‘ไทยไม่ทน’ เตรียมเคลื่อนขบวนบุก ‘ทำเนียบ’ แกนนำชี้ ไม่ยึดสันติวิธี-มุ่งแตกหัก ปชช.ไม่มีทางชนะ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ กลุ่ม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมารวมตัวเพื่อตั้งขบวนจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เตรียมมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยทั่วไป มีการนำรถปราศรัยจอดบริเวณกลางสะพานผ่านฟ้า มีการติดตั้งเต็นท์อำนวยการด้านหลังรถปราศรัย และเต็นท์ปฐมพยาบาล บริเวณโลหะปราสาท (วัดราชนัดดารามวรวิหาร) ขณะที่ประชาชนเดินทางมารวมตัวอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนี้มีการปราศรัยขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นระยะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเตรียมรั้วลวดหนาม และยืนประจำการณ์บริเวณแยกผ่านฟ้า นอกจากนี้ ยังมีรถปราศรัยนำโดยเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยเตรียมร่วมขบวนด้วย ทั้งนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมต้องผ่านจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิและฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ก่อนเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม
โดยเวลา 15.41 น. ทีมงานกลุ่มไทยไม่ทนเคลื่อนย้ายแผงเหล็กจากถนนหลานหลวง เพื่อทำการปิดถนน 2 ช่องทางจราจร
เวลา 15.50 น. นายนันทพงศ์ ปานมาศ แกนนำเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย พร้อมทีมงานไทยไม่ทน ร่วมกันติดตั้งป้ายไวนิลชื่อกลุ่มข้างรถปราศรัย
เวลา 16.00 น. นายพิเชษฐ์ สุจินดาทอง อดีตแกนนำ นปช. กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 ที่คณะไทยไม่ทนขออนุญาตลงถนนเพื่อส่งเสียงให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับรู้ว่า คนไทยจะไม่ทนกับประยุทธ์อีกต่อไปแล้ว

“เมื่อวันก่อนนี้ (24 มิ.ย.) เราเดินกันจำนวนมาก จากผ่านฟ้ามุ่งหน้าทำเนียบ เรากะว่าจะอยู่ยาวๆ แต่มีคนพยายามสร้างสถานการณ์ คณะไทยไม่ทนปรึกษาหารือกันแล้วว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ให้ภาพออกมาว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธ กำลัง ทางกลุ่มจึงตัดสินใจว่าเราจะไม่เป็นเหยื่อให้ระบอบประยุทธ์อีกต่อไป มีพี่น้องมากมายชุมนุมการเมืองหลายครั้ง ตั้งแต่ปี’52-53 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ใช้กำลังปราบผู้ชุมนุมแยกราชประสงค์ หาว่ามีชายชุดดำใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้นายกฯอภิสิทธิ์มีคำสั่งปราบผู้ชุมนุมด้วยกระสุนจริง” นายพิเชษฐ์กล่าว และว่า
มีการดิสเครดิตแกนนำตลอดเวลา แต่แกนนำไม่เคยรู้สึกเสียหน้า เพราะต้องการเซฟประชาชนจากการสร้างสถานการณ์ จึงเรียนเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้าประชาชนไม่ยึดสันติวิธี เท่ากับว่า ชัยชนะประชาชนจะไม่มีวันได้เห็นอีกเลย พี่น้องต้องทำใจ เราสู้กับคนชั่ว เจ้าเล่ห์เพทุบาย ถ้าสู้กันแตกหักต่างหาก ประชาชนจะไม่มีวันชนะ เรายอมบาดเจ็บเพื่อต้องการความชอบธรรม ให้ประชาชนมีชัยชนะถาวร เราต้องออกมาแสดงพลัง อย่าให้คนอย่างประยุทธ์ลำพองว่าไม่มีใครจัดการได้ เมื่อไทยไม่ทน หมอไม่ทน ก็อยากให้ ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ ไม่ทน ถ้าคิดตรงกัน ออกมาแสดงตัว


