‘บิ๊กแก้ว’ สั่งเพิ่มมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายของ ปชช.และแรงงานแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล และพื้นที่ 4 จชต.
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วนผ่านระบบ VTC โดยสั่งการให้หน่วยขึ้นตรงศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) บูรณาการการจัดกำลังสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ในการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ให้มีความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติภารกิจควบคุมแคมป์คนงาน และไซต์งานก่อสร้างในพื้นที่ รวมทั้งการควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.สงขลา จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส) โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (26 มิถุนายน 2564) เป็นต้นไป

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีกรุงเทพมหานคร ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงเหล่าทัพ รับผิดชอบ โดยมีศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เป็นผู้วางแผนการปฏิบัติ 
ในส่วนของจังหวัดในเขตปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, และนครปฐม มีกระทรวงมหาดไทย (จังหวัด), ตำรวจภูธรจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก รับผิดชอบ
ในด้านการควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ โดยมีกระทรวงมหาดไทย (จังหวัด), ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตำรวจภูธร จังหวัด), ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพเรือ รับผิดชอบ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถจำกัดกลุ่มแรงงานซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงให้อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานในทุกกรณี อันจะส่งผลให้การควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นไปตามกรอบแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญเร่งด่วน และเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงภาวะปกติโดยเร็วที่สุดต่อไป
ขณะที่ล่าสุด จากกรณีกระทรวงกลาโหมสั่งการให้เหล่าทัพจัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปควบคุมแคมป์คนงานทั้งหมดโดยเฉพาะพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ตามนโยบายของรัฐบาล สกัดการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยใช้กำลังของสารวัตรทหาร (สห.) โดยแคมป์แรงงานอยู่ในพื้นที่เหล่าทัพใด เหล่าทัพนั้นรับผิดชอบ
กองทัพไทย กองพันสารวัตรทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ดูแลเขต หลักสี่
กองทัพบก ใช้กำลังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯเหนือใน 3 เขต ประกอบด้วย จตุจักร, บางซื่อ, ลาดพร้าว
กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) รับผิดชอบกรุงเทพฯกลาง 11 เขต
กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) รับผิดชอบกรุงเทพฯใต้ 13 เขต
กองทัพเรือ กองร้อยรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือกรุงเทพฯ (กอง รปภ.ฐท.กท.) ดูแลเขตบางกอกน้อย, กรมสารวัตรทหาร กองทัพเรือ ดูแลเขตบางกอกใหญ่
กองทัพอากาศ ใช้กำลังกองพันทหารสารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) ดูแลเขตดอนเมือง
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ในแต่ละเหล่าทัพได้เน้นย้ำให้กำลังพลที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เข้มงวดมาตรการป้องกันตัวเองตามแผนพิทักษ์กำลังพล ป้องกันไม่ให้กำลังพลเหล่านี้กลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เนื่องจากกำลังพลที่ออกไปปฏิบัติงานยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19
สำหรับวัคซีน เหล่าทัพได้รับจัดสรรมาก่อนหน้านี้ นำไปฉีดให้กับกำลังพลปฏิบัติงานพื้นที่เสี่ยง เช่น ชายแดน ส่วนวัคซีนอีกล็อตกันไว้ให้กับทหารกองประจำการผลัด 1/2564 ที่จะเข้ามารายงานตัวในหน่วยฝึกทหารใหม่ระหว่าง 1-3 กรกฎาคมนี้
อย่างไรก็ตาม กำลังพลทั้งหมดที่ออกไปปฏิบัติงานดูแลแคมป์แรงงานต่างๆ จะมีการสวอบทุกวัน และเมื่อปฏิบัติหน้าที่เสร็จต้องกักตัวเองเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ


