หน้าแรก การเมือง อภิสิทธิ์ แย้...

อภิสิทธิ์ แย้ง กกต.ไร้หน้าที่ตรวจนโยบายพรรคก่อนหาเสียง ค้านรีเซ็ตสมาชิกหวั่นวุ่นวาย(คลิป)

10.09.16 | 12:29 น.

“มาร์ค” รอฟัง รบ. แถลงผลงาน 2 ปี แนะให้แถลงงานบริหาร และงานปฏิรูป หลังปชช.พึงพอใจการบังคับใช้กม. แย้งกกต.ไร้หน้าที่ตรวจนโยบายพรรคก่อนหาเสียง ค้านยุบพรรคบอยคอตเลือกตั้ง- รีเซ็ตรายชื่อสมาชิกพรรค ตอกกลับจะเริ่มใหม่ให้วุ่นวายทำไม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ บัณฑิตวิทยาลัย มหามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ของรัฐบาลในวันที่ 15 กันยายนนี้ว่า คงต้องฟังรัฐบาลก่อนที่จะวิจารณ์อะไร ตนเห็นว่าคงต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นงานของรัฐบาล ในเรื่องของการบริหารราชการตามปกติ ฉะนั้นก็จะเป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความก้าวหน้าด้านต่างๆ ด้วย ถือเป็นสิ่งที่เราต้องรอฟังว่ารัฐบาลจะประเมินว่างานมีความคืบหน้ามากแค่ไหน อีกส่วนคืองานปฏิรูปเพราะถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญของรัฐบาล ที่แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็เป็นผู้ใช้อำนาจในการผลักดันส่วนนี้ ซึ่งคาดหวังว่ารัฐบาลจะชี้แจงทั้งสองส่วน ในส่วนผลงานการปราบปรามทุจริตของรัฐบาลนี้เป็นอย่างไรบ้างนั้น เห็นว่าประชาชนมีความพึงพอใจในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีความเคร่งครัดขึ้น รวมถึงการสะสางปัญหา เช่น ปัญหาที่ดิน ซึ่งยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน แต่ในแง่ของการวางระบบป้องกันเรื่องดังกล่าวต่อไปในอนาคต ตนเข้าใจว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ เช่นเรื่องของกฎหมายที่ออกมาเพียงบางส่วน ซึ่งยังมีอีกหลายฉบับที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิธีพิจารณาความคดีทุจริต รวมถึงกฎหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว เช่น กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับว่า ตนคงจะดูไปทีละขั้นตอน ซึ่งร่างเบื้องต้นทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นำเสนอ โดยส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาอะไร รายละเอียดถือว่าธรรมดาปกติ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยบ้าง แต่ส่วนใหญ่ความคิดที่ออกมาใหม่นั้นจะมาจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็คงต้องรอฟังอีกทีจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

เมื่อถามถึงข้อเสนอของกกต.ที่ให้พรรคส่งนโยบายให้กกต.พิจารณาก่อนใช้หาเสียงนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้พรรคการเมืองมีรายละเอียดที่ชัดเจนในส่วนของนโยบาย โดยเฉพาะการเสนอนโยบายที่ไม่สามารถมีคำตอบได้ว่างบประมาณมาจากไหน หรือผลกระทบกับทุกด้านเป็นอย่างไร ตนเห็นว่าควรที่จะเข้มงวดส่วนนี้มากขึ้น ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า กกต. ไม่น่าจะอยู่ในฐานะที่จะวินิจฉัยได้ว่านโยบายจะเป็นได้จริงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตนเคยเสนอว่าในกรณีที่มีการนำเสนอข้อเท็จจริงต่างๆ หรือบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่ต่อมาเห็นได้ชัดว่า เหมือนเป็นการหลอกลวง แบบนี้ถือว่าเป็นความผิด

Advertisement

เมื่อถามถึงข้อเสนอของกกต.ที่ให้พรรคที่บอยคอตการเลือกตั้ง ต้องสิ้นความเป็นสภาพพรรคการเมืองทันทีเหมาะสมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นสิทธิของพรรคการเมือง ตนยังยืนยันในหลายกรณีว่าพรรคการเมืองยังมีความชอบธรรมในเรื่องนี้ แต่การขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ฉะนั้นตรงนี้ต้องดูกันอย่างรอบด้าน ว่าปัญหาก่อนหน้านี้เกิดขึ้นจากอะไร ทั้งนี้ตนไม่แน่ใจว่าหากกำหนดเช่นนี้ แล้วมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครเพียงคนเดียว จะถือว่าส่งผู้สมัครหรือไม่ ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหาอีก

เมื่อถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับการรีเซ็ตรายชื่อสมาชิกพรรคการเมือง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเหตุผลที่เสนอเช่นนี้ หากต้องการป้องกันการสวมชื่อแทนนั้น ตนคิดว่าเรื่องนี้ทางกกต. ได้จัดทำฐานข้อมูลรายชื่อสมาชิกพรรคอยู่แล้ว คนเสนอเรื่องนี้อาจจะไม่ทราบ รวมถึงที่บอกว่าจะให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินบำรุงพรรคนั้น ปกติสมาชิกพรรคเขาจ่ายเงินบำรุงอยู่แล้ว ถ้าในปีต่อไปสมาชิกไม่จ่ายก็จะสิ้นความเป็นสมาชิกพรรค ทำไมต้องมาเริ่มต้นกันใหม่หมดให้วุ่นวาย ซึ่งถ้ามีเหตุผลมาเราก็รับฟัง แต่เหตุผลที่ให้มาขณะนี้ไม่ได้สอดคล้องความเป็นจริง

เมื่อถามถึงถึงของเสนอของ สปท. ที่ให้ กระทรวงมหาดไทยมาช่วยกกต. จัดการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกกระทรวงควรที่จะมาช่วย และส่วนตัวคิดว่าคนที่จะมีความน่าเชื่อถือในภาคการศึกษา อาสาสมัครในภาคธุรกิจ เป็นตัวเสริม กกต. ที่ดี อย่าไปมองที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง
เมื่อถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. จะนำแนวคิดการเลือกตั้งแบบอินเดียโมเดลมาใช้กับประเทศไทย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แนวคิดของกกต. ก็มีการพูดถึงระบบแบบอินเดียตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งตนยืนยันมาตลอดว่า กกต. ไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครจากฝ่ายต่างๆ และต้องให้อำนาจเขา ถ้ากกต. บอกให้ใครไปช่วย แต่ถ้าใครไม่ฟัง กกต. ฟังหน่วยงานอื่นก็ไม่มีประโยชน์ จึงต้องระมัดระวังส่วนนี้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังให้สัมภาษณ์ถึงการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายทหารรับราชการประจำปีว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ เพื่อให้กองทัพมีความเป็นเอกภาพ เป็นหลักในกรดูแลประเทศในเรื่องของการป้องกันประเทศ และการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยที่ผ่านมาผลสำรวจสำนักต่างๆ ได้ระบุว่าประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพในภาพรวม ฉะนั้นจึงขอให้รักษาความเชื่อมั่นเหล่านี้ไว้ให้ได้