กม.ประชามติ ผ่านฉลุยเสียงท่วมท้น 611 ต่อ 4 เสียง เตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมาย

กม.ประชามติ ผ่านฉลุยเสียงท่วมท้น 611 ต่อ 4 เสียง เตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมาย ถกนาน 3 ชั่วโมงกว่า เหตุถูกท้วงบทลงโทษมุ่งเล่นงานจนท.ระดับล่าง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ วาระ 2 ที่ค้างอยู่จากสมัยประชุมรัฐสภาครั้งที่แล้ว ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระประชุมนายชวน ขอความร่วมมือสมาชิกให้เว้นระยะห่างเท่าที่ทำได้ ใครที่ยังไม่อภิปรายให้อยู่นอกห้องประชุม และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างเคร่งครัด ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19ของกระทรวงสาธารณสุข จากนั้น จึงเข้าสู่วาระการประชุมพิจารณาเรื่องด่วนพิธีสารแก้ไขข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยว อาเซียน ตามที่ครม.เป็นผู้เสนอ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ชี้แจง ใช้เวลาอภิปรายร่วม 2ชั่วโมง ที่ประชุมจึงให้ความเห็นชอบพิธีสารดังกล่าวด้วยคะแนน 600 ต่อ0 งดออกเสียง2 ไม่ลงคะแนน 4

จากนั้นเวลา 11.45 น.เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ โดยเริ่มพิจารณาจากการลงมติมาตรา53 และ54 เรื่องการคัดค้านการออกเสียงประชามติ ที่ค้างมาจากการประชุมรัฐสภาสมัยที่แล้ว ซึ่งที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบ ต่อมาเข้าสู่การพิจารณามาตรา 55 เรื่องบทกำหนดโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ หน้าที่ตามพ.ร.บ.นี้ ที่ใช้อำนาจมิชอบในการออกเสียงประชามติ มีโทษจำคุก 1-10ปี ปรับ 20,000-200,000บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยมีส.ส.หลายคนอาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทักท้วงว่า เป็นการมุ่งลงโทษเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่เป็นฝ่ายปฏิบัติ แต่ไม่มีบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐในระดับสูงที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นกลาง จึงควรขยายขอบเขตบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐให้ครอบคลุมถึงส.ส. ส.ว. และผู้บริหารท้องถิ่นด้วย อย่างไรก็ตามที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา55 ด้วยคะแนน 374ต่อ124 งดออกเสียง3 ไม่ลงคะแนน10

ขณะที่ มาตรา60 เรื่องการกระทำใดที่เป็นความผิดในการออกเสียงประชามตินั้น นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอให้ตัดข้อความ “เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จ” ตามที่กมธ.เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเป็นการเขียนไว้กว้างเกินไป สามารถตีความได้หมด เกรงว่าจะเป็นการใช้กฎหมายมาปิดปากประชาชน ทำให้การรณรงค์ประชามติอาจถูกปิดกั้น มีการให้ข้อมูลประชาชนแค่ฝ่ายเดียว ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มข้อความดังกล่าวขึ้นมา เพราะสามารถใช้การเอาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 60 ด้วยคะแนน 479 ต่อ35 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน6

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมตลอดช่วงบ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น สมาชิกทั้งส.ส.และส.ว.อภิปรายแสดงความคิดเห็นในมาตราต่างๆกันอย่างกว้างขวาง ไม่มีการตีรวนใดๆ ทำให้การพิจารณาเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งเวลา 15.00น.สมาชิกอภิปรายกันครบทั้ง 67 มาตรา ที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ในวาระ 3 ด้วยคะแนน 611 ต่อ 4 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 รอการบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยใช้เวลาอภิปรายทั้งหมด 3 ชั่วโมง 15 นาที อย่างไรก็ตาม หลังลงมติเสร็จนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ได้สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 30 นาที ก่อนกลับมาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon