09.00 INDEX ประวัติศาสตร์ บทบาท สามมิตร ตามหลอกหลอน “พลังประชารัฐ”

12.06.21 | 09:59 น.

แม้ว่าการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคพลังประชารัฐ จะดำเนินไปตามข้อบังคับ แต่เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคใหญ่ เป็นพรรคสำคัญ จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง


ก่อให้เกิดคำถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ถามไปยัง นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค

เป็นคำถามถึงตำแหน่ง ”เลขาธิการพรรค”

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ว่างลงสัมพันธ์กับการพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.และถูกตัดสิทธิทางการเมืองของ 2 คนคือ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

Advertisement

นั่นก็เพราะหลายคนยังมีนัยประหวัดไปถึงการเปลี่ยนตัวกรรม การบริหารพรรคในการประชุมครั้งก่อน นั่นก็คือ เปลี่ยนหัวหน้าพรรคจาก นายอุตตม สาวนายน เป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคจาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็น นายอนุชา นาคาศัย ล้วนมีบรรยากาศละม้ายเหมือนกัน

นั่นก็คือ มิได้เปลี่ยนเพียงหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค

ตรงกันข้าม ยังส่งผลสะเทือนไปถึงการปรับครม.อย่างมีนัยสำคัญติดตามมา

ต่อการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 18 มิถุนายน แม้จะมีความพยายามแสดงว่า เป็นการประชุมตามปกติ ที่เลือกขอนแก่นมิใช่กรุงเทพมหานคร เพราะมีความเหมาะสมมากกว่า

กระนั้น ความสนใจในทางสังคมก็ยังพุ่งไปยังตำแหน่งเลขาธิการพรรคว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

อย่าไปตำหนิความสนใจของสังคม เหตุผลไม่เพียงเพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคใหญ่ เป็นพรรคสำคัญ หากยังอยู่ที่ลักษณะในทางประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้น

เป็นประวัติศาสตร์จากยุคของ ”4 กุมาร” อันมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้นำ เป็นประวัติศาสตร์ที่มีการทำสงครามสั่งสอนทาง การเมืองส่งผลให้ ”4 กุมาร” ต้องถอยฉากออกไป

เพียงแต่คราวนี้เป้าหมายพุ่งไปยังบทบาทของ ”กลุ่มสามมิตร”

สายตาในทางการเมืองจึงมิได้ทอดจับไปยังบทบาทของ นายอนุชา นาคาศัย ประสานกับบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างชนิด ไม่กะพริบสายตาเท่านั้น

หากแต่ยังทอดจับไปยังแกนนำ ”สามมิตร” ที่ผาดโผนอยู่

ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำ ”กลุ่ม 4 ว.” ในพรรคพลังประชารัฐ

อยากรู้ว่าการรุกจาก ”กลุ่ม 4 ช.” จะดำเนินไปอย่างไร