“วิษณุ” ชี้ไม่ทบทวน กม.อำนวยความสะดวก หลังเอกชนร้อง ยันไม่มีปัญหาเพราะช่วยแก้ปัญหาทุจริต เผยพบร้องเรียนปัญหา อย.มากสุด 3 พันเรื่อง ชี้ร่าง กม.ใช้จ่ายงบ 3 ฉบับเตรียมเข้า สนช. ป้องกันนโยบายประชานิยม ปูทาง รบ.ชุดหน้า
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 9 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีผู้ประกอบการเอกชนร้องเรียนปัญหาการไม่ได้รับความสะดวกจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 ในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรต้องทบทวน ประเด็นเรื่องข้อเรียกร้อง ข้อร้องเรียนมีอยู่ทุกวัน ซึ่งเรื่องนี้กฎหมายบอกต้องทำให้เสร็จภายในเวลาเท่าใด หากอยากได้เอกสารใดต้องบอกเจ้าหน้าที่เขาล่วงหน้า แต่ไม่ได้มัดมือว่าถ้าครบ 7-15 วันทำไม่เสร็จแล้วติดคุก แต่ยังมีช่องว่างให้ดำเนินการต่อไปได้อีก ที่สำคัญอย่าเงียบหาย เพราะที่ผ่านมาหลายกรณีพอติดต่อกลับไปก็เงียบหาย ฉะนั้นยืนยันว่าไม่มีปัญหา ทั้งนี้ ตนทราบว่าเรื่องใหญ่ที่มีการร้องเรียนเป็นเรื่องเก่า ค้างอยู่จำนวน 3,000 เรื่อง ก่อนที่จะมีกฎหมายอำนวยความสะดวกคือเรื่องสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ โดยตนให้นายโชติ ตราชู ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำเนินการแก้ไขเรื่องดังกล่าวอยู่
“ยืนยันว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวแก้ปัญหาจากที่เคยเฉยชา เช้าชามเย็นชาม เกียร์ว่าง ทุกคนตื่นตัวกลัว รวมถึงลดเรื่องการทุจริตไปได้ แม้จะยังไม่มีตัวเลขแต่ก็ลดไปได้ เพราะที่ผ่านมาการไปยื่นขออนุญาตอะไรก็ตามก็ต้องเข้าไปหยอดน้ำมัน เพราะไม่รู้เมื่อใดเสร็จ แบบนี้เรียกว่าทุจริต ฉะนั้น การหยอดน้ำมันจะช่วยลดปัญหาทุจริต การรับใต้โต๊ะก็จะลดลง แต่ก็ยังมีอยู่บ้าง” นายวิษณุกล่าว
นายวิษณุ เครืองาม ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นงบประมาณแบบใหม่เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาว่า ตัวงบประมาณไม่เป็นแบบใหม่ เพราะเรายังไม่ได้แก้กฎหมายวิธีการงบประมาณ แต่การใช้จ่ายงบประมาณจะเป็นแบบใหม่ คาดว่าจะโปรดเกล้าฯลงมาในปลายเดือน ก.ย.นี้ และมีผลบังคับใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค. แต่อย่าลืมว่าในเดือน พ.ย.รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ ก็จะมีผลสำแดงอิทธิฤทธิ์ในตอนนั้น นอกจากนี้ยังมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณที่กำลังจะเข้า สนช. คือร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังภาครัฐ ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่ทั้งหมดที่จะไม่ให้ทำนโยบายแบบประชานิยม ก็เท่ากับว่างบประมาณที่ สนช.เห็นชอบไปนั้นจะต้องตกอยู่ภายใต้วิธีการที่ใช้ตามกฎหมายเหล่านั้น เพื่อถือเป็นแบบให้รัฐบาลชุดต่อไป แต่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลชุดนี้จะเป็นแบบอย่างให้รัฐบาลเลือกตั้ง แต่เป็นรัฐบาลแรกที่มาเจอมาตรการเข้มข้นที่ต้องระวังก่อนใคร เพื่อให้เป็นมาตรฐานต่อไป

