สุดทน ! “วิโรจน์” จวก “รัฐบาล” ประเมินสถานการณ์ต่ำ แนะเร่งหาวัคซีน-ทบทวนคำสั่งการเร่งด่วน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ก.ก. กล่าวถึงการประกาศล็อกดาวน์ในกรุงเทพและปริมณฑลของรัฐบาล ว่า สภาพปัจจุบันของพื้นที่กรุงเทพมหานคร แพทย์ 1 คนต้องดูแลผู้ป่วยอย่างน้อย 30 คน และแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข บุคลากรประจำโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างน้อยวันละ 16 ชั่วโมงต่อเนื่องกันมา 3 เดือนแล้ว แต่เดิมเรามักจะจำตัวเลขกลมๆ ว่าในแต่ละวันจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณวันละ 3,000 คน แต่ได้ขยับเพดานมาวันละ 4,000 คนแล้ว ที่สุดสำคัญคือแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ขยับเพดานขึ้นมามีมากกว่าจำนวนผู้ป่วยที่หายกลับบ้านไปแล้ว แม้จะมีมาตรการลดระยะเวลาในการรักษาตัวของผู้ป่วยที่มีอาการเบาบางจาก 14 วันเป็น 10 วันแล้วก็ตาม ซึ่งแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายวันก็ยังมากกว่าขึ้นต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว สะท้อนกับจำนวนผู้เสียชีวิตรายวัน เดิมเรามักจะจำกันว่าติดเชื้อ 3,000 คน เสียชีวิต 30 คน แต่ปัจจุบันพบว่าผู้ติดเชื้อมีจำนวน 4,000 คนแต่เสียชีวิต 50 คนต่อวันแทนที่จะเป็น 40 คนต่อวันในสัดส่วนเดียวกัน ซึ่งหากพิจารณกับจำนวนผู้ป่วยรอเตียงที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องการห้องไอยูก็มีจำนวนากขึ้นด้วยเช่นกันรวมถึงผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตคาบ้าน
“สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนักมีจำนวนเพิ่มขึ้นและต้องครองเตียงเป็นเวลานาน เพราะกว่าจะมาถึงมือแพทย์ก็อาการหนักแล้วบวกกับแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยหลายคน สะท้อนว่าจำนวนผู้ป่วยต่อแพทย์อยู่ในสภาวะ โอเวอร์โหลด ทำให้อัตราการเสียชีวิตมีสัดส่วนมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ที่เริ่มมีโรงพยาบาลหลายแห่งประกาศงดตรวจโควิดซึ่งสะท้อนว่าการหาเตียงเป็นเรื่องที่ลำบากและหากยังปล่อยให้มีการงดตรวจเช่นนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ผู้ป่วยกว่าจะรู้ตัวว่าติดเชื้อก็มีอาการหนักแล้วส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยอาการหนักมีเพิ่มมากขึ้น สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งจะทำให้ระบบสาธารณสุขในกรุงเทพมหานครแบกรับภาระที่หนักอึ้งมากขึ้น ซึ่งะกดดันให้อัตรการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าแพทย์ พยาบาล บุคลาการสาธารณสุขซึ่งเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยโควิด การสกัดกลั้นการระบาดของโควิดโดยตรง พบว่ามีการติดโควิดมาเป็นระยะ ทั้งที่บุคลากรเหล่านี้มีการฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มและอยู่ในช่วงเวลาที่ภูมิคุ้มกันควรจะขึ้นเต็มที่แล้ว ทั้งนี้ทำให้ขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยถูกลดทอนลงเนื่องจากบุคลากทางการแพทย์ต้องทะยอยการเข้าพักรักษาตัว ย่อมทำให้ขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ย่ำแย่ไปด้วย เพราะพวกเขารู้สึกว่าเขาต้องอยู่ในสนามรบด้วยอาวุธและชุดเกราะที่ไม่มีความพร้อม ประหนึ่งกับรัฐบาลมอบเพียงมีดปอกผลไม้ให้เขาเข้าไปรบในสนามที่เต็มไปด้วยกระสุนปืน” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มไปแล้ว พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยในแต่ละวัน รัฐบาลมีการตรวจเท่าไหร่และในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ไปแล้วอย่างละกี่รายโดยให้มีการแยกประเภทของวัคซีน ซึ่งในจำนวนนี้มีบุคลากรทางการแพทย์กี่ราย เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ที่แท้จริง ที่รัฐบาลมักจะพูดเสมอว่าวัคซีนที่นำมาฉีดกันตายไม่กันติดเอาเข้าจริงๆ แล้วมีการติดมากน้อยจำนวนเท่าไร ตนยืนยันว่าสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นคือกรุงเทพมหนาครที่เป็นอยู่ หากรัฐบาลรู้หน้าที่กระวีกระวาดในการทำงาน ตั้งใจทำงานอย่างแท้จริง สถานการณ์จะไม่เลวร้ายถึงเพียงนี้ หากรัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากก็จะไม่เกินขีดความสามารถที่รัฐบาลจะรับมือได้ ที่ผ่านมางบประมาณสาธารณสุข 45,000 ล้านบาทที่กันมาจากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลนี้เบิกจ่ายได้เพียง 9,556 ล้านบาทโดยประมาณ หรือคิดเป็น 21% เท่านั้น รัฐบาลจะอ้างว่าไม่มีงบประมาณไม่ได้ โครงการการเตรียมความพร้อมด้านสถานพยาบาลมีการกันวงเงินเอาไว้ 10,132 ล้านบาท จากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท จากวงเงินสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท โครงการเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน 1,497 ล้านบาท จากไปได้เพียง 127 ล้านบาท คืบหน้าไปเพียง 8.5% เท่านั้น
นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลดูเบากับสถานการณ์ ประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป ละเลยไม่ตั้งใจทำหน้าที่ของตน ขาดความรับผิดชอบต่อสาธารณชน จนประชาชนโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ต้องเดือดร้อนแสนสาหัส กระทบกับปากท้อง การดำเนินชีวิต การทำมาหากินประชาชนทุกเพศทุกวัยต้องเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า สถานการณ์การฉีดวัคซีนก็ยังคงล่าช้า มีประชาชนถูกลอยแพรเป็นจำนวนมาก ไม่รู้วันนัดหมายต้องคอยเข้าไปเช็คคิว เช็คกำหนดวันนัดหมายใหม่ที่โรงพยาบาลแต่ละแห่งที่ประกาศออกมา และเชื่อว่าการจัดการฐานข้อมูลยังคงมั่วอยู่ ยิ่งให้โรงพยาบาลเข้ามากำหนดวันนัดหมายใหม่ เลื่อนคิวได้เอง โดยที่ฐานข้อมูลยังไม่ได้จัดทำให้เชื่อมโยงกันระหว่างข้อมูลการจองคิวหรือการลงทะเบียนต่างๆ กับฐานข้อมูล MOPHIC ของกระทรวงสาธารณสุข ยิ่งจะทำให้ระบบการจัดการฐานข้อมูลมีปัญหาและสร้างปัญหาให้การจัดการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาฐานข้อมูลให้เร็วที่สุด เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาหมักหมมสะสมซึ่งผู้ที่เดือดร้อนก็คือประชาชน วัคซีนซิโนแวคเรื่องนี้ต้องส่งเสียงให้รัฐบาลทบทวนและยุติการดำเนินการให้เร็วที่สุด รัฐบาลยังยืนกรานว่าจะจัดซื้ออีก 28 ล้านโดสและไม่มีทีท่าว่าจะยุติการจัดซื้อ และหันไปจัดซื้อวัคซีนใหม่โดยเฉพาะเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ทั้งนี้วัคซีนซิโนแวค 28 ล้านโดสนั้นต้องใช้งบประมาณราวๆ 15,372-17,500 ล้านบาท
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า พรรคจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีข้อท้วงติงจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในประเด็นประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคและวัคซีนชนิดเชื้อตายอื่นๆ ว่าอาจจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างจำกัดและมีความสามารถในการสร้างภูมิที่ไม่สูงเพียงพอและมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถรับมือกับเชื้อสายพันธ์เดลต้าได้ ซึ่งเชื้อสายพันธ์เดลต้าก็มีการคาดการณ์กันว่าจะกลายเป็นเชื้อสายพันธ์หลักในการระบาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมนี้ การฉีดวัคซีนซิโนแวค หากรัฐบาลจะอ้างว่าการฉีด 3 เข็มจะทำให้ได้ภูมิของน้องๆ วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ อย่างวัคซีนไฟเซอร์ พรรคก้าวไกลจึงได้เปรียบเทียบต้นทุนให้รัฐบาลได้ตระหนัก วัคซีนซิโนแวค 3 เข็มมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,647-1,875 บาทต่อคน เมื่อเทียบกับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ อย่างวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็มมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 1,216 บาทต่อคน ไม่ว่าจะในแง่ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหรือประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ น่าจะเป็นทางออกในการระงับการแพร่ระบาดจากเชื้อสายพันธ์เดลต้าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด พรรคก้าวไกลยืนยันว่า การจัดซื้อวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ ควรจะเป็นทางออกที่รัฐบาลเร่งพิจารณาและเชื่อว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ใช้สติปัญญาในการไตร่ตรองอย่างมีจริยธรรมมากกว่า รัฐบาลจะนอนคดไม่รู้นั่งขู้ไม่เห็นไม่ได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการแพร่ระบาดของวัคซีนซิโนแวคและวัคซีนเชื้อตายที่รัฐบาลนำมาฉีดให้กับประชาชน
“คำถามที่รัฐบาลต้องชี้แจงกับประชาชนคือเหตุใดการส่งมอบวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดสจึงถูกเลื่อนไปส่งมอบในไตรมาส 4 ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีการเจรจาไว้ตั้งแต่ 20 เมษายน ซึ่งการส่งมอบที่ล่าช้าถูกเลื่อนไปยังไตรมาส 4 สวนทางกับประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ที่สั่งไป 50 และ 40 ล้านโดสตามลำดับ ซึ่งทั้งสองประเทศมีการแถลงว่าจะส่งมอบให้ในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ประเด็นข้อสงสัยนี้รัฐบาลจึงควรเปิดเผยว่าในวันที่ลงนามจองวัคซีนกับไฟเซอร์นั้นเป็นวันที่เท่าไร เพราะหากมีการลงนามในสัญญาจองวัคซีนก่อนประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ประเทศไทยจะได้รับการส่งมอบวัคซีนช้ากว่าอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ เรื่องนี้รัฐบาลต้องชี้แจงอย่างเร่งด่วน จะไม่ทำตัวเป็นไม่รู้หรือทำตัวเงียบเนียนไม่ได้ ทั้งนี้วันที่ลงนามในสัญญาไม่ได้เป็นความลับใดๆ ที่ประชาชนไม่อาจรู้ได้เลย วัคซีน เอ็มอาร์เอ็นเอ ไม่ว่าจะใช้เป็นวัคซีนที่ฉีดให้ประชาชนหรือฉีดเสริมภูมิเป็นเข็มที่ 3 ก็มีงานวิชาการทางการแพทย์ยืนยันถึงประสิทธิภาพพอสมควร ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงควรเร่งหาวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ เพื่อมาควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างเร่งด่วน” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเพื่อการเร่งการจัดหา พล.อ.ประยุทธ์ควรจะเข้าหารือกับทูตของประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอย่างเร่งด่วนเพื่อขอความร่วมมือในการเร่งหาวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ เพื่อใช้ในการควบคุมการระบาดปกป้องชีวิตและลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ด่านหน้า ทั้งนี้การล็อกดาวน์กรุงเทพฯ หากสภาวะอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตจริงๆ การล็อกดาวน์ก็เป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงได้ หากรัฐบาลมีการเตรียมตัวและใช้งบประมาณ 45,000 ล้านบาทได้ดีกว่านี้ก็ตาม แต่วันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลก็ควรชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้ประชาชนได้เห็นถึงความจำเป็น และมาตราการล็อกดาวน์ควรมาควบคู่กับการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลกับทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะการเยียวยาค่าเช่าตามจำนวนวันที่มีการล็อกดาวน์ นอกจากนี้รัฐบาลต้องประกาศให้ประชาชนทราบถึงภารกิจที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจำเร่งดำเนินการอย่างไรในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ รวมถึงต้องมีการตรวจเชิงรุกและพบผู้ป่วยนั้นเป็นข่าวดี ไม่ใช่ข่าวร้ายเพราะจะเป็นการนำผู้ป่วยที่มีอาการเบาบางมารักษา ส่งผลให้อัตรการการเสียชีวิตลดลง ขณะเดียวกันก็จะเป็นการควบคุมการแพร่ระบาด ทั้งนี้รัฐบาลควรให้ผู้ป่วยที่มีอาการเบาบางสามารถรักษาตัวที่บ้านเองได้โดยมีระบบรายงานความคืบหน้าให้กับแพทย์เจ้าของไข้ทราบ และเมื่อมีอาการหนักขึ้นควรมีระบบไปรับมารักษาตัวที่โรงพยาบาล มีระบบให้จ่ายยาหรืออนุญาตให้หมอจ่ายยาเพื่อรักษาผู้ป่วยในตอนที่ยังมีอาการไม่หนักมาก รวมทั้งมีระบบการจัดส่งอาหารให้กับผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยได้กักตัวอยู่ที่บ้านได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ขอให้เร่งติดตามวัคซีนแอสตราเซเนกาอีก 2,113,000 โดสมาให้ทันภายในวันที่ 30 มิถุนายนโดยเร็วที่สุด เพระาเป็นความหวังในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ความห่วงใยของพรรคก้าวไกลเกิดจากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความเห็นว่าจะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หากประชาชนเดินทางกลับบ้านและช่วยแก้ปัญหาเตียงไม่พอได้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอ้างว่าหากติดโควิดก็จะมีเตียงต่างจังหวัด ซึ่งพรรคก้าวไกลยืนยันว่าเป็นวิธีคิดที่ขาดสติปัญญาอย่างมาก และการกระทำเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการล็อกดาวน์ แต่เป็นการกระจายโรคระบาดไปยังทั่วประเทศ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและยุติวิธีคิดที่โง่เขลาเช่นนี้โดยพลัน

