‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นร่างแก้ไข รธน. 5 ร่าง เห็นพ้องร่างแก้ 272 ที่เหลือ ‘ก้าวไกล’ ขอเว้น

‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นร่างแก้ไข รธน. 5 ร่าง ร่างแก้ 272 เห็นพ้อง ที่เหลือ ‘ก้าวไกล’ ขอเว้น ‘พิธา’ ยัน เห็นต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบปชต. ต้องถกเถียงกันในหลายรูปแบบ ยัน พรรคร่วมฝ่ายค้านยังเป็นเอกภาพ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้านประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) พรรคเพื่อชาติ (พช.) พรรคเสรรีรวมไทย (สร.) พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ ร่วมกันยื่นร่างแก้ไข

โดยนายชวน กล่าวว่า เราได้กำหนดวาระปฎิทินการประชุมรัฐสภาไว้ในวันที่ 22 มิถุนายน โดยจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายที่ค้างอยู่ และในวันที่ 23 มิถุนายน จะมีการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ซึ่งหากพิจารณาในวันที่ 23 มิถุนายน ไม่จบก็จะเผื่อวันที่ 24 มิถุนายนไว้พิจารณาต่อ โดยเรื่องรัฐธรรมนูญที่เสนอมานั้นจะดูว่ามีพรรคการเมืองที่เสนอมาทั้งหมดเท่าใดเพื่อจะได้พิจารณาไปพร้อมกับ โดยในการประชุมขอให้สวมหน้ากาก 100% ส่วนผู้อภิปรายจะมีแท่านอภิปรายที่เราเตรียมไว้ให้

เมื่อถามว่า การยื่นแก้ไขมาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) มีโอกาสที่ะถูกตีตก นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อพท. กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องที่เรายื่นซ้ำเข้ามา เพราะครั้งที่ผ่านมาเรายื่นไปแล้วถูกถอนออก

เมื่อถามว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุการแก้มาตรา 256 ของพรรคพท.ไม่มีทางที่จะผ่านการพิจารณาไปได้ นายสมพงษ์ กล่าวว่า นั่นเป็นคตวามคิดของเขา ก็ไม่เป็นเรา เราก็จะยื่นใหม่ การจะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่เสียส่วนใหญ่

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า เราได้ร่วมกันยื่นทั้งหมด 5 ร่าง ประกอบ 1.ร่างแก้ไขมาตรา 256 ให้มีส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญ 2.มาตรา 272 เรื่องอำนาจ ส.ว.ทุกพรรคร่วมลงชื่อด้วยกันหมด 3.ร่างเกี่ยวกับสิทธิประชาชน 4.ร่างเกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง และ 5 ร่างอื่นๆที่เกี่ยวกับอำนาจคสช. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งร่างที่ทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันลงชื่อโดยพร้อมเพรียงกันทั้งหมดคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ส่วนอีก 4 ร่างที่เหลือ ทุกพรรคฝ่ายค้านลงชื่อร่วมกันยื่นเสนอ มีเพียงพรรคก.ก.พรรคเดียวที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อ

เมื่อถามว่า มาตรา 256 ถูกตีความแล้วว่าต้องทำประชามติก่อน นายประเสริฐ กล่าวว่า เราสามารถยื่นเข้าไปได้ตามกระบวนการของรัฐสภา โดยขณะนี้รัฐสภาที่กำลังจะเกิดขึ้นเ้ป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งเหลือการประชุมอีก 1 ครั้ง ที่จะผ่านวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อร่างนี้สมบูรณ์ก็จะสอดคล้องกับร่างที่เราได้ยื่นแก้ไมาตรา 256 ไปพอดี คิดว่าไม่น่าเป็นอุปสรรคอย่างใด

เมื่อถามว่า เหตุใดมีมาตรา 272 เพียงมาตราเดียวที่พรรคก.ก.ลงชื่อเสนอแก้ไขด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์​หัวหน้าพรรคก.ก. กล่าวว่า เพราะเป็นเรื่องที่พรรคก.ก.ผลักดันมาตลอดตั้งแต่เป็นอนาคตใหม่ เราก็คิดว่าเป็นต้นตอของความบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญมากกว่ามาตราอื่นๆ และเวลาที่จะสื่อสารอะไรกับสังคมก็ไม่อยากให้เกิดความสับสน

เมื่อถามว่า พรรคก.ก. กับพรรคพท. เห็นไม่ตรงกันเรื่องระบบการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกของระบบประชาธิปไตย ก็มีการถกเถียงกันในหลายรูปแบบ เราเห็รนด้วยกับบัตร 2 ใบ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าบัตร 2 ใบ มีหลายรูปแบบ เราก็ต้องมาถกเถียงกันเพื่อดูว่าอะไรที่เหมาะสมกับสถานการณ์การเมืองไทยมากที่สุด แต่สิอ่งที่สำคัญที่สุดคือ พรรคฝ่ายค้านยังมีเอกภาพ โดยเฉพาะการเอา ส.ว. 250 คนออกไป

เมื่อถามว่า ทำไมจึงมีการออกมาโจมตีพรรคพท.เรื่องระบบการเลือกตั้งอยู่ตลอด นายพิธา กล่าวว่า ไม่ได้เรียกว่าการโจมตี ทุกอย่างที่พูดออกมาผ่านสื่อเป็นเรื่องที่ตน นายสมพงษ์ และนายประเสริฐพูดคุยกันในห้องประชุม ไม่ใช่พูดในห้องประชุมอย่างหนึ่งแล้วออกไปพูดข้างนอกอย่างหนึ่ง ขอยืนยันในความเห็นต่าง ความเป็นพรรคการเมือง อะไรที่เห็นร่วมกัน เราก็ต้องจับมือกัน สนับสนุน และผลักดันให้เกิดขึ้น แต่อะไรที่เห็นต่างกันก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรคการเมืองที่อาจจะมีวิธีคิดต่างกัน

เมื่อถามย้ำว่า แล้วเหตุใดจึงไม่จบในที่ประชุม แล้วแถลงข่าวร่วมกัน นายพิธา กล่าวว่า เพราะยังไม่ตกผลึก และอาจจะไม่ใช่แค่ตกผลึกในห้องประชุมหรือการแถลงข่าว การถกเถียงกันในสภาเราก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมก็จะมีการพูดคุยกันต่อไป เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องยาวๆที่คงไม่ได้บกันภายในครั้งสองครั้ง แต่เราก็พูดกันอย่างตรงไปตรงมาฉันมิตรที่ร่วมอุดมการณ์ให้มีประชาธิปไตยที่เต็มใบเหมือนกัน

เมื่อถามว่า พรรคพปชร.เครมว่าสิ่งที่พรรคพปชร.เสนอพรรคพท.เองก็เห็นด้วย นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้นนะ สิ่งที่พรรคพท.เสนอ เป็นสิ่งที่เราเคยเสมอมาแล้วในอดีต มาตรา 256 และการแก้ไขรายมาตรา พรรคพท.ก็เคยเสนอมาแล้วในอดีต เรายึดตามแนวเก่าที่เราเสนอมา

เมื่อถามว่า พรรคพท.เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งที่แบ่งเขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า มิได้ การแบ่ง 400 กับ 100 นี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 40 เป็นรัฐธรรมนูญที่มจากส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน เราก็ยึดหลักนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะการได้เลือกคนที่ท่านรัก เลือกพรรคที่ท่านชอบ เราอาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง แต่ตนเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่การพิจารณาในชั้น กมธ. แล้ว สิ่งเหล่านี้จะเข้าสู่การถกเถียง และออกมาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่า ส.ว.ประกาศชัดแล้วว่า ถ้าจะปิดสวิตซ์ส.ว.ฝั่ง ส.ว.เองก็ไม่เห็นด้วยให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ นายประเสริฐ กล่าวว่า เขาไม่ให้ก็เรื่องเขา แต่โดยหลักการประชาธิปไตยเราต้องยื่น และจะได้เห็นภาพของส.ว.ด้วยว่ายังยึดติดอยู่กับการสืบทอดอำนาจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปักกิ่งจะไม่ทน! ต่างชาติแทรกแซง ไต้หวันโวยฝูงบินรบจีนรุกน่านฟ้าครั้งใหญ่
บทความถัดไปพบซากกระทิงกุยบุรี ตายมาแล้ว 3 วัน สัตวแพทย์ชี้ ขวิดกันเอง