‘ภูมิธรรม’ คาด ยุบสภาอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดไตรมาสแรก ปี 65

“ภูมิธรรม” คาด ยุบสภาอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดไตรมาสแรก ปี 65 เชื่อ พปชร. หาทางแก้ รธน.รายมาตราเพื่อให้ได้ ปย.สูงสุดก่อน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และเลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร โพสข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า ภาพที่ปรากฎและเห็นกันประจักษ์ชัดทางการเมืองวันนี้คือภาพจริงของรัฐบาลที่บริหารไม่เป็น รับมือกับสถานการณ์วิกฤติทางสุขภาพไม่ทั่วถึง เป็นธรรม ไม่มีแผนการจัดการกับระบบฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับมหภาคและระดับกลุ่มอาชีพ กลุ่มแรงงานอย่างทันการ ภาพรวมที่เห็นคือขาดการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และหมกมุ่นอยู่กับการสร้างภาพ ระยะนี้ ข่าวที่เห็นตามสื่อมวลชน คือการประชาสัมพันธ์สร้างภาพ เรื่องการกำหนดวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าหมายปูพรมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศ แต่ความเป็นจริงคือจัดการวัคซีนได้ไม่เพียงพอ หลายหน่วยงานประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปกระทันหันหลังวันดีเดย์ของรัฐบาลไม่ถึงสัปดาห์ ทั้งที่เปิดการจองผ่านสารพัดแอพพลิเคชันมาแล้วล่วงหน้าหลายเดือน

ภาพที่ปรากฏบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเห็นผลอย่างเป็นจริง คือ การประกาศว่ารัฐจัดหาวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ไว้แล้วแต่ไม่มีการกำหนดเวลาที่เป็นจริง การยิ่งสร้างภาพด้วยวาจาของรัฐบาลกลายเป็นมายาภาพที่เชื่อไม่ได้ไปแล้วในสายตาประชาชน รัฐบาลพยายามจะสื่อสารสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น แต่ รัฐบาลไม่เข้าใจว่า ความมั่นใจ ต้องเกิดจากการกระทำให้ทุกคนเห็น หาใช่การสร้างภาพ ให้ข้อมูลความหวัง แต่การกระทำตรงข้าม คนก็จะยิ่งไม่มั่นใจและขาดความไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้นทุกที เมื่อประสานกับการตอบคำถามของผู้นำรัฐบาลในสภาฯที่ผ่านมา ก็ยิ่งสะท้อนถึงการไร้ความสามารถของผู้นำ ถึงศักยภาพในการพาประชาชนฝ่าวิกฤต การตอบคำถามสำคัญๆ ที่รัฐบาลถูกพรรคร่วม ฝ่ายค้านและ ส.ส. ในสภาไต่สวนและตรวจสอบ ผู้นำรัฐบาลที่ถนัดสร้างภาพกลับแสดงออกอย่างไร้วุฒิภาวะด้วยการแสดงความฉุนเฉียว ไม่พอใจ และแสดงอำนาจข่มขู่คุกคามตัวแทนประชาชนในสภาเหมือนที่ผู้นำกระทำในช่วงการอภิปรายงบฯ และการตอบคำถาม เรื่องทำไมต้องกู้ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายภูมิธรรมระบุอีกว่า สถานการณ์ของผู้นำรัฐบาลเป็นเช่นนี้ซ้ำซ้อนและซ้ำซากมา โดยตลอดกระแสข่าว วิจารณ์หนักว่าหากผู้นำและรัฐบาลเดินหน้าต่อไปในรูปการณ์เก่าแบบเดิมๆ จะยิ่งยากลำบาก หากไม่สามารถประคับ ประคอง และคลี่คลาย วิกฤตที่ประชาชนคาดหวังและสามารถยอมรับได้ จะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์คอนเวิร์ส หรือตัวใคร ตัวมันในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล การยุบสภาอาจเกิดขึ้นหลังครบ 105 วันในการพิจารณางบเสร็จ หรือการยุบสภาอาจเกิดขึ้นหลังกันยายน ปี 2564 ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่ายากมาก และยังเชื่อว่าแม้จะไม่ราบรื่นแต่พรรคร่วมรัฐบาลก็จะยังคงพยายามประคับประคองผลประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไปจนถึงที่สุด ตนเชื่อว่า สิ่งที่เป็นไปได้ที่สุด คือรัฐบาลจะพยายามประคองให้ผ่านงบไป อย่างน้อยรัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างน้อยสัก 3 เดือน หรือ 90 วัน เพื่อให้งบประมาณได้เริ่มใช้ และต้องพยายามแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่จะทำให้พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด การยุบสภา จึงอาจจะเกิดขึ้น เร็วที่สุดคือในช่วงไตรมาสแรกของปีปฏิทิน 2565 (มกราคม-มีนาคม 2565) ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด และเหมาะสมที่สุด ที่ฝ่ายรัฐบาล ต้องการ อย่างไรก็ดี เงื่อนไขสำคัญอันหนึ่ง ก่อนยุบสภา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการทำให้เร็วที่สุดก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง คือการแก้ รธน.เป็นรายมาตรา โดยเลือกแก้ในสาระที่รัฐบาลจะได้เปรียบและเกิดประโยชน์สูงสุดในตอนเลือกตั้ง ถ้าจะแก้บ้างเป็นรายมาตรา เพื่อหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ฝ่ายตน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาจต้องการแก้รายมาตราโดยเฉพาะเรื่องแก้ระบบเลือกตั้ง โดยใช้บัตร 2 ใบ ที่ พปชร. เชื่อว่าตนจะได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อพรรคใหญ่

“ความจริงการแก้รธัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นเรื่องที่อาจเห็นผลสำเร็จได้ง่ายและชัดเจนที่สุด และการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ให้เป็นบัตร 2 ใบ ก็เป็นสิ่งที่พอมีเหตุผลยอมรับฟังกันได้คือ การใช้บัตร 2ใบ เป็นไปตามหลัก เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ซึ่งคนไทยคุ้นเคยและยอมรับว่าสะท้อนวิธีการเลือกผู้แทนที่ได้ตรงกับใจ ประชาชนที่อยากเลือกมากที่สุด การเลือกโดยใช้บัตร 2 ใบ เป็นการสะท้อนการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบพรรคการเมือง มีความเข้มแข็งมากขึ้นและดีขึ้นกว่าระบบบัตรใบเดียวที่สร้างสภาวะ เบี้ยหัวแตกให้เกิดพรรคเล็ก พรรคน้อยเต็มไปหมด อันนำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น ในระบบการเมืองปัจจุบัน อีกประเด็นสำคัญ ในการแก้รายมาตรา คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายเรื่องที่ขาดหายไป และการตัดทอน หรือการลดอำนาจ ส.ว.ลง ไม่ให้มีบทเฉพาะกาลที่นำมาใช้เลือกนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อลดทอนการสืบต่ออำนาจของรัฐบาลประยุทธ และพวก คสช. ทั้งนี้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดสมดุลแห่งอำนาจของฏฎหมายรัฐธรรมนูญให้ลงตัวและ ได้ดุลมากขึ้น รำลึก 24 มิถุนายนปีนี้ จึงเป็นการรำลึก 89 ปี ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย และผมเชื่อว่าพลังฝ่ายประชาธิปไตยจะยังคงขยายกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ อันเป็นสถานการณ์ผกผันกับรัฐบาลสร้างภาพที่กำลังตกต่ำทุกขณะเช่นกัน” นายภูมิธรรม ระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ครม.ไฟเขียว ‘มทร.ธัญบุรี’ ออกนอกระบบ มหา’ลัยเตรียมพร้อม เร่งส่งกฤษฎีกา
บทความถัดไป‘สุดารัตน์’ โวยแทนคนตัวเล็ก หากินยาก แนะรัฐมองปัญหาให้รอบด้าน แล้วปรับแผนใหม่