เมื่อวันที่ 9 ก.ย. เวลา 20.15 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ว่า ผมเห็นว่าการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศเราต้องพิจารณาอย่างเป็นระบบ และครบวงจร/ อาทิ
(1) สภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง และสมัยใหม่เป็นเสมือน “ดาบ 2 คม” โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ/โดยฝ่ายที่จ้องกระทำผิด สรรหาเครื่องมืออุปกรณ์สมัยใหม่ ที่มีราคาสูง / ฝ่ายปราบปราม ก็ต้องปรับปรุง พัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งก็จำกัดด้วยงบประมาณ / ดังนั้น กลไกที่มีศักยภาพ คือ “ประชาชนทุกคน” ที่เป็นเจ้าของประเทศ ต้องเป็นหู เป็นตา ร่วมมือกัน
(2) ปัจจัยภายในและภายนอก พื้นฐานต่างกัน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมความไม่รู้จักพอเพียง ความโลภของมนุษย์ / ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สมดุลกับความเจริญทางสังคม เกิดเป็นสังคมบริโภคนิยม-วัตถุนิยม เต็มไปด้วยการแย่งชิงทรัพยากรไม่เกื้อกูลกัน เป็นโลกแห่งการแข่งขัน เสรี ตามหลักการประชาธิปไตยสากล – ตะวันตก ในอดีตนั้น สังคมไทย เน้นคุณธรรม จริยธรรม แต่ในปัจจุบันนั้นเราให้ความสำคัญน้อยลงนะครับ เป็นไปตามกลไกของโลกใบนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปนะครับ เอากลับมาที่เดิมด้วย
เรื่องต่อไปคือการแก้ปัญหาทุกเรื่องนั้นต้องเริ่มต้นจากจิตใจ “จิตสำนึก” ของแต่ละคน ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นโอกาสและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม เน้นสร้างการรับรู้ อย่างกว้างขวาง ให้ความสำคัญกับ “การศึกษา” ทั้งในระบบ ทั้งการเรียนรู้จากสังคม ชมชน และให้มีการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน ไม่ว่าเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ นะครับ
สรุปสาระสำคัญ ก็คือ เราต้องแก้เรื่องนี้ด้วยจิตใจ ด้วยค่านิยม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ทำอย่างไรให้ง่ายล่ะครับ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าต้องเกิดจากใจของทุกคน จากองค์กรนะครับ เพราะฉะนั้น เราจะทำยังไงให้ง่ายที่จะปลูกฝัง ปลุกเร้าแรงกระตุ้น แล้วก็ไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับเรื่องอื่นๆ เข้าใจหลักการและเหตุผล หลายคนต้องการให้ใช้กฎหมายอย่างรุนแรง บางทีใช้กฎหมายอย่างเดียว ก็ไม่สำเร็จนะครับ เพราะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ทำยังไงคนไม่ดี จะทำให้เป็นคนดี ดีน้อย ก็เป็นดีมาก ทำได้อย่างไรนะครับ บางคนทุจริตเพราะคิดว่าจำเป็น เป็นหน้าตาในสังคม เป็นความต้องการของครอบครัว บางคนทุจริต เพราะความไม่รู้จักพอเพียง รวยแล้วรวยอีกนะครับ โดยอ้างความจำเป็นในการเลี้ยงตนเอง หรือครอบครัว บางคนทุจริตด้วยเจตนา ไม่รู้จักเพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องไปพิจารณาว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ที่เหมาะสมที่จะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ เพราะมีเป้าหมายหลายกลุ่ม สื่อ-โซเชียลยุคใหม่ ต้องหันกลับมาดูสิ่งเหล่านี้นะครับ ไม่ใช่เสนอแต่เพียงเรื่องของการลงโทษ คงต้องมาสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกนะครับ อันนี้เป็นหน้าทีของสื่อที่ต้องช่วยผมอยู่แล้ว

