือนที่แล้ว ฉะนั้น ต้องรอเดือนกว่าๆ ถึงจะรับวัคซีนโควิด-19 ได้ และเดือนหน้า อ.สังขละบุรี ก็จองวัคซีนมาตามปกติ” นายอนุทินกล่าว