“เสรี” ระบุ รอ กมธ.แก้ไขรธน.จัดทำร่างให้สมบูรณ์ แนะรัฐสภารักษาอำนาจตัวเอง ไม่ใช่เอะอะส่งศาลตีความ ควรรอให้เกิดปัญหาก่อน
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีเสียงวิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ผ่านการรับหลักการว่าเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ ว่า แม้หลักการจะมี 2 มาตรา แต่เมื่อรัฐสภารับหลักการแล้ว ต้องดูว่า 2 มาตรานี้โยงกับมาตราใด มีความสัมพันธ์กันที่จะต้องบัญญัติให้สมบูรณ์ ครบถ้วน สามารถแก้มาตราอื่นได้ โดยทางกรรมาธิการต้องไปตรวจและดูว่ามาตราใดที่ยังขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกัน ก็ต้องปรับให้สามารถไปด้วยกันได้ แต่ถ้าเคร่งครัดว่ารับหลักการแค่ 2 มาตรา ส่วนอันอื่นแก้ไม่ได้ เพราะไม่ได้รับหลักการมาด้วย แสดงว่าร่างนี้เมื่อถึงวาระ 3 เห็นข้อขัดแย้งแล้วไม่แก้ไขมันก็ต้องตกไป ดังนั้น จึงอยู่ที่การพิจารณาของกรรมาธิการว่าจะเสนอร่างที่สมบูรณ์มาอย่างไรหรือตัดสินใจอย่างไร ถ้าตัดสินใจมาว่าแก้มาตราอื่นด้วย ทางสภาก็ต้องมาดูว่าแก้เกินกว่าหลักการหรือไม่อย่างไร
นายเสรี กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอของส.ว.บางคนที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น มองว่าเรื่องใดที่สงสัยสามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้ แต่การทำหน้าที่ของรัฐสภา ต้องเข้าใจก่อนว่าอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาอยู่ตรงไหนแล้วรัฐสภาควรจะต้องตัดสินใจในส่วนของสภาก่อน ต้องไปทำออกมาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน เพราะเป็นหน้าที่ เป็นอำนาจ แต่ถ้ายังไม่รักษาอำนาจของตัวเองไว้ เอะอะอะไรก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วจะมีสภาไว้ทำไม เอาไว้ค่อยเกิดปัญหาจริงๆก่อน หากเดินไปไม่ได้และถ้าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ชอบด้วยเหตุผล
เมื่อถามว่า จะมีการสงวนคำแปรญัตติหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า อยากจะชี้ให้เห็นว่าการเสนอแบบเขตเดียว คนเดียว แก้ไขปัญหาไม่ได้ ทั้งที่เจตนาต้องการให้การเลือกตั้งดีกว่าเดิม ซึ่งข้อเสนอในร่างนี้แม้จะเสนอบัตร2 ใบก็ไม่เป็นไร เพราะอยู่ที่ว่าจะจัดระบบการเลือกตั้งอย่างไร ถ้าจัดแบบเขตเดียวคนเดียวมันก็ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนหรือสะท้อนความเป็นตัวแทนของประชาชนได้ ดังนั้น น่าจะใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ซึ่งมันจะทำให้คนที่ได้รับคะแนนลำดับที่ 2,3 มีโอกาสเข้ามาเป็นตัวแทนในสภาฯได้ แต่ถ้าเป็นเขตเดียวคนเดียว สภาพมันก็แบบนี้ ถ้าต้องการให้การเลือกตั้งดีขึ้นและประชาชนมีตัวแทนก็ต้องหาวิธี หามาตรการเพื่อให้มีการส่งตัวแทนเข้าไปหลายกลุ่ม จึงจะเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนได้ อีกทั้งเมื่อเขตมันใหญ่ขึ้นก็จะทำให้การซื้อเสียงเป็นไปได้ยาก

