ศาลนัดพร้อมบริหารจัดการคดี 22 เเกนนำชุมนุมปักหมุดสนามหลวง ‘ทนายด่าง’ ชี้ชุมนุม 24 มิ.ย.เป็นสิทธิตาม รธน.

22.06.21 | 10:58 น.

ศาลนัดพร้อมบริหารจัดการคดีนัดเเรก 22 เเกนนำชุมนุมปักหมุดสนามหลวง ‘ทนายด่าง’ ชี้ชุมนุม 24 มิ.ย.เป็นสิทธิตาม รธน.ไม่ละเมิดเงื่อนไขศาล ‘เพนกวิน’ เรียกชุมนุม หาก ‘บิ๊กตู่’ อยู่ต่อชีวิตไม่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมบริหารจัดการคดีนัดแรกในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร รวม 22 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ มาตรา 116 รวมทั้งความผิดอื่นๆ กรณีชุมนุมปักหมุดที่สนามหลวงวันที่ 19-20 กันยายน 2563

โดยในวันนี้ จำเลยรายสำคัญทยอยเดินทางมาศาลแนวร่วมกลุ่มราษฎร​ รวม 22 คน เช่น นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายไชยอมร แก้ววิบูรย์พันธ์ หรือแอมมี่ และนายอานนท์ นำภา เป็นต้น

​นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกของการนัดสืบพยานในคดีชุมนุม 19-20 กันยายน ที่ผ่านมา เดิมทีนัดสืบพยานในคดีนี้ต้องมีมาตั้งแต่ พ.ค.แล้วแต่ต้องเลื่อนมาถึงวันนี้เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับจำเลยบางคนมีอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้ การพิจารณาครั้งก่อนหน้ามีจำเลยบางคนที่ตัดสินใจถอนทนายความทำให้วันนี้เกิดปัญหาเล็กน้อย ที่จำเลยไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ อย่างไรก็ตาม ทนายความยืนยันว่าจำเลยทุกคนได้รับหมายเรียกสืบพยานในวันนี้ทั้งหมดแต่จะมีบางส่วนที่ติดธุระก็จะให้ครอบครัวมาดำเนินการขอเลื่อน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ทนายความมีความกังวลหรือไม่ว่าจะมีจำเลยบางส่วนเดินทางไปร่วมกิจกรรมในวันที่ 24 มิถุนายน

นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ไม่มีความกังวล เพราะทนายเองมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลจำเลยให้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การร่วมกิจกรรมชุมนุมเองก็ถือเป็นสิทธิของเขา เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทางศาลมีการพูดคุยกับทนายตลอดเวลาที่ผ่านมา ให้เป็นไปตามข้อกำหนดเงื่อนไขที่ศาลได้กำหนดไว้ แต่สุดท้ายนี้ศาลก็ไม่อาจล่วงเกินตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ได้

นายกฤษฎางค์ยกตัวอย่างหนึ่งในเงื่อนไข ที่ศาลกำหนดว่าไม่ให้จำเลยกระทำการใดๆ ที่เป็นอันเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาการต่อสู้ของกลุ่มแกนนำก็มีการยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับวันนี้ตนเองไม่กังวลในส่วนของการพิจารณาคดีเพียงแต่กังวลในเรื่องการจำกัดคนให้เฉพาะคนในครอบครัวเข้าฟังการนัดสืบพยาน ในห้องพิจารณาคดี ตนไม่รู้ว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของใคร เพราะการเข้าฟังการพิจารณาคดีใดๆ ต้องเป็นการพิจารณาแบบเปิด ต้องไม่จำกัดสิทธิของผู้ที่จะเดินทางเข้าไปฟัง เป็นหนึ่งในสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดี ที่จะสามารถมีประจักษ์พยานในการรู้เห็นการพิจารณาคดีได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม จะเดินทางมายื่นขอคัดค้านการประกันตัวของนายสมยศ จากกรณีที้นายสมยศเดินทางมาให้กำลังใจแกนนำราษฎรในการพิจารณาคดีครั้งที่ผ่านๆ มา

ด้านนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน กล่าวถึง การเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎรในวันที่ 24 มิ.ย.ว่า การที่ประชาชนหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าการคงอยู่ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เป็นข้อดี ฉะนั้นแล้วถ้าพี่น้องประชาชนเล็งเห็นว่าการมีอยู่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นก็ขอให้ออกมาร่วมชุมนุม

นายพริษฐ์กล่าวว่า ราษฎรยังคงยืนยันหลักการเดิม 3 ข้อเรียกร้อง ที่กลุ่มคณะราษฎรเคยประกาศว่าจะเป็นจุดยืน ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก 2.รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบัน ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ตนมองว่าไม่ละเมิดออกเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ส่วนการออกมาชุมนุมก็ไม่เคยก่อความวุ่นวายใดๆ

นายพริษฐ์กล่าวว่า กรณีที่ตำรวจนครบาลออกมาแถลงว่าจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

ในส่วนของการแถลงว่าดำเนินคดีไปแล้วมากกว่า 150 คดีในการทำกิจกรรมทางการเมืองนั้น เพนกวินกล่าวว่า ถ้าตำรวจคิดว่าทำถูกก็เอามาอีก 150 คดี

ส่วน น.ส.ปนัสยากล่าวว่า ขอให้ศาลทำให้เชื่อมั่นว่ากระบวนการนี้ยังคงยุติธรรม ส่วนการนัดสืบพยานในวันนี้ไม่มีข้อกังวลใดๆ

นายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน กล่าวถึงการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ว่า กิจกรรมที่กำลังจะจัดชุมนุมถือว่าเป็นการรวมกลุ่มทั้งหมดของคณะราษฎร ซึ่งจะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 05.00 น. จนถึงช่วงกลางคืน

นายจตุภัทร์กล่าวว่า การเรียกร้องที่สำคัญ ที่จะต้องพูดถึงคือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมารัฐสภาปัดตกรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคฝ่ายค้านมาเสมอและรับรองแค่ฉบับที่ฝั่งรัฐบาลยื่น ตนมองว่ารัฐธรรมนูญเป็นหลักแรกที่สำคัญและจะต้องมาจากประชาชน ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวและแสดงจุดยืน