‘สุทิน’ สรุปการอภิปราย บอกต้องแก้ รธน.บ่อย ก็เพราะมีคนฉีกอยู่เรื่อย ยกเหตุชี้ ปชช.ได้ประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้าน ‘ชวน’ ปราม ‘ส.ว.กิตติศักดิ์’ อย่างเหมานักการเมืองเลวหมด เพราะทหารเลวก็มี
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอ 1 ฉบับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 4 ฉบับ และพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค 8 ฉบับ ในวันที่สอง
เวลา 15.15 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน อภิปรายสรุปในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน ว่า เจตนารมณ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ในแต่ละเรื่อง 1.เหตุที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะคนฉีกรัฐธรรมนูญบ่อย นั่นคือต้นเหตุ ถ้าไม่ฉีกก็ไม่มีการแก้ เกิดเป็นคนไทยวนเวียนอยู่กับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แก้ก็ไม่ได้ เพราะมีคนฉีกตลอด แล้วเอาพรรคพวกตัวเองมาเขียนรัฐธรรมนูญจนเกิดการไม่ยอมรับ ก็ต้องแก้กันไปแบบนี้ อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนนั้นถูกต้องในทางปฏิบัติ แต่ตนขอถามหน่อยว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ ขณะที่พวกท่านร่าง ท่านถามประชาชนหรือไม่ คุณก็เขียนเสร็จแล้วค่อยมาทำประชามติ ท่านอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติมา 16 ล้านเสียง
นายสุทินกล่าวว่า ทุกท่านลองทบทวนว่า วันที่ทำประชามติ และชวนประชาชนมาร่าง มีสัญญาประชาคมเล็กๆว่ารับไปก่อน แล้วแก้ทีหลัง ก็บอกเขาแบบนี้ จนเกิดเป็นนโยบายของทุกพรรคการเมืองว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องนำมาสู่การแก้สิ เมื่อใช้มาแล้วเป็นปัญหา ทั้งไม่ยอมรับในสาระ ต่างชาติก็ไม่ยอมรับ จนวันนี้มีการชุมนุมหน้าสภา ก็เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญ พรรคฝ่ายค้านเราเห็นว่า รัฐธรรมนูญที่เราทำกันมา ลองผิดลองถูกกันมาไม่ว่ากี่สูตรต่อกี่สูตร ฝ่ายค้านตกผลึกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดคือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ ทำอย่างไรจะให้ประชาชนยอมรับ ก็ต้องให้ประชาชนมาร่างผ่านรูปแบบ ส.ส.ร.
นายสุทินกล่าวอีกว่า 2.เหตุที่นำเรื่องการแก้ไขรายมาตรามาพิจารณาด้วย เพราะเรายื่นแก้รัฐธรรมนูญโดยการตั้ง ส.ส.ร. เราเชื่อเลยว่าจะต้องมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมาหาทางล้มของเราแน่ ดังนั้น เราจึงหาทางสำรองไว้ โดยเสนอแก้เป็นรายมาตราไว้ด้วย เราก็ไปในทางที่ปลอดภัยที่สุดของเรา และก็เป็นเช่นนั้นจริง ไม่ผิดเลย นอกจากนี้ แม้บุญมีได้เกิด ส.ส.ร.ขึ้นจริงๆ เราก็เชื่อว่า ส.ส.ร.จะต้องเขียนรัฐธรรมนูญนานราว 2 ปี ระหว่างนี้จะเกิดอะไรขึ้นในประเทศเราต้องคิด เกิดแน่ๆ ใน 2 ปีที่ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญ คือการเลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งด้วยกฎหมายเดิม มาแบบเดิม ยังมีมาตรา 272 เหมือนเดิม เราก็จะอยู่ในวงจรอุบาทว์แบบเดิม
นายสุทินกล่าวว่า ดังนั้น ระหว่างนี้เราต้องหาหนทางที่จะปิดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นระหว่างนี้เกิดการยอมรับ เราจึงคิดว่าต้องแก้ระบบเลือกตั้ง เพราะประชาชนเชื่อว่าเขียนไว้เพื่อสืบทอดอำนาจให้ผู้นำคนปัจจุบัน เป็นต้น

นายสุทินกล่าวต่อว่า ที่ถามว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อใคร ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ตนเชื่อว่าท่านคิดได้ว่าการแก้วันนี้ได้ประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม จุดหมายปลายทางคือประชาชน แต่เราแกล้งกัน แกล้งกันไปมาจนเป็นการด้อยค่าสภา และด้อยค่าพวกเราเอง มันเข้าตัวเองทั้งหมด และเพื่อแก้คำครหาเหล่านี้ พรรค พท. และพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เขียนออกมาให้ชัดว่าส่วนใดทำให้พี่น้องประชาชนโดยตรง เช่น เรื่องสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากมีการประท้วง และมีการจับกุมคุมขังจำนวนมาก เรื่องสิทธิในการรักษาพยาบาล เนื่องจากประชาชนกำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิด เรื่องรายได้พื้นฐานของพี่น้องประชาชนที่พรรคร่วมรัฐบาลก็นำเสนอ ส่วนทางอ้อม ถ้าเราทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ต่างชาติยอมรับ เครดิตประเทศก็เกิดขึ้น เราก็ทำมาค้าขายได้
“ส่วนที่มา ส.ว. รัฐธรรมนูญฉบับนี้วางอำนาจให้ท่านไม่เหมาะ และไม่สมควรแก่ที่มา เพราะท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญเขียนให้ท่านมาทำภารกิจเช่นนี้ สังคมเขาก็ติดใจท่านสิ ผมขอพูดตรงๆ อย่าโกรธกัน แต่ถ้าโกรธกันต้องขออภัย
“ขอถามว่า ท่านมาตามรัฐธรรมนูญนั้นถูกต้อง จำเป็นต้องมี 2 สภาไว้ถ่วงดุลกันกับ ส.ส. แต่ท่านลองถามตัวเองซิว่า ท่านเป็นกลางจริงหรือไม่ เรื่องนี้ท่านตอบตัวเองได้ ถ้าตอบไม่ได้ลองยกทีมไปตอบหน้าพระแก้วมรกตนี่ผมว่าเกิดโศกนาฏกรรมหมู่เลย นอกจากนี้ ท่านถ่วงดุลจริงหรือไม่ ถ้าท่านตรงไปตรงมา คนไหนว่าคนนั้นก็เกินไป หรือท่านถ่วงดุลแต่กับฝ่ายค้าน กับรัฐบาล กับนายกฯ ท่านถ่วงดุลหรือไม่” นายสุทินกล่าว
ทำให้ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวประท้วงนายสุทิน และระบุว่า ผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับมาตรา 45 วรรค 2 พูดจาวกวนเสียดสี ตอนแรกตนจะลงคะแนนให้แล้ว แต่ท่านกลับพร่ำ ตนไม่โกรธหรอกที่ท่านว่า ส.ว. ความจริง ส.ส.บางคนรับใช้คนโกง และรับใช้พรรคโคตรโกงมาตลอดชีวิตทำไมไม่พูด
นายชวนได้ขอให้นายกิตติศักดิ์นั่งลง พร้อมกล่าวชี้แจงว่า ตนเตือนเสมอว่าอย่าเหมารวม เพราะตนได้เชื่อในพระบรมราโชวาทที่ว่า บ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมดในทุกวงการ ดังนั้น เราจะไปว่าวงการนั้นมีคนโกง หรือมีคนไม่ดีหมดไม่ได้
“ผมเรียนที่ประชุมแล้วว่า เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจ แล้วท่านก็ตำหนินักการเมือง ผมก็ได้เรียนท่านโดยตรงว่า ถ้าท่านว่านักการเมืองไม่ดีนั้น ก็มีจริง แต่ทหารเลวก็มีนะ ท่านอย่าเหมา ซึ่งท่านเองก็บอกว่าไม่ได้เหมา แต่เวลาท่านพูดท่านกลับไม่เคยยกเว้น หลังจากได้คุยกันแล้วต่อมา ท่านได้บอกผ่านโทรทัศน์ว่านักการเมืองที่ดีก็มี ผมจึงอยากขอให้ทุกคนอย่าเหมา ทุกองค์กรมีแบบนี้ เพียงแต่ว่าเวลาเราอภิปราย ถ้าเราไปคิดว่าทุกคนเป็นอย่างนั้นหมด มันก็จะเกิดความขัดแย้งไม่จบ” นายชวนกล่าว
นายสุทินอภิปรายต่อว่า ประเด็นต่อมา อำนาจในการเลือกนายกฯ เราต้องแก้ เพราะอำนาจในการเลือกนายกฯซึ่งถือเป็นยเรื่องสำคัญมาก และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปเขียนให้อำนาจ ท่านก็ต้องโดนเป็นธรรมดา บังเอิญที่มาของท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตรงนี้เป็นกาต่อสู้ที่มีการได้เสียสูง ดังนั้น เมื่ออำนาจในการเลือกนายกฯไปอยู่ในมือท่านมันก็เลยเป็นของร้อน และที่ระแวงกันมากๆ นอกจากการเปลี่ยนผ่านจากประยุทธ์ 1 ไปประยุทธ์ 2 แล้ว ยังจะเปลี่ยนผ่านไปยังประยุทธ์ 3 อีก

นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ประชาชนเชื่อว่าใครจะได้เป็นนายกฯอยู่ที่ ส.ว. เพราะฉะนั้นแรงกดดันจึงมาที่ท่าน ตนคิดว่าหากละอำนาจนี้ไปจากท่าน ท่านจะเบาลง ท่านจะออกจากภาวะกดดัน ท่านไปยืนเหมือน ส.ว.ชุดอื่นๆ ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และถ่วงดุล ตนเชื่อว่าท่านจะเบาตัวเลย สถานการณ์หลายอย่างก็จะดีขึ้น และที่บอกว่าบทเฉพาะกาลอีก 2 ปีก็จะหมดไป เหตุใดไม่รอ อยากเรียนว่า 2 ปีต่อจากนี้ สำหรับประเทศไทยนั้นเดิมพันสูงมาก อาจจะเกิดการเลือกตั้ง 2 ครั้งก็ได้ เลือกนายกฯอีก 2 ครั้งก็ได้ พวกเราจึงต้องขอแก้ประเด็นนี้
นายสุทินกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่องร่างที่เราจะรับ การเสนอแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เราภูมิใจมาก และเห็นมิติที่ดี เพราะครั้งก่อนที่เราเสนอเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่มีใครเอากับเรา แต่ครั้งนี้มีหลายพรรคเสนอเข้ามาตรงกันกับเรา นี่คือนิมิตรหมายที่ดี ไม่ใช่การฮั้ว หรือสมประโยชน์กัน นี่พูดกันต่อหน้าประธานเลยว่า ใครจะไปสมประโยชน์กับนายจุรินทร์ หรือนายไพบูลย์ได้ แต่บังเอิญมันมาตรงกัน แต่ก็ยังติดใจร่างของ พปชร.ที่ไม่น่าพ่วงอย่างอื่นมา ห่วงอย่างเดียวกับ ส.ว.เลย เรื่องมาตรา 144 และ 185 ที่พรรคเราคุยกันว่าท่านขายเหล้าพ่วงเบียร์ เราอยากได้อย่างเดียว แต่จำเป็นต้องรับด้วย เพราะท่านเสนอมาร่างเดียว แต่แยกเป็น 5 ประเด็น แต่เมื่อนายไพบูลย์ประกาศต่อหน้าประธานรัฐสภา และต่อหน้าสาธารณชนว่าจะไปแก้ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ถ้าไม่เชื่อท่านก็ไม่รู้จะเชื่อใครแล้ว ไม่มีหลักประกันอะไรเลย แต่ถ้าท่านเบี้ยว ท่านต้องมาที่นี่อีกในวาระที่ 3
“อยากรู้เหมือนกันว่า ท่านจะขึ้นพูดอย่างไร เราจึงจะรับเพื่อให้ท่านไปแก้ไข แต่เราขอหมายเหตุไว้ว่า เราอยากให้ท่านถอนร่างมาตรา 144 และมาตรา 185 ออก หรือปรับในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกกังวลทั้งหมด ทั้งนี้ ตนขอฝากเรื่องจุดพอดีด้วย ไม่ใช่ถอยจนผิดไปทั้งหมดเช่นกัน ถ้าวาระ 3 ท่านไม่แก้เข้า หรือไม่ตัดออก ไม่เปลี่ยนแปลงตามที่รับปากสภา พวกเราฝ่ายค้านจะทบทวนการลงมติในวาระ 3 แน่นอน แต่วันนี้ลงให้ท่าน” นายสุทินกล่าว

