ปชป.พร้อม ส่งผู้สมัครส.ส.อีสานครบอีสาน คุยชาวบ้านยอมรับผลงานประกันรายได้ หนุนแก้รธน.ตัดอำนาจส.ว.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานพิธีมอบเช็คชําระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้แก่เกษตรกรจังหวัดขอนแก่น ที่ห้องประชุมโรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ถึงการที่มีโอกาสได้พบปะสมาชิกพรรคในคืนที่ผ่านมาว่า ตอนนี้ภาคอีสานถือว่ามีความพร้อมในระดับที่สามารถที่จะนับ 5 นับ 6 นับ 7 ได้ ขณะนี้ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการจัดตั้งตัวแทนเขตครบทุกเขตในภาคอีสานทั้งหมดแล้ว ถัดจากนี้จะได้มีการเตรียมการพิจารณาตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง ซึ่งหลายเขตมีผู้ให้ความสนใจและแจ้งความจำนงไว้แล้ว บางเขตก็มีการเคาะตัวผู้สมัครไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอแจ้งให้ทราบว่าเป็นใครอย่างไรบ้าง

นายจุรินทร์กล่าวว่า เมื่อคืนได้มีการพูดคุยกันในบรรดาผู้ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว และในส่วนของตัวแทนเขตทั้งหมด ซึ่งได้ประเมินกันว่า สำหรับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนภาคอีสานในระดับที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะในส่วนของข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ที่คนภาคอีสานปลูกมาก รวมทั้งในส่วนของมันสำปะหลัง แม้แต่ยางพารา ก็ถือว่าราคาดี และเป็นนโยบายที่พี่น้องประชาชนภาคอีสานให้การยอมรับ รวมทั้งการผลักดันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เรื่องนี้ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องภาคอีสาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีการประชุมพรรค และมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค รวมถึงเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคด้วย ก็มีการมองว่าจะมีแนวโน้มในการปรับครม. เพื่อให้ตำแหน่งระดับเลขาธิการพรรค ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งหากมีการปรับครม. โควต้าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะเหมือนเดิมหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่ขอให้ความเห็นเรื่องพลังประชารัฐ คงเป็นเรื่องภายในพลังประชารัฐ ที่จะต้องไปพิจารณาตัดสินใจกันเองว่าจะจัดการกับการบริหารจัดการพรรคอย่างไร ประชาธิปัตย์ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและก้าวก่ายด้วย เพียงแต่ว่าถ้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ก็ต้องดูว่านายกรัฐมนตรีมีความประสงค์อย่างไร จะปรับเฉพาะในส่วนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือว่าจะปรับอย่างไร อันนั้นก็ต้องเริ่มต้นที่ท่านนายกฯ ไม่สามารถที่จะตอบไปล่วงหน้าได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า หากมีการปรับ ครม. พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และยังไม่มีสัญญาณอะไรว่าจะปรับคณะรัฐมนตรี

ประชาธิปัตย์ก็ยืนยัน ผมก็ยืนยันหลายครั้งว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะหน้าที่อะไร ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ เราก็จะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ แล้วก็เป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง มาอีสานเที่ยวนี้ก็มาเพื่อที่จะเดินหน้านโยบายโครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวอีสาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกร การมอบคืนโฉนดให้กับพี่น้องเกษตรกรที่สูญเสียที่ดินไปก่อนหน้านี้ เมื่อใช้หนี้หมดแล้วก็คืนโฉนดให้เขาไป ได้รับที่ดินทำกินกลับคืนมา หรือเป็นเรื่องการประกันรายได้เกษตรกร ทั้งข้าว มัน ยาง ในส่วนของภาคอีสาน รวมทั้งการมาช่วยสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนคนอีสานที่ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินสร้างบ้าน ให้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง ภายใต้โครงการบ้านมั่นคงที่ประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาล ชวน 2 และผมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ขณะนั้นในปี 2543 ขณะนี้มีความคืบหน้ามาก ช่วยให้ประชาชนหลายแสนครอบครัวได้มีบ้านเป็นของตัวเอง และจะเดินหน้าต่อไปว่า ภายใน 15 ปีข้างหน้า เราจะสร้างบ้านให้คนจน คนไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีที่ดินสร้างบ้านของตัวเอง ได้มีบ้านเป็นของตัวเองให้ได้อย่างน้อย ล้าน 3 แสนหลัง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราเดินหน้า และในจำนวนนั้นก็มีอีสานอยู่ด้วยจำนวนมากหัวหน้าพรรคกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงโครงการประกันรายได้ว่าจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไรหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องอนาคต แต่ขณะนี้เราเดินหน้ามาได้ 2 ปีแล้ว และเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์ก็ยังยืนยันนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เพื่อช่วยให้เป็นตัวช่วยในยามที่พืชเกษตรราคาตกต่ำจะได้มีส่วนต่างเข้าไปช่วยได้ เพราะฉะนั้นในคณะรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังยืนยันว่านโยบายนี้ต้องเดินต่อไป และเดินมา 2 ปีแล้ว จะเดินหน้าปีที่ 3 ต่อไป โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการดำเนินนโยบายตามที่พรรคได้ประกาศไว้ได้มากเพียงใด หัวหน้าพรรคประชาธิปัตยกล่าวว่า ได้ทำตามที่ประกาศไว้นั่นก็คือ เราเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่แม้มีแค่ 50 เสียง ไม่ถึง 100 เสียงที่จะเสนอญัตติเองได้ เพราะการจะเสนอญัตติเองนั้นต้องมี 100 เสียงขึ้นไป เราก็จะพยายามทำหน้าที่ของเรา ขณะนี้ก็เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยมีหลักใหญ่ก็คือ 1. ต้องนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น 2. จะต้องไม่แตะหมวดที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ และเปลี่ยนรูปแบบการปกครอง เราไม่เห็นด้วยถ้าจะเปลี่ยนจากระบบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปเป็นอย่างอื่น อันนี้ประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็มีความชัดเจนในแนวทางประชาธิปัตย์ และเมื่อถึงเวลาพิจารณาในสภาเราก็จะยืนยันในการที่จะทำหน้าที่ของเราเพื่อผลักดันร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นในแต่ละร่างนี้ผ่านให้ได้ จะทำหน้าที่จนวาระสุดท้ายในสภา

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า การที่มีฝ่ายค้านมีการเสนอร่างที่ตัดอำนาจ .. ขณะที่พรรคแกนนำรัฐบาลก็พยายามให้คงอำนาจไว้ ส่วนประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร หัวหน้าพรรคกล่าวว่า ประชาธิปัตย์ก็ชัดเจนว่าเราสนับสนุนให้แก้ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ..ในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีเพราะถือว่าเราสนับสนุนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเท่านั้นที่ควรมีอำนาจแทนประชาชนในการเลือกผู้บริหารประเทศแทนประชาชน ไม่ควรเปิดโอกาสให้ .. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ในการจะลงมติครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะลงมติเป็นทีมหรือไม่ หัวหน้าพรรคกล่าวว่า ตอนนี้ ..ของพรรคได้มีการลงชื่อสนับสนุนร่างไปแล้วพร้อมกับอีก 2 พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย กับชาติไทยพัฒนา ส่วนร่างของพลังประชารัฐที่ยืนไปแล้ว ก็จะได้มาพิจารณาว่าร่างไหนสนับสนุนได้ โดยถือหลักการเหมือนที่กล่าวไปแล้วคือ เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ไม่แตะสถาบัน ไม่แตะหมวด 1 เราก็สนับสนุนแนวอย่างนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยามาฮ่า ประกาศเปลี่ยนน้ำเครื่องให้ฟรี AEROX – NMAX โชว์แอพแจ้งเตือน
บทความถัดไปนายอำเภอชี้ ‘เสาไฟปลาบึก’ คุ้มค่า โครงการ 1.4 ล้าน จ่ายจริงแค่ 9 แสน