‘ปดิพัทธ์’ ซัด พปชร. ชงแก้ไขรธน.หวังกินรวบเบ็ดเสร็จ ปลุกสภาให้คว่ำวาระหนึ่ง
เมื่อเวลา 10.38 น. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า ในการอภิปรายเมื่อวานของร่างพรรคพลังประชารัฐเสนอแก้ไขนั้นไม่ได้เป็นการแก้ไขเงื่อนไขที่บิดเบี้ยวเลย เอาข้อดีบางประการมาปกปิดมาตราที่สำคัญ และกลับยิ่งส่งเสริมผลประโยชน์ของรัฐบาลระบอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ประชาชน โดยเฉพาะในการเสนอมาตรา 144 และมาตรา 185 และมาบวกกับการเสนอแก้ไขการเลือกตั้งโดยไม่ปิดสวิตช์ ส.ว. จึงดูออกไม่ยากว่างานนี้จะกินทั้งงบประมาณ กินอำนาจในการเลือกนายกฯ เรียกว่างานนี้กินรวบเบ็ดเสร็จ
“สภาของเราลืมสิ่งที่สำคัญว่า ไม่ว่าจะเลือกตั้งด้วยระบบใดก็แล้วแต่ ส.ว. 250 คน กกต. ศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่ ฉะนั้นการแก้ไขระบบเลือกตั้งโดยไม่แก้ไของคาพยพของ คสช.ที่กำกับและมีผลต่อการเลือกตั้งนี่ไม่ใช่ข้อเสนอที่เป็นความจริงเลย มองว่าระบบเลือกตั้งเราไม่ควรมาเริ่มต้นคุยกันที่เทคนิค แต่ให้พูดในหลักการใหญ่ๆ 3 ประการ คือ 1.ระบบการเลือกตั้งที่ดีจะต้องสะท้อนเสียงของประชาชนให้มากที่สุด 2.ต้องสนับสนุนให้มีความเป็นธรรมของพรรคการเมืองทุกพรรค 3.สร้างความเข้มแข็งให้เป็นสถานบันการเมืองในระยะยาว เพราะเช่นนี้การกลับไปใช้การเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญปี 40 แต่ไปสอดไส้รัฐธรรมนูญปี 60 จึงเข้าใจได้ว่า นอกจากจะต้องการกินรวบสภาแห่งนี้ เป็นภาคต่อการกินอำนาจผ่านละครปาหี่เรียกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา” นายปดิพัทธ์กล่าว
นายปดิพัทธ์กล่าวว่า เสนอว่าเราสามารถทำการเลือกตั้งให้ดีกว่าเดิมได้โดยการแก้ไขจุดอ่อน เรียนรู้การเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า 20 ปี รัฐธรรมนูญ 40 ออกแบบจากความล้มเหลวของการเมืองหลายด้าน เราจึงมีการปฏิรูปการเมืองและยังทำได้ดี หนึ่งในนั้นคือการเลือกตั้งแบบ MMP การเลือกตั้งแบบคู่ขนาน ใบหนึ่งเลือกส.ส. อีกใบเลือกพรรค ระบบนี้ดีมากจนเกิดการแข่งขันในนโยบาย และเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นแล้วเวลาเราคิดถึงระบบการเลือกตั้งก็ควรจะเป็นระบบที่พาเราเดินไปข้างหน้าโดยเอาระบบการเลือกตั้งปี 40 มรดกที่ดีเก็บเอาไว้ ฉะนั้นโจทย์ที่หนึ่งในการออกแบบระบบเลือกตั้งเราต้องหาระบบที่ปิดจุดอ่อนของการเลือกตั้งของปี 40 ให้ได้ สร้างระบบเลือกตั้งด้วยบัตรสองใบ หนึ่งเลือกคนที่รัก อีกใบเลือกพรรคที่ชอบให้เป็น ส.ส. ส่วนโจทย์ที่สองเราไม่ได้คิดระบบการเลือกตั้งแบบคณิตศาสตร์อย่างเดียว แต่ต้องออกแบบโดยเอาโจทย์ปัญหาของสังคมมาเป็นตัวตั้ง โจทย์ของการเมืองไทยในวันนี้ไม่เหมือนปี 40 ประเด็นรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพและการตรวจสอบถ่วงดุลยังสำคัญอยู่ แต่โจทย์ในปัจจุบันและอนาคตมันชัดเจนคือการต่อสู้กับอำนาจเก่า อำนาจใหญ่ ความคิดเก่าความคิดใหม่ ท่ามกลางความสับสนในการเปลี่ยนผ่านรัฐสมัย ดังนั้นระบบการเลือกตั้งจึงจำเป็นต้องตอบโจทย์เอาอำนาจเก่าและอำนาจใหม่มาปะทะกันในสภา
ดังนั้น พรรคก้าวไกลจึงขอเสนอระบบการเลือกตั้งแบบ MMP เลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบ เป็นบัตรแบบ 2 ใบ และไม่สามารถโกงคำนวณได้ ทั้งนี้ ขอเสนอให้สภาปฏิเสธร่างของพรรคพลังประชารัฐที่ส่อเจตนาร้ายแรงในการกินรวบสภาแห่งนี้และคว่ำในวาระที่ 1 และควรผลักดันคืนอำนาจให้ประชาชน ให้ส.ส.ร.ออกแบบการเลือกตั้งให้พวกเรามาแข่งกัน และเชื่อมั่นว่าเมื่อ ส.ส.ร.ทำหน้าที่ได้ดี ปราศจากการแทรกแซงเชื่อว่าเราจะมีการเลือกตั้งที่ดีกว่าปี 40 แน่นอน

