หน้าแรก การเมือง ชวลิต เห็นใจ ...

ชวลิต เห็นใจ “อุดมเดช” ถูกสอยเพราะทำหน้าที่ ยันสนช.เคยมีมติไม่ถอดถอนเพราะไม่ผิด

9.09.16 | 14:48 น.

“ชวลิต” เห็นใจ “อุดมเดช” ถูกสอยเพราะทำหน้าที่ ยัน สนช.เคยมีมติไม่ถอดถอน เพราะไม่ผิด


เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณียื่นญัตติแก้ไข รธน.ประเด็นที่มาส.ว.โดยให้ส่งเรื่องไปยัง สนช.พิจารณาถอดถอน และส่งเรื่องไปยังอัยการเพื่อดำเนินคดีอาญายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า ในฐานะที่เป็นวิปและเป็น1 ใน 248 ส.ส.ที่ ปปช.เคยส่งเรื่องไปยัง สนช.เพื่อพิจารณาถอดถอนในประเด็นเดียวกัน ซึ่งสนช.ได้มีมติไม่ถอดถอน 248 ส.ส.ไปแล้วนั้น จึงรู้สึกเห็นใจและสะเทือนใจที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี พรรคพท. ต้องมาถูกชี้มูลซ้ำในเรื่องเดิม และเพิ่มคดีอาญาเข้าไปอีกโดยข้อเท็จจริง การยื่นญัตติขอแก้ไข รธน.ประเด็นที่มา ส.ว.ไม่มีการสลับร่างหรือปลอมแปลงร่างแต่ประการใด การใช้ถ้อยคำว่าปลอมร่างบ้าง สลับร่างบ้าง เป็นเพียงวาทกรรมเพื่อให้สังคมคล้อยตาม เพราะข้อเท็จจริงเป็นการปรับปรุงร่างญัตติให้เหมาะสมก่อนประธานบรรจุเป็นระเบียบวาระ ผู้ร่วมลงนามในญัตติก็รับทราบในการปรับปรุงร่างญัตติให้เหมาะสม ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติปกติในสภา ที่สามารถกระทำได้ โดยในครั้งการพิจารณาของ 248 ส.ส.ก็มีการพิจารณาในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ตนจึงขอทบทวนความหลังในการพิจารณาของ สนช.ว่าจะถอดถอน 248 ส.ส.หรือไม่ ว่าหลังจาก สนช.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากเอกสารและพยานบุคคล โดยเฉพาะการเป็นพยานของอดีตเลขาธิการ ส.ว. ต่อมาเป็นเลขาธิการ สนช.ปัจจุบันเกษียณราชการแล้ว และได้รับการแต่งตั้งเป็น สปท. ซึ่งพยานสำคัญดังกล่าว เป็นข้าราชการประจำสูงสุดในสายรัฐสภา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในสายงานของรัฐสภา เป็นเครื่องยืนยันได้ว่ามีความเป็นกลาง ท่านได้เป็นพยานให้ความเห็นว่า การแก้ไขญัตติสามารถกระทำได้ก่อนที่ประธานจะรับญัตติและบรรจุเป็นระเบียบวาระ ประการสำคัญที่สุด ญัตติที่แก้ไขปรับปรุงดังกล่าวได้ส่งไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกท่านทางไปรษณีย์ และวางอยู่บนโต๊ะในห้องประชุม ล้วนมีสาระตรงกันไม่มีส่วนใดเลยที่จะเป็นการปลอมแปลงหรือสลับร่าง จึงเป็นเหตเป็นผลที่ สนช.มีมติไม่ถอดถอน 248 ส.ส.ที่ผ่านมา ส่วนญัตติที่ ปปช.นำมาดำเนินการกับนายอุดมเดชนั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นญัตติปลอมหรือไม่ ยังเป็นที่สงสัย เพราะเป็นญัตติที่ประธานสภาไม่ได้รับบรรจุเป็นระเบียบวาระ